สุภาพบุรุษ เซียวฮุดเส็ง
ในห้วงยามนี้ ผมรู้สึกเพลิดเพลินใจกับการสำรวจหนังสือพิมพ์เก่า ไม่ใช่ฉบับเมื่อวาน เดือนก่อน ปีกลาย หรือทศวรรษที่แล้ว
โดย...กรกิจ, ดิษฐาน
ในห้วงยามนี้ ผมรู้สึกเพลิดเพลินใจกับการสำรวจหนังสือพิมพ์เก่า ไม่ใช่ฉบับเมื่อวาน เดือนก่อน ปีกลาย หรือทศวรรษที่แล้ว แต่เป็นหลายบทตอนจากหลายสิบทศวรรษก่อน จากยุคปลูกฝังเสรีภาพ ภราดรภาพ และสมภาพ กระทั่งถึงยุคหลังมหาสงคราม
เป็นความเพลิดเพลินที่ให้ความรู้สึกอิหลักอิเหลื่อในยุคที่ทุกคนนับถอยหลังเข้าสู่มรณกาลของหนังสือพิมพ์ สื่อสิ่งพิมพ์ และโลกแห่งการใช้กระดาษสื่อสารความรู้
บางบทตอนของข่าวเก่าชวนให้นึกถึงการต่อสู้ของนักหนังสือพิมพ์และนักอุดมคติ เช่น สุภาพบุรุษที่ชื่อเซียวฮุดเส็ง สีบุญเรือง
เซียวฮุดเส็ง สีบุญเรือง เป็นบุตรของชาวฮกเกี้ยนอพยพ เป็นสกุลที่มีอุดมการณ์ “โค่นชิงฟื้นหมิง” คือล้มล้างราชวงศ์ชิงของชาวแมนจู และคืนอำนาจให้ประชาชนชาวฮั่น แรกเริ่มเดิมทีสกุลเซียวข้ามจากฮกเกี้ยนไปไต้หวัน ต่อมาปักหลักที่เมืองมะลักกา ในแหลมมลายู แต่ต่อมาบ้านมาลงหลักปักฐานที่บางกอก ประเทศสยาม มีกิจการโรงสีและมีฐานะมั่นคง
กำเนิดของนายเซียวฮุดเส็ง บ้างก็ว่าเกิดที่มะลักกา บ้างก็ว่าเกิดที่พระนคร ไม่ว่าจะเกิดที่ไหนท่านถือเป็นลูกจีนหัวใจไทยคนหนึ่ง
หลายคนคงเคยได้ยินชื่อเซียวฮุดเส็งกันมาบ้าง ในฐานะผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์จีนโนสยามวารศัพท์ ซึ่งพิมพ์เป็นภาษาไทยเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างจีนและไทย (ในช่วงที่รัฐบาลไทยเพ่งเล็งคนจีน และคนจีนหัวเฉียวก็รู้สึกระแวงไทย) จีนโนสยามวารศัพท์ยังเป็นหนังสือพิมพ์รุ่นแรกๆ ที่สอนประชาชนเรื่องหลักประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ เซียวฮุดเส็งจึงมีคุณูปการอย่างมากต่อไทย
แต่ที่คนไทยไม่ค่อยทราบคือ เซียวฮุดเส็งมีบทบาทในการผลักดันการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองของจีน มีตำแหน่งสำคัญทางการเมืองในจีนยุคหมินกว๋อ (ยุคสาธารณะ) และมีคุณูปการต่อคนจีนหัวเฉียว (จีนโพ้นทะเล) อย่างยิ่งยวด
ท่านยังเคยประสานงานกับ ดร.ซุนยัตเซน ที่เคยมาเยือนไทยถึง 3 ครั้ง (บ้างว่า 4 ครั้ง) เพื่อปลุกระดมพี่น้องชาวจีนโพ้นทะเล (หัวเฉียว) ในสยามให้สนับสนุนการปฏิวัติโค่นล้มราวงศ์ชิง ความกระตือรือร้นในการกู้ชาติของท่านร้อนแรงมาก จึงได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารพรรคปฏิวัติจีนสาขาสยาม เป็นผู้ประสานงานส่งเงินบริจาคไปช่วยการปฏิวัติและปลุกระดมคนจีนในสยามให้กลับไปช่วยกอบกู้บ้านเมือง
บางคนเข้าใจว่าท่านได้แรงบันดาลใจจาก ดร.ซุน (ซึ่งเคยปราศรัยอย่างองอาจจนลูกจีนสำเพ็งพากันตัดเปีย ประกาศลุกขึ้นต่อต้านราชวงศ์ชิง) แต่แท้จริงแล้ว เซียวฮุดเส็งมีจิตใจอยากจะกู้ชาติมานานแล้ว โดยท่านให้สัมภาษณ์เปิดเผยเรื่องนี้ขณะปฏิบัติหน้าที่ในเมืองจีน
ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจีน ในกรุงปักกิ่ง มีสิ่งของที่เกี่ยวเนื่องกับประเทศไทยอยู่ชิ้นหนึ่ง คือ ตราประทับพรรคปฏิวัติจีนสาขาสยาม (จงหัวเก๋อมิ่งต่าง คำว่า เก๋อมิ่ง ในภาษาจีนกลาง หมายถึง การปฏิวัติ หรือสำเนียงแต้จิ๋วว่า เก๊กเหม็ง ซึ่งเป็นอีกชื่อหนึ่งของพรรคก๊กมินตั๋ง) ตรานี้ซุนยัตเซน บิดาแห่งประเทศจีนยุคใหม่มอบให้หัวหน้าเก๊กเหม็งสาขาสยาม ต่อมา หยางเจิ้นชุน บุคคลสำคัญในพรรคก๊กมินตั๋งได้เก็บรักษาตราประทับไว้และมอบให้กับรัฐบาลจีนเมื่อปี 2500 เนื่องในวาระวันคล้ายวันเกิดปีที่ 90 ของซุนยัตเซน
ด้วยความที่ตรานี้มอบให้หัวหน้าเก๊กเหม็ง ผมเลยเดาว่า เซียวฮุดเส็ง (สีบุญเรือง) ในฐานะหัวหน้าเก๊กเหม็งสาขาสยามน่าจะเป็นผู้ถือมาก่อน นอกจากตรานี้แล้ว ในประเทศจีนยังมีม้วนอักษรศิลป์ที่เขียนโดยเซียวฮุดเส็งอีกหลายชิ้น น่าที่จะซื้อหากลับมาจัดแสดงที่บ้านเรากันบ้าง
ระหว่างที่พี่น้องร่วมอุดมการณ์ ณ แผ่นดินบรรพชนก่อการพลิกฟ้าคว่ำดิน หัวหน้าพรรคเก๊กเหม็งสาขาสยามทำงานอย่างแข็งขัน ไม่เพียงระดมกำลังคนและกำลังเงิน ยังเป็นปากเป็นเสียงให้กับชาวจีนโพ้นทะเลอีกด้วย หลังการปฏิวัติสำเร็จแล้ว เซียวฮุดเส็ง ในฐานะสมาชิกก๊กมินตั๋งสาขาสยามได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการพรรค ได้เป็นผู้บริหารงานกิจการชาวจีนโพ้นทะเล และเจรจายกระดับความเป็นอยู่ของคนจีนโพ้นทะเลในสยาม ท่านทำงานกับรัฐบาลก๊กมินตั๋งจนกระทั่งอายุ 75 ร่างกายเริ่มอ่อนล้าเพราะความชรา ประกอบกับเจียงไคเช็กใช้อำนาจเผด็จการมากขึ้น ท่านจึงเดินทางกลับมายังประเทศไทย และเสียชีวิตในปี 2484 (หรือ 2483) อายุได้ 77 ปี
(อ่านต่อฉบับหน้า)


