posttoday
ชำแหละวิวัฒนาโกงสอบท้องถิ่น 5 ข้าราชการ หรือเงาไอ้โม่งใหญ่หลังฉากจริง?

ชำแหละวิวัฒนาโกงสอบท้องถิ่น 5 ข้าราชการ หรือเงาไอ้โม่งใหญ่หลังฉากจริง?

05 กรกฎาคม 2569

คะแนนที่ถูกแก้ในไฟล์ดิจิทัล อาจเป็นเพียงเสียงกระซิบจากเครือข่ายใหญ่ คดีโกงสอบท้องถิ่นจึงวัดใจรัฐบาล ว่าจะหยุดที่ 5 ข้าราชการ หรือเปิดหน้าไอ้โม่งที่อยู่หลังฉาก

KEY

POINTS

  • การทุจริตสอบท้องถิ่นมีวิวัฒนาการที่ซับซ้อนขึ้น โดยเปลี่ยนจากการแก้ไขกระดาษคำตอบในอดีตมาเป็นการแก้ไขคะแนนในไฟล์ดิจิทัลหลังประกาศผล
  • สังคมตั้งคำถามว่าการสอบสวนข้าราชการ 5 รายเป็นเพียงการตัดตอนปัญหาเพื่อปกป้องผู้มีอำนาจหรือ "ไอ้โม่ง" ตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังหรือไม่
  • กรณีโกงสอบนี้ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบอุปถัมภ์และวงจร "ถอนทุนคืน" ทางการเมืองที่ฝังรากลึกในระบบราชการ

การทุจริตสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 กำลังกลายเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า รัฐบาลอนุทิน จะหยุดปัญหาไว้ที่การลงโทษข้าราชการไม่กี่ราย หรือกล้าสาวเส้นทางผลประโยชน์ไปถึง “หัวขบวน” ที่อาจซ่อนตัวอยู่หลังฉากอำนาจ

 

คำถามใหญ่ของสังคมไม่ได้อยู่ที่มีใครแก้คะแนนหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า “ใครสั่ง ใครได้ประโยชน์ และใครคุ้มครอง” เพราะหากปลายทางคดีจบลงเพียงการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 5 ราย มหากาพย์ครั้งนี้ก็อาจถูกมองว่าเป็นเพียงการ “เชือดไก่ให้ลิงดู” เพื่อปิดกระแส มากกว่าจะเป็นการผ่ารากเน่าของระบบอุปถัมภ์ที่ฝังลึกมานาน

 

เบื้องหลังของคดีนี้ คือข้อสังเกตเรื่อง “วิวัฒนาโกง” ตามมุมมองของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่มองว่าการทุจริตไม่ได้หายไปจากระบบ หากแต่ปรับรูปแบบให้ซับซ้อนขึ้น อุดช่องโหว่จากความผิดพลาดในอดีต และย้ายสนามจากกระดาษคำตอบไปสู่ไฟล์ดิจิทัล

ในอดีต วิธีการโกงสอบอาจถูกจดจำจากการแก้กระดาษคำตอบ จนกลายเป็นคดีฟ้องร้องจำนวนมาก แต่รูปแบบที่ถูกตั้งข้อสังเกตในครั้งนี้เปลี่ยนไปเป็นการ “สุมหัวแก้คะแนน” หลังการประกาศผล เพื่อดันผู้สมัครบางรายให้ขยับขึ้นไปอยู่ในลำดับต้น ๆ ไม่ว่าจะเป็น “เด็กเส้น” หรือผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าจ่ายเงินเพื่อแลกกับโอกาสบรรจุ

 

นี่คือจุดที่ทำให้คดีโกงสอบท้องถิ่นไม่อาจถูกมองเป็นความผิดปกติทางเทคนิค หรือความบกพร่องเฉพาะบุคคลเท่านั้น เพราะหากคะแนนถูกแก้ในระบบหลังบ้านจริง ย่อมสะท้อนว่าต้องมีผู้รู้ช่องทาง ผู้ถือกุญแจข้อมูล และผู้มีอำนาจเพียงพอที่จะทำให้กระบวนการผิดปกติเกิดขึ้นได้โดยไม่ถูกขัดขวางตั้งแต่ต้น

 

ความกังวลอีกชั้นหนึ่งคือกระบวนการ “ตัดตอน” เพื่อกันไฟไม่ให้ลามถึงหัวขบวน แหล่งข่าวระบุว่ามีความพยายามโยนความรับผิดชอบไปมาระหว่างหน่วยงาน โดยฝั่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นออกมาชี้แจงในเชิงไม่เกี่ยวข้อง และผลักภาระไปยังมหาวิทยาลัยผู้รับจ้างจัดสอบ รวมถึงบริษัทเอกชนภายนอก

เมื่อความรับผิดชอบถูกส่งต่อเป็นทอด ๆ เส้นทางสืบสวนก็ยิ่งเสี่ยงขาดตอน โดยเฉพาะหาก “คีย์แมน” ซึ่งอาจเป็นตัวเชื่อมระหว่างข้าราชการ ผู้จัดสอบ และผู้บงการตัวจริง ถูกปล่อยให้ลาออก หลบหนี หรือหลุดจากวงสอบสวนก่อนที่ข้อเท็จจริงจะเชื่อมถึงกันครบถ้วน

 

ปมโกงสอบครั้งนี้จึงโยงไกลกว่าห้องสอบ เพราะถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของวงจร “ถอนทุนคืน” ทางการเมือง ข้อมูลที่ถูกหยิบยกขึ้นมาระบุว่า นักการเมืองบางกลุ่มต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลในการเลือกตั้ง บางเขตอาจสูงถึง 60-100 ล้านบาท เมื่อเข้าสู่อำนาจ จึงเกิดแรงจูงใจในการเรียกรับผลประโยชน์จากตำแหน่งและระบบราชการ

 

วงจรดังกล่าวลากยาวตั้งแต่การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ C9 ไปจนถึง C11 เมื่อบางตำแหน่งถูกมองเป็นสินค้าที่ซื้อขายได้ ผู้ที่จ่ายเงินเพื่อขึ้นสู่ตำแหน่งก็ต้องบีบลูกน้อง หรือหาช่องทางดึงเงินกลับขึ้นไปข้างบน กลายเป็นโครงสร้างผลประโยชน์ที่ทำให้คนมีความสามารถถูกเบียดออกจากระบบ ขณะที่คนมีเส้นสายหรือทุนหนากลับเดินหน้าได้ง่ายกว่า

 

ในมุมนี้ การโกงสอบท้องถิ่นจึงอาจเป็นเพียงช่องทางหนึ่งของระบบหาเงินส่งต่อ ไม่ใช่เหตุการณ์โดดเดี่ยว หากปล่อยให้จบเพียงโทษวินัยเฉพาะราย ปัญหาก็จะเปลี่ยนร่างอีกครั้ง เหมือนที่คำว่า “วิวัฒนาโกง” เตือนเอาไว้ว่า การทุจริตไม่เคยตาย เพียงแต่เรียนรู้ที่จะเปลี่ยนวิธีเอาตัวรอด

 

แม้นายกฯอนุทิน ในฐานะรมว.มหาดไทยจะแสดงท่าทีจริงจังต่อการปราบปราม แต่โจทย์สำคัญอยู่ที่การลงมือเชิงระบบ ไม่ใช่เพียงถ้อยแถลงทางการเมือง เพราะหลายคดีในอดีตเคยเริ่มต้นด้วยความขึงขัง ก่อนค่อย ๆ เงียบลงเมื่อมีประเด็นใหม่เข้ามากลบ ไม่ว่าจะเป็นคดีมาเฟียท้องถิ่น หรือข้อครหาเรื่องไอ้โม่งในเครือข่ายผลประโยชน์อื่น ๆ

 

บทพิสูจน์จึงอยู่ที่รัฐบาลจะกล้าใช้มาตรการทางกฎหมายและนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลอย่างเต็มที่หรือไม่ ตั้งแต่การตรวจร่องรอยการแก้ไขคะแนน การไล่เส้นทางเข้าถึงไฟล์ การตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องในระบบ ไปจนถึงการกดดันให้ผู้สมัครที่จ่ายเงินยอมเปิดปากซัดทอดไปถึงผู้สั่งการตัวจริง

 

หากทำได้ คดีนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการล้างระบบสอบบรรจุและระบบอุปถัมภ์ในราชการท้องถิ่น แต่หากทำไม่ได้ สังคมก็อาจต้องยอมรับความจริงอันเจ็บปวดว่า ประเทศไม่ได้แพ้เพราะขาดกฎหมาย แต่แพ้เพราะไม่กล้าแตะคนที่อยู่เหนือกฎหมาย

คำตอบคดีโกงสอบท้องถิ่นจึงไม่ได้อยู่ในแฟ้มวินัยของข้าราชการ 5 ราย แต่อยู่ในความกล้าของรัฐบาลที่จะเปิดไฟในห้องมืด ไล่เงา “ไอ้โม่ง” ออกมาให้เห็นทั้งตัว เพราะหากปล่อยให้เงานั้นยังคงอยู่ ระบบราชการไทยก็อาจต้องวนกลับไปเจอ “วิวัฒนาโกง” รูปแบบใหม่ ในวันที่สังคมเหนื่อยล้ากว่าจะตั้งคำถามเดิมอีกครั้งว่า ใครกันแน่ที่อยู่หลังฉาก?

ข่าวล่าสุด

ชำแหละวิวัฒนาโกงสอบท้องถิ่น 5 ข้าราชการ หรือเงาไอ้โม่งใหญ่หลังฉากจริง?

ชำแหละวิวัฒนาโกงสอบท้องถิ่น 5 ข้าราชการ หรือเงาไอ้โม่งใหญ่หลังฉากจริง?