
เศรษฐกิจในมือรัฐบาล ‘เห็บสยาม หรือ ประเทศไทย 4.0 ?’
โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล
โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล
ผลประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญได้ผ่านความเห็นชอบของประชาชนส่วนใหญ่แล้ว แม้จะได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหลายประการ อย่างไรก็ตามเมื่อกติกาขณะนี้เป็นเช่นนี้ ก็คงเป็นทางเลือกที่ต้องเดินทางต่อไป ที่สำคัญหากดูผลประชามติในรายพื้นที่ ตัวเลขหลายตัวแสดงให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่กำลังเบื่อหน่ายบางสิ่งบางอย่าง แต่นั่นคือการมองแบบดิบที่สุด เบื้องหน้าเบื้องหลังคงมีอะไรมากมาย อย่างไรก็ตามเราจะยึดจุดนี้เป็นจุดเริ่มต้นก่อน จนถึงระยะเวลาแห่งการเลือกตั้งในปี 2560 ตามโรดแมป กับคำถามง่ายๆ ว่า “ทิศทางเศรษฐกิจในมือรัฐบาล หลังจากจุดนี้จะเป็นอย่างไร?”
ผู้เขียนเชื่อมั่นมากว่า ปัญหาความมั่นคงทางการเมืองไม่ใช่ประเด็นหลักของรัฐบาลและ คสช. อีกต่อไปแล้ว ปัญหาที่จะกระแทกเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนถึงการเลือกตั้งนั่นคือ “ปัญหาเศรษฐกิจภายใน” และรัฐบาลจะไปถึงจุดที่ต้องการได้หรือไม่อยู่ที่ปัจจัยนี้เป็นสำคัญ เมื่อใดก็ตามคนส่วนใหญ่ในประเทศท้องไม่อุ่น มีปัญหาหนี้สิน ที่ทำกิน หรือมีนโยบายประหลาดๆ บีบคั้นเขาเหล่านี้จนเกินพอดี นั่นล่ะคือจุดเสี่ยงของรัฐบาล
ตั้งใจเขียนเรื่องนี้โดยหลีกเลี่ยงข้อมูล และตัวเลขทางเศรษฐกิจทุกกรณี เพราะมีการวิวาทะระหว่างนักเศรษฐศาสตร์ไปตามสมควรเรื่องนี้ และท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เลิกใช้ชื่อนี้เรียกแนวคิดของทีมบริหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะความอ่อนไหวในคำพูดด้านการสื่อสารต่างๆ ในรัฐบาลพิเศษเช่นนี้มีผลสูงมาก สังคม Social Network แพร่กระจายเร็ว และข้ามประเทศ การใช้คำพูดในการสื่อสารโดยไม่ใช่คำเชิงบวก สุ่มเสี่ยงต่อการถูกโจมตี และในส่วนตัวของผู้เขียน ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ ไม่ว่าจะตัวชื่อ หรือแนวทางการดำเนินการภายใต้ชื่อนี้
สำหรับเรื่องชื่อตอบง่ายๆ ว่าเป็นการดูถูกตัวเอง ผู้พูดมองจากมุมที่ตัวเองยืนอยู่ และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ ไม่ยินดีที่จะเป็นเห็บสยามตามที่ผู้คิดค้นศัพท์ทางการตลาดนี้นำเสนอ แต่สำหรับแนวทางการดำเนินการเรื่องการค้าต่างประเทศนั้น มีทั้งสิ่งดีและสิ่งที่พึงระวังผสมกันอยู่ภายใต้แนวคิด เรื่องนี้คงต้องใช้พื้นที่มากในการอธิบายตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งไม่สามารถใช้ตัวเลขด้าน Macro Economic อธิบายได้ ตัดสินได้ เหมือนที่นักวิชาการบางส่วนคงจะงงๆ ว่าทำไมคนรุ่นใหม่เลือกที่จะรับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่หลายมาตราอาจทำให้ประชาธิปไตยลดลง เรื่องนี้ผู้เขียนของผ่านไปก่อน เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง
อย่างไรก็ตาม ภายใต้แนวทางเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ยังมีแนวคิดอีกแนวคิดหนึ่งซึ่งมองมุมเรื่องการบริหารโครงสร้างเศรษฐกิจภายในเป็นหลัก สร้างความเป็นธรรมในการอยู่ร่วมกันทางเศรษฐกิจระหว่างผู้ประกอบการในทุกระนาบของกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของอาจารย์ สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ นั่นคือ “ประเทศไทย 4.0” โดยมีการยึดโยงกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง และดูเหมือนว่ามีการผลักดันอย่างรุนแรง ลงไปยังเศรษฐกิจระบบฐานราก เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการขนาดเล็ก วิสาหกิจชุมชน และการจัดโครงสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมทางการค้าผ่านการผลักดันของคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ อุตสาหกรรมและแรงงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยกเว้นโครงการที่อาจต้องระมัดระวังในหลายๆ มิตินั่นคือโครงการประชารัฐ
ประเทศในวันนี้มีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบเศรษฐกิจของตนเองจากภายใน เนื่องจากสิ่งแวดล้อมภายนอกคาดเดาไม่ได้ การสร้างความแข็งแกร่งภายใน โดยการใช้กลไกเศรษฐกิจเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก กลาง และย่อม ได้เป็นผู้เล่นในระบบให้มากที่สุด จะแก้ปัญหา 2 ปัญหาพร้อมกัน นั่นคือปัญหาการเติบโตของเศรษฐกิจภายในของเราเองด้วยการกระจายรายได้ และปัญหาทางการเมืองไปในตัว ไปกับรายเล็กแต่จำนวนมาก การลงไปในพื้นที่ไปดูข้อเท็จจริงบางประการ และสัมผัสกับประชาชนผู้ประกอบการจำนวนมากที่สุดโดยการรับฟัง ให้เกียรติ คือการที่จะทำให้ผู้บริหารประเทศเข้าใจคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ซึ่งถือเป็นคน 90% ไม่ใช่รับฟังข้อมูลจากทางฝ่ายราชการหรือกลุ่มผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจด้านเดียว เศรษฐกิจภายในจะไปได้ในต้นทุนที่ต่ำมาก และความสามัคคีเชิงสังคมจะมีสูง
หัวหน้ารัฐบาลคือนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้า คสช. ด้วยนั้นยังมีอำนาจพิเศษมาตรา 44 ที่ควรพึงระมัดระวังอย่างยิ่งในการใช้งาน ในเรื่องเศรษฐกิจที่จะกระทบกับสังคมส่วนใหญ่เป็นลูกโซ่ จะชั่งน้ำหนักอย่างไร จากข้อมูลอะไร แต่การส่งสัญญาณให้เลิกพูดเรื่องเห็บสยามโมเดล เป็นสัญญาณที่ดี ใครที่ว่าทหารบริหารเศรษฐกิจไม่เป็น อาจต้องคิดใหม่ เพียงแต่ต้องดูต่อไปว่าจากนี้ไปจะเดินแบบไหน ซ้ายๆ ขวาๆ หรือเอากลางๆ ด้วยมิตรไมตรี จากผู้ที่เห็นด้วยและเห็นต่าง หากทำได้สมดุลดี ผลลัพธ์อาจไม่เหมือนเดิมเหมือนในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา
ขอสักนิดเถอะว่า คนคิดคำว่าเห็บสยามโมเดลนี่ เอาอะไรปั้นแต่งคำมา? เห็บ เหลือบ คือสิ่งที่ต้องกำจัดเพราะจะเกาะกินสุขภาพของอะไรก็ตามที่มันไปเกาะอยู่ คนทั้งโลกเขารับรู้กันแบบนี้ รัฐบาลเองก็ประกาศชัดในรัฐธรรมนูญต้องกำจัดเห็บ เรื่องนี้ประกาศทุกรัฐบาล แต่ไม่เคยมีใครทำสำเร็จ เป็นไปได้หรือไม่ว่าเรามองหาปัญหาผิดที่ ผิดกลุ่ม แต่ขอไม่เป็นเห็บกับใครด้วยหรอก คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า “ความพอดี ความพอเพียง และความเป็นมิตรต่อกัน”







