posttoday
เบื้องหลังบึ้ม 7 จังหวัด คนชายแดนใต้มั่นใจ บีอาร์เอ็น

เบื้องหลังบึ้ม 7 จังหวัด คนชายแดนใต้มั่นใจ บีอาร์เอ็น

18 สิงหาคม 2559

โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์

เหตุระเบิดในพื้นที่ 7 จังหวัด ยังไม่มีคำยืนยันจากฝ่ายรัฐว่า ใครทำ และทำด้วยจุดประสงค์ใด หลายสมมติฐานถูกลดทอนความน่าเชื่อถือ ขณะที่หลักฐานซึ่งค่อยๆ พบนั้น กลับชี้ไปในทิศทางว่า อาจเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบชายแดนภาคใต้

ข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจคือ การก่อเหตุในช่วงวันหยุดครั้งนี้ เกิดขึ้นก่อนการพบปะกันของคณะทำงานด้านเทคนิค กระบวนการพูดคุยสันติสุข ทั้งฝ่ายมารา ปาตานีและตัวแทนรัฐบาลไทย ซึ่งนัดกันในวันจันทร์ที่ 15 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ยังไม่มีข่าวยืนยันว่า การพบกันของฝ่ายไทยและมารา ปาตานีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นอย่างไร แต่ก็มีกระแสข่าวว่ากลุ่มบีอาร์เอ็นได้ขอเปลี่ยนตัวแทนที่จะเข้าร่วมในคณะพูดคุย

ปริศนาเหตุระเบิด 7 จังหวัด ยังไม่ชัดเจน แต่สำหรับคนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ พวกเขามีคำตอบในใจแล้ว

ประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ อดีต คณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) และอดีตประธานสภาประชาสังคมชายแดนภาคใต้ มั่นใจว่า ผู้ก่อเหตุครั้งนี้เป็นขบวนการก่อความไม่สงบชายแดนภาคใต้อย่างแน่นอน เพราะมีข่าวมาก่อนหน้านี้เป็นระยะ

“คนในพื้นที่เชื่อว่าเป็นขบวนการบีอาร์เอ็น การข่าวในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ พูดกันถึงประเด็นนี้กันมาก่อนช่วงการลงประชามติ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่รู้ แต่นายไม่เชื่อ”ประสิทธิ์ กล่าว

ประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ขบวนการบีอาร์เอ็น มีการจัดตั้งคนตามจังหวัดต่างๆ มานานแล้ว ช่วงหลังขบวนการบีอาร์เอ็นซึ่งอยู่ในมาเลเซีย ถูกมาเลเซียซึ่งกังวลเรื่องกลุ่มกองทัพอิสลามหรือไอเอส เข้ามาเคลื่อนไหวกดดันจนบางส่วนต้องกลับเข้ามาในประเทศไทย และยิ่งชัดเจนขึ้นในช่วงก่อนการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งบีอาร์เอ็นมีนโยบายไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของทหาร และมีเป้าหมายก่อกวนการลงประชามติ ด้วยการก่อเหตุแบบปูพรมในช่วงการลงประชามติ

เขามองว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้บีอาร์เอ็นก่อเหตุใน 7 จังหวัดครั้งนี้ มี 3 เหตุผล คือ 1.เป็นการกดดันให้การพูดคุยเพื่อสันติสุข ซึ่งชะงักงันมานานเดินหน้าต่อไป 2.สั่นคลอนเสถียรภาพของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยิ่งการเมืองของรัฐไทยอ่อนแอเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลดีต่อบีอาร์เอ็น และ 3.เป็นการแสดงศักยภาพให้เห็นว่าพร้อมจะก่อเหตุที่ไหนก็ได้

