posttoday
อาร์เจนตินาหวังเป็นประเทศแรกดันตั้งบริษัท AI แต่ยังต้องมีมนุษย์คุม

อาร์เจนตินาหวังเป็นประเทศแรกดันตั้งบริษัท AI แต่ยังต้องมีมนุษย์คุม

05 กรกฎาคม 2569

รัฐบาลอาร์เจนตินาเสนอร่างกฎหมายตั้งบริษัทบริหารด้วย AI เป็นชาติแรกของโลก แต่ยังบังคับให้มีผู้บริหารมนุษย์กำกับ หวังดึงดูดการลงทุนและปั้นประเทศเป็นศูนย์กลาง AI

อาร์เจนตินาเดินหน้าผลักดันกฎหมายครั้งประวัติศาสตร์ เปิดทางให้จัดตั้ง "บริษัทอัตโนมัติ" (Automated Company) ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นกลไกหลักในการบริหารธุรกิจ หวังยกระดับประเทศสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยี AI ของโลก แม้แนวคิดดังกล่าวจะสร้างกระแสฮือฮาในแวดวงธุรกิจและเทคโนโลยี แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายยืนยันว่า บริษัทเหล่านี้ยังไม่สามารถดำเนินงานโดยปราศจากมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์

 

ประธานาธิบดีฮาเวียร์ มิเลย์ ของอาร์เจนตินา เปิดเผยแนวคิดดังกล่าวผ่านบทความในหนังสือพิมพ์ Financial Times โดยระบุว่า รัฐบาลเตรียมเสนอร่างกฎหมายต่อรัฐสภา เพื่อสร้างสถานะทางกฎหมายสำหรับ "บริษัทที่ไม่ใช่มนุษย์" (Non-Human Corporation) ซึ่งจะสามารถใช้ AI หรือหุ่นยนต์ในการตัดสินใจและดำเนินธุรกิจในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและคาดการณ์ไม่ได้

 

หากกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ อาร์เจนตินาจะกลายเป็นประเทศแรกของโลกที่บัญญัติกฎหมายรองรับบริษัทซึ่งบริหารงานด้วย AI อย่างเป็นทางการ

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายบริษัทหลายรายชี้ว่า ภาพที่ถูกนำเสนออาจล้ำหน้ากว่าความเป็นจริง เนื่องจากร่างกฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า บริษัทอัตโนมัติทุกแห่งยังต้องมี "ผู้บริหารที่เป็นมนุษย์" ทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงาน และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์จากการตัดสินใจของ AI

 

นอกจากนี้ แม้กฎหมายจะเปิดทางให้คณะผู้บริหารใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยตัดสินใจในระดับต่าง ๆ แต่ก็ไม่ได้ยกเว้นความรับผิดชอบของผู้บริหาร หาก AI ก่อให้เกิดความเสียหายหรือผลกระทบทางกฎหมาย

 

ลอว์เรนซ์ คันนิงแฮม ผู้อำนวยการศูนย์ Weinberg Center for Corporate Governance แห่งมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ มองว่า การตัดมนุษย์ออกจากระบบการบริหารทั้งหมดถือเป็นก้าวที่เร็วเกินไป แต่ยอมรับว่าแนวคิดของมิเลย์เป็นจุดเริ่มต้นที่กล้าหาญของการปรับโฉมกฎหมายธุรกิจ

 

เขาระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจในทันที แต่เป็นการยอมรับว่าบริษัทในอนาคตอาจดำเนินกิจการได้โดยแทบไม่ต้องมีฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือพนักงานจำนวนมากอีกต่อไป

 

ด้านดิเอโก ดูปรัต ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายและหนึ่งในผู้ร่วมร่างกฎหมาย กล่าวว่า บริษัทที่ใช้ระบบอัตโนมัติในลักษณะนี้มีอยู่แล้วในหลายประเทศ ยกตัวอย่างซูเปอร์มาร์เก็ตไร้แคชเชียร์ที่อาศัย AI ควบคุมการดำเนินงานเป็นหลัก เพียงแต่กฎหมายฉบับใหม่จะสร้างกรอบทางกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน

 

ร่างกฎหมายยังระบุว่า หาก AI หรือระบบอัลกอริทึมก่อให้เกิดความเสียหาย บริษัทจะยังคงต้องรับผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกับนิติบุคคลทั่วไป

 

โฆษกประธานาธิบดีอาร์เจนตินาระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีบริษัทหรือโครงการลงทุนใดที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายฉบับดังกล่าว แต่รัฐบาลต้องการสร้างสภาพแวดล้อมทางกฎหมายที่เอื้อต่อการลงทุน เพื่อดึงดูดผู้ประกอบการด้าน AI จากทั่วโลก

