
เบื้องหลัง Pet Innovation Center “เบทาโกร” กว่าจะได้อาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพ
ทีมนักชิมสุนัขและแมวมือโปร เบื้องหลัง Pet Innovation Center ของ “เบทาโกร” ทดสอบอาหารสัตว์เลี้ยง ด้วยมาตรฐานสากล เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีโภชนาการครบถ้วนและรสชาติที่ถูกใจน้องหมาและแมว
KEY
POINTS
- ศูนย์นวัตกรรมสัตว์เลี้ยง (Pet Innovation Center) เบทาโกร เพื่อวิจัยและพัฒนาอาหารโดยใช้สุนัขและแมวเป็นผู้ทดสอบจริง เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความน่ากิน
- Pet Innovation Center มี "นักชิม" สุนัขและแมวที่ผ่านการคัดเลือกและฝึกฝนมาโดยเฉพาะ เช่น สุนัขพันธุ์เล็กที่มักกินยาก เพื่อให้ผลการทดสอบแม่นยำและสอดคล้องกับผู้บริโภคกลุ่มใหญ่
- ใช้กระบวนการทดสอบตามมาตรฐานสากล 3 วิธีหลัก ได้แก่ การเปรียบเทียบ (Two-Bowl Test) การวัดการยอมรับ (Monadic Test) และการประเมินคุณภาพอุจจาระ (Fecal Scoring)
ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง การผลิตอาหารที่มีคุณภาพไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การปรุงสูตรในห้องแล็บเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการทำให้มั่นใจว่า “ผู้บริโภคตัวจริง” อย่างสุนัขและแมวจะยอมรับและได้รับสารอาหารที่เหมาะสม Pet Innovation Center หรือ ศูนย์นวัตกรรมสัตว์เลี้ยง ของ บริษัท เบทาโกร จํากัด (มหาชน) หรือ BTG จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ศูนย์กลางในการวิจัย พัฒนา และทดสอบผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงอย่างครบวงจร
สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของสุนัขและแมว
Pet Innovation Center ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1,200 ตารางเมตร โดยออกแบบเป็นอาคารชั้นเดียวที่แบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจนระหว่างโซนสุนัข และโซนแมว เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีความเป็นอยู่ที่ดีและไม่เครียด ภายในศูนย์ยังมีสนามหญ้าเทียมและสนามหญ้าจริงให้น้อง ๆ ได้วิ่งเล่นและผ่อนคลาย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการทดสอบอาหาร
“นักชิม” มือโปร คัดเลือกและฝึกฝนอย่างเข้มข้น
สัตว์เลี้ยงในศูนย์ไม่ใช่เพียงสัตว์เลี้ยงทั่วไป แต่เป็น “นักทดสอบ” ที่ต้องผ่านการฝึกฝน (Training) เพื่อให้มีความเป็นกลาง และคุ้นชินกับการเปลี่ยนอาหาร โดยปัจจุบันมีจำนวน 71 ตัว แบ่งเป็น
- สุนัข (31 ตัว) เน้นพันธุ์บีเกิล (Beagle) เป็นหลัก เนื่องจากมีความสามารถในการดมกลิ่นที่เป็นเลิศ นอกจากนี้ยังมีสุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ปอมเมอเรเนียน ชิวาวา และชิสุ เนื่องจากสุนัขพันธุ์เล็กมักจะกินยากกว่าพันธุ์ใหญ่ และเป็นกลุ่มประชากรสุนัขกว่า 50% ในประเทศไทย การทดสอบกับกลุ่มนี้จึงช่วยวัดความน่ากินได้แม่นยำกว่า เป็นนักทดสอบถึงอายุไม่เกิน 5 ปี
- แมว (40 ตัว) มีทั้งพันธุ์ไทยพื้นเมือง สกอตติช โฟลด์ และเปอร์เซีย โดยเน้นคัดเลือกแมวที่มีโครงสร้างใบหน้าไม่แบนและจมูกไม่หัก เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการดมกลิ่นอาหารได้ดีที่สุด เป็นนักทดสอบถึงอายุไม่เกิน 10 ปี
มาตรฐานการทดสอบระดับสากล
การวัดว่าอาหาร “อร่อย” หรือไม่ ในมุมมองของสัตว์เลี้ยง ต้องใช้ระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำ โดยมี 3 วิธีหลัก คือ
1.Two-Bowl Test การวางอาหาร 2 ชามเทียบกัน เพื่อดูว่าสัตว์เลี้ยงเลือกกินชามไหนก่อนและกินในปริมาณเท่าใด วิธีนี้ใช้เพื่อเปรียบเทียบ (Benchmark) กับคู่แข่งในตลาด
2.Monadic Test การให้กินอาหารเพียงชนิดเดียวใน 1 มื้อ เพื่อดูพฤติกรรมการตอบสนองว่า “ยอมรับ” หรือ “ปฏิเสธ” โดยมาตรฐานของศูนย์คือต้องมีอัตราการยอมรับสูงกว่า 95% (คือใน 100 ครั้ง ต้องมีการปฏิเสธไม่เกิน 5 ครั้ง)
3.Fecal Scoring โดยการถ่ายภาพและวิเคราะห์ลักษณะอุจจาระให้อยู่ในมาตรฐานที่ไม่แข็งเกินไป (ท้องผูก) หรือแฉะเกินไป (ท้องเสีย) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ความสำคัญอย่างมาก
การทำงานของ Innovation Center คือการผสานระหว่างศาสตร์แห่งโภชนาการและพฤติกรรมสัตว์เลี้ยง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกผลิตภัณฑ์ที่ส่งถึงมือผู้บริโภค ไม่เพียงแค่สารอาหารที่ครบถ้วนเท่านั้น แต่รสชาติถูกใจน้องหมาน้องแมว หลังผ่านกระบวนการทดสอบความอร่อยจากนักชิมสุนัขและแมวมือโปร