ประสิทธิ์มองว่า การทำงานของบีอาร์เอ็นนั้นแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือการส่งตัวแทนพูดคุยกับรัฐไทย อีกส่วนคือผู้คุมอำนาจที่แท้จริง ซึ่งใช้แนวทางการทหารนำการเมือง คือก่อเหตุรุนแรง รอความพร้อมที่แนวทางการเมืองเอื้ออำนวย ให้เกิดประโยชน์ต่อบีอาร์เอ็น โดยไม่เชื่อว่าการพูดคุย หรือการใช้แนวทางสันติวิธีจะส่งผลดีต่อบีอาร์เอ็น

“ดังนั้นเมื่อก่อเหตุ บีอาร์เอ็นจึงไม่เคยเผยตัว ออกหน้า แสดงความรับผิดชอบ ซึ่งการไม่เปิดเผยจะทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย ส่งผลดีกว่าเพราะจะทำให้เห็นว่ารัฐยิ่งอ่อนแอ”

แต่สำหรับมุมมองของ ตายูดิน อุสมาน อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กลับมองว่า ขบวนการบีอาร์เอ็นไม่น่าจะมีศักยภาพที่จะก่อเหตุนอกพื้นที่อย่างกว้างขวางหลายจังหวัดพร้อมกันเช่นนี้ได้

เขามองว่า ข้อมูลที่มาจากฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งหลักฐานโทรศัพท์มือถือที่ใช้จุดชนวนระเบิด เป็นของประเทศมาเลเซีย ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุมีลักษณะคล้ายคนจากชายแดนภาคใต้ รวมทั้งดีเอ็นเอจากวัตถุระเบิดที่ตรวจพบซึ่งตรงกับผู้ต้องหาก่อเหตุความไม่สงบชายแดนภาคใต้ แต่หลักฐานเหล่านี้ก็ต้องรอการพิสูจน์ให้ชัดเจน ยังไม่สามารถสรุปชี้ชัดใดๆ ได้

อย่างไรก็ตาม ตายูดิน เห็นด้วยว่า อาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีการว่าจ้างคนในชายแดนภาคใต้ไปก่อเหตุครั้งนี้

“ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่จะมีแต่กลุ่มผู้เห็นต่าง แต่ยังมีภัยแทรกซ้อนคือ กลุ่มอิทธิพลผลประโยชน์บางกลุ่ม เป็นผู้ก่อเหตุความรุนแรงในชายแดนภาคใต้เสียเอง ก็ไม่แปลกที่จะมีใครจ้างกลุ่มคนพวกนี้ไปทำ แต่สำหรับกลุ่มผู้เห็นต่าง ผมเห็นว่าเป้าหมายการต่อสู้ของเขานั้นเป็นไปด้วยอุดมการณ์ การจะมีการว่าจ้างให้ไปก่อเหตุนั้นคงเป็นไปได้ยาก”

ในสถานการณ์เช่นนี้ มุมมองของไทยพุทธอย่างประสิทธิ์ เห็นว่า ผู้รับผิดชอบในการแก้ปัญหาทุกฝ่าย ทั้งความไม่สงบชายแดนภาคใต้ และการคลี่คลายคดี ต้องหาหลักฐานให้ชัดเจน การพูดอะไรก่อนการเปิดเผยหลักฐานให้ชัดเจนนั้นจะไม่ส่งผลดี ขณะเดียวกันนโยบายชายแดนภาคใต้ ที่จะถอนทหารจากกองทัพภาคอื่นๆ ออก และใช้กำลังกองทัพภาคที่ 4 รวมทั้งทหารพรานดูแลพื้นที่ น่ากังวลเพราะทหารพรานเป็นคนในพื้นที่ อาจเป็นการซ้ำเติมประชาชนในพื้นที่ ซึ่งต้องมารบกันเอง และอาจบานปลายก่อปัญหาในระยะยาว

ขณะที่ ตายูดิน มองว่า หลักฐานข้อมูลที่ชัดเจนเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด ในการคลี่คลายสถานการณ์ ความกังวล ความไม่มั่นใจต่างๆ ยิ่งหากมีการเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้เห็นต่างในชายแดนภาคใต้ จะยิ่งกลายเป็นปัญหาใหญ่ ดังนั้นรัฐบาลและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องรีบทำให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่