
สนช.ขอครึ่งซอย
ให้สว.เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้ขยักหลัง
ให้สว.เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้ขยักหลัง
โพสต์ทูเดย์ - สนช.ยอมถอยให้ สว.เสนอชื่อนายกฯ หลังหากรัฐสภาไม่สามารถเลือกนายกฯ ได้รอบแรก
นายเจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยหลังเข้าชี้แจง สาระคำถามพ่วงร่างรัฐธรรมนูญต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ข้อเสนอของ สนช. คือ ในขั้นตอนแรก ใน 5 ปีแรก สว.ต้องมีส่วนในการร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีตามคำถามพ่วง แต่กรณีการเสนอชื่อนั้น ให้เป็นไปตามเงื่อนไข คือลงมติในรายชื่อตามที่พรรคการเมืองเสนอรายชื่อในบัญชีที่แจ้งแก่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนเลือกตั้ง
ทั้งนี้ หากผู้ได้รับการเสนอชื่อได้มติเสียงข้างมากของที่ประชุมรัฐสภา ก็ได้เป็นนายกฯ แต่หากไม่สามารถลงมติได้เสียงข้างมากก็เข้าสู่ขั้นตอนต่อไป คือขั้นตอนที่สอง ซึ่ง สส.ต้องเข้าชื่อเกินกึ่งหนึ่ง ที่จะขอให้มีการประชุมร่วมสองสภาเพื่อยกเว้นเงื่อนไขการใช้บัญชีนายกฯ นั้น สนช.เสนอไปว่าควรจะพิจารณาว่า สว.เมื่อมีส่วนร่วมในการโหวตแล้ว ก็ควรจะได้มีส่วนร่วมในการเสนอชื่อแล้ว เนื่องจากในขั้นตอนนี้จะไม่มีบัญชีของพรรคการเมืองมาเป็นกรอบเงื่อนไขอีก
ด้าน นายสมชาย แสวงการ สนช. กล่าวว่า ตัวแทน สนช.ได้ชี้แจงเจตนารมณ์ของคำถามพ่วง โดยให้ กรธ.ไปหาวิธีการสร้างกลไกว่าจะเป็นแบบไหน โดยความเห็นของ สนช.ไม่มีผลต่อการผูกมัด เช่น หากตีความแบบกว้าง คือ สว.สามารถเสนอชื่อนายกฯ ได้ตั้งแต่เริ่มต้นประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกฯ ครั้งแรก แต่หากตีความแบบแคบก็สามารถเสนอชื่อภายหลังจากที่รัฐสภาไม่สามารถเลือกบุคคลที่จะเป็นนายกฯ ตามบัญชีพรรคการเมืองได้ ซึ่ง สนช.รับได้ทั้งสองแนวทาง
ด้าน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวว่า กรธ.จะต้องยึดตัวอักษรในคำถามพ่วงเป็นหลัก และมาตรา 272 ของร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของการยกเว้นนายกฯ นอกบัญชี ซึ่งทำได้เพียงวาระของสภาผู้แทนฯ ชุดแรกเท่านั้น ขณะที่คำถามพ่วงเป็นเรื่องของการร่วมลงมติเลือกนายกฯ ของ สว. ซึ่งกำหนดไว้ 5 ปี ซึ่งนั่นเป็นเรื่องของการร่วมโหวดตอนเลือก ไม่ใช่ข้อยกเว้น
“เราต้องเอาความเห็นของ สนช.มาดูก่อน ว่าสิ่งที่เขาเห็นหรือสิ่งที่เขาอยากนั้น มันตรงตามที่ไปขอประชามติหรือไม่ แล้วถ้า สนช.เห็นว่าที่เราเขียนไปนั้นไม่ถูก ก็สามารถร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญก็จะบอกเราว่าที่ควรจะเขียนนั้นเป็นอย่างไร” นายมีชัย กล่าว