 

นโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลมิเลย์ที่พยายามลดเงินเฟ้อ ปฏิรูประบบเศรษฐกิจ และดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยรัฐบาลชูจุดแข็งของแคว้นปาตาโกเนีย ซึ่งมีสภาพอากาศเย็นและแหล่งพลังงานที่เหมาะสมสำหรับการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center)

ก่อนหน้านี้ OpenAI และบริษัท Sur Energy ได้ประกาศแผนลงทุนศูนย์ข้อมูลในอาร์เจนตินามูลค่าสูงสุดถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 810,000 ล้านบาท)

 

มาเรีย กิเซเล กาโน ทนายความด้านกฎหมายธุรกิจในจังหวัดบัวโนสไอเรส กล่าวว่า การมีกฎหมายที่รองรับบริษัทซึ่งใช้ AI เป็นแกนหลัก จะช่วยสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบ และเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน โดยเธอได้รับการติดต่อสอบถามจากผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศมากกว่าสิบรายทันทีหลังมีการเผยแพร่ข้อเสนอ

 

ขณะที่โยนาธาน อาร์เบล นักวิชาการด้านกฎหมาย AI จากมหาวิทยาลัยอลาบามา มองว่า หากอาร์เจนตินาสามารถสร้างระบบนิเวศที่เป็นมิตรต่อธุรกิจ AI ได้สำเร็จ ประเทศอาจได้เปรียบในการแข่งขันระดับโลกอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเสนอให้ร่างกฎหมายกำหนด "ตัวตนดิจิทัล" (Digital ID) สำหรับ AI เพื่อใช้ในการติดต่อกับบุคคลและองค์กรต่าง ๆ อย่างโปร่งใส

 

นอกจากบริษัทอัตโนมัติแล้ว ร่างกฎหมายยังเปิดทางให้จัดตั้งองค์กรอิสระแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Autonomous Organization: DAO) ที่ทำงานบนเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยสมาชิกสามารถใช้โทเคนดิจิทัลลงคะแนนตัดสินใจในกิจกรรมขององค์กร

 

อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดให้ผู้ถือโทเคนต้องเปิดเผยตัวตนและลงทะเบียนตามกฎหมาย กลับถูกมองว่าอาจเป็นอุปสรรคต่ออุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งให้ความสำคัญกับการไม่เปิดเผยตัวตนของผู้ใช้งาน

 

ริคาร์โด มิฮูรา เอสตราดา อดีตประธานสมาคม Bitcoin Argentina กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวมีเจตนาที่ดี แต่มีโอกาสที่ชุมชนบล็อกเชนจำนวนมากจะไม่ยอมรับ เพราะขัดกับหลักการพื้นฐานของระบบแบบกระจายศูนย์

 

รัฐบาลอาร์เจนตินาชี้แจงว่า การยืนยันตัวตนของผู้ถือโทเคนเป็นมาตรการด้านความปลอดภัยขั้นต่ำ ขณะที่ DAO ที่ต้องการดำเนินงานแบบไม่เปิดเผยตัวตนยังสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ แต่จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางกฎหมายตามร่างกฎหมายฉบับนี้

 

แนวคิดของรัฐบาลมิเลย์ยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของแซม อัลต์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OpenAI ที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อปี 2567 ว่า AI จะทำให้บริษัทที่มีพนักงานเพียงคนเดียวสามารถสร้างมูลค่ากิจการได้ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ปัจจุบันหลายรัฐของสหรัฐ เช่น เท็กซัส และยูทาห์ ได้เริ่มจัดทำกรอบกฎหมายเพื่อให้ภาคธุรกิจทดลองใช้งาน AI ภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์ในระยะเริ่มต้น

แม้เทคโนโลยี AI ในปัจจุบันยังไม่สามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างอิสระทั้งหมด แต่ผู้ประกอบการในซิลิคอนวัลเลย์กำลังเพิ่มงบลงทุนด้านระบบประมวลผล ชิป AI และศูนย์ข้อมูล แทนการจ้างพนักงานมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในธุรกิจ AI เตือนว่า การออกกฎหมายเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้อาร์เจนตินากลายเป็นศูนย์กลาง AI ของโลก หากประเทศไม่สามารถดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถสูงให้เข้ามาทำงานได้ เพราะทรัพยากรมนุษย์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรม AI ในระยะยาว

 

ข่าวล่าสุด

อาร์เจนตินาหวังเป็นประเทศแรกดันตั้งบริษัท AI แต่ยังต้องมีมนุษย์คุม

อาร์เจนตินาหวังเป็นประเทศแรกดันตั้งบริษัท AI แต่ยังต้องมีมนุษย์คุม