posttoday
อดัม คาเฮน แนะคนไทยจับมือถอดสลักความรุนแรง

อดัม คาเฮน แนะคนไทยจับมือถอดสลักความรุนแรง

17 สิงหาคม 2553

...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

นักสร้างกระบวนการสันติวิธีระดับโลก อดัม คาเฮน ได้ร่วมถอดสลักความขัดแย้งของสังคมไทย ผ่านเวทีเสวนา “เราจะส่งมอบประเทศไทยแบบไหนให้ลูกหลาน” เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา ณ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ

“ผมเพิ่งมาถึงประเทศไทยเพียง 4 วัน จึงไม่เหมาะหากจะวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาคงมีความซับซ้อนและลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องเหลืองหรือแดง หรือเรื่องผู้คุมกำลังใดๆ ภาครัฐหรือนักวิชาการก็คงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ง่ายๆ ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน ด้วยการใช้ความรักและพลังอำนาจ” อดัม กล่าว

อดัมเชื่อว่าการใช้อำนาจปราบปรามก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์จำเป็นต้องใช้ความรักควบคู่กับวิธีการเชิงสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นความรู้สึกร่วมและมีเอกภาพ

“การแก้ปัญหาไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ซึ่งต้องใช้เวลา ที่สำคัญอนาคตของประเทศไทยไม่ได้สร้างด้วยฝรั่งเพียง 2 คน แต่ย่อมสร้างจากคำตอบที่คนไทยทุกคนเห็นร่วมกัน” อดัม ระบุ

สำหรับ อาดัม คาเฮน เคยมีประสบการณ์แก้วิกฤตตั้งแต่แรกเริ่มของการทำงานที่บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่คือ เชลล์ ขณะนั้นเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ตลาดน้ำมันมีปัญหา จึงได้คิดค้นวิธีแก้ปัญหาซึ่งเรียกว่า “ห้องปฏิบัติการเพื่อการเปลี่ยนแปลง”

“เรานำคนในองค์กรมาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วคะเนสถานการณ์อนาคตต่อไปว่าหลังจากนี้อาจจะเกิดอะไรขึ้นได้อีกบ้าง จากนั้นจึงดำเนินการแก้ปัญหาอย่างสมเหตุสมผล”

จากนั้นไม่นานอดัมได้ร่วมแก้วิกฤตความขัดแย้งระดับโลกอีกหลายเหตุการณ์ อาทิ กรณีการเหยียดสีผิวในแอฟริกา

อดัม ย้อนอดีตว่า สถานการณ์ขณะนั้นมีความรุนแรงมาก คนในประเทศ ตระหนักและกังวล กระทั่งมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาแก้ปัญหา ประกอบด้วยทุกภาคส่วนทั้งคนขาวและดำ โดยได้นำกระบวนการจำลองสถานการณ์ในอนาคต หรือ Scenarios มาใช้

การแก้ปัญหาจึงเป็นไปอย่างช้าๆ โดยมีกระบวนการนำทุกฝ่ายมาพูดคุยเพื่อหาทางออกเชิงสร้างสรรค์ สุดท้ายก็แก้ไขได้

ส่วนการแก้ปัญหาในประเทศกัวเตมาลานั้น อดัมได้เผชิญกับสงครามกลางเมือง จึงใช้วิธีเดียวกันคือดึงทุกภาคส่วนมาพูดคุยกัน จากนั้นได้แบ่งกลุ่มย่อย เพื่อให้ดำเนินกิจกรรม และแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจระหว่างกัน

“หัวใจคือกระบวนการฟังและพูด การฟังนั้นต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดและพยายามสร้างความเข้าใจในผู้พูด ส่วนการพูดนั้นต้องไม่ใช่แค่การพูดในข้อมูลซ้ำๆ ของตัวเอง แต่ต้องใช้วิธีสานเสวนา ที่ไม่ใช่แค่บอกว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ แต่ต้องพยายามอธิบายให้คนฟังเข้าใจว่า ทำไมถึงคิดแบบนี้ ความคิดเหล่านี้มาจากไหน” อดัม ระบุ

อดัม กล่าวต่อไปว่า แม้การสานเสวนาจะได้ผล แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด จึงได้กลับมาดูว่าตัวเองผิดพลาดหรือตกหล่นขั้นตอนใดไปหรือไม่ ซึ่งก็ได้พบปัจจัยมูลเหตุสำหรับการแก้ปัญหาอีก 2 ประการ

1.ด้านจิตใจ หรือ Love ที่ช่วยเชื่อมประสานรอยร้าวได้ดีที่สุด 2.พลังขับเคลื่อน หรือ Power ที่เป็นพลังขับเคลื่อนสรรพชีวิตให้บรรลุผลได้สูงสุด ซึ่งทั้งสองส่วนต้องผลึกเข้าหากัน จะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้

นอกจากนี้ อดัมยังมีประสบการณ์จากการแก้ปัญหากลุ่มกองโจรในประเทศโคลัมเบียด้วยวิธีเดียวกันนี้

“เราต้องให้กลุ่มกองโจรรับรู้การหารือกันด้วย จึงจัดถ่ายทอดสดและมีการเปิดสายพูดคุย ซึ่งก็มีกองโจรโทรศัพท์เข้ามาถามว่า หากต้องการเข้าร่วมสานเสวนานี้จำเป็นต้องหยุดยิงด้วยหรือไม่ เราก็ตอบไปว่าไม่มีข้อตกลงเบื้องต้นใดๆ เลย เพียงแต่ต้องการเข้ามาพูดคุยกัน ไม่ต้องหยุดยิงก็ได้ และท้ายที่สุดทุกฝ่ายก็พูดคุยกันได้”

อดัมถอดบทเรียนจากประสบการณ์ได้ว่า ความสันติจะเกิดขึ้นได้จากกระบวนการที่เป็นระบบ การมีส่วนร่วม การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การสานเสวนา และสร้างความรู้สึกร่วม ที่สำคัญคือต้องมีพลังอำนาจและพลังรักร่วมกันด้วย

“การแก้ไขความขัดแย้งนั้น ผมพยายามหาคำตอบง่ายๆ คือเราจะแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนและมีความขัดแย้งที่สุดด้วยวิธีสันติได้อย่างไร”

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร