
สุวัจน์ชี้สภาล่ม!สัญญาณอันตราย
สุวัจน์ ระบุ สภาล่ม ส่งสัญญาณถึงเสถียรภาพรัฐบาล ชี้ อันตรายมากหากงบประมาณไม่ผ่าน เผย ข่าว ซื้อตัวส.ส. 50 ล้าน สูงสุดในประวัติการณ์ แต่ในส่วนของ รวมใจไทยชาติพัฒนายังไม่มี ส.ส. หนี
สุวัจน์ ระบุ สภาล่ม ส่งสัญญาณถึงเสถียรภาพรัฐบาล ชี้ อันตรายมากหากงบประมาณไม่ผ่าน เผย ข่าว ซื้อตัวส.ส. 50 ล้าน สูงสุดในประวัติการณ์ แต่ในส่วนของ รวมใจไทยชาติพัฒนายังไม่มี ส.ส. หนี
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวถึงปัญหาเรื่องสภาฯล่มว่า ตนคิดว่า ปัญหาของประเทศวันนี้เรามีทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ทั้งปัญหาภายในประเทศต่างๆมากมาย ฉะนั้นก็ต้องการที่มีเสถียรภาพ เพื่อที่จะทำงานตามนโยบายให้สำเร็จ แต่เสถียรภาพของรัฐบาลมันมีความจำเป็นในเรื่องของเสียงในสภาฯ การที่มีสัญญาณว่า จะประชุมสภาฯแล้วเสียงไม่ครบถือว่า กระทบต่อการทำงานของรัฐบาล ฉะนั้นคิดว่า มองอีกทีเหมือนกับเป็นสิ่งที่มาเตือนเราว่าน้ำมันรถใกล้หมด ไฟเหลืองขึ้น เรารู้ว่าน้ำมันจะหมดก็เติมน้ำมันเข้าปั๊ม และต่อไปก็จะมีเรื่องใหญ่ๆหลายเรื่อง โดยเฉพาะ พ.ร.บ.งบประมาณ ซึ่งขาดเสียงไม่ได้เลย
“อุทาหรณ์ของการขาดประชุมหรือองค์ประชุมไม่ครบ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสภาฯเมื่อวานนี้ ต้องเป็นเรื่องที่ต้องมีการหารือกัน เพื่อที่จะขอความร่วมมือหรือมีมาตรการที่จะทำให้องค์ประชุมครบ ไม่อย่างนั้นจะกระทบการทำงานและจะบั่นทอนเสถียรภาพและจะทำให้ขาดความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งจริงๆแล้วตอนนี้กำลังจะไปได้ดีอยู่แล้ว ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและความเข้าใจที่เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี อยากเห็นความร่วมมือทุกฝ่ายได้ช่วยกันคิดถึงประเทศและการทำงานของรัฐบาลที่มีความจำเป็นต้องมีเสถียรภาพที่เพียงพอ ดังนั้น คงต้องหารือกันในระหว่างผู้ที่รับผิดชอบ เพื่อที่จะให้เสียงของรัฐบาลเพียงพอ ไม่ให้มีปัญหาอย่างที่ผ่านมา”นายสุวัจน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณในสัปดาห์หน้า ถ้ามีการยกมือสวน หรือเสียงไม่พอมีโอกาสถึงกับรัฐบาลจนตรอกที่ต้องประกาศยุบสภาฯเลยหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า เรื่องงบประมาณมีความสำคัญมาก เพราะว่าองค์ประชุมไม่ครบ หรือเสียงไม่พอในเรื่องอื่นก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่ซีเรียส แต่ถ้างบประมาณมันเป็นเรื่องซีเรียสถ้าเกิดว่า เสียงไม่ครบหรือกฎหมายงบประมาณไม่ผ่านรัฐบาลก็ลำบาก ตนว่าก็เป็นเรื่องอันตรายมากสำหรับรัฐบาล ดังนั้น ต้องรีบแก้ไขปัญหานี้ โดยต้องหารือทำความเข้าใจกันและให้เห็นถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักว่า เราต้องการเสถียรภาพ เพื่อให้รัฐบาลได้ทำงานแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจต่างๆและปัญหาบ้านเมืองให้ลุล่วง
สัญญาณตรงนี้จะเกิดจากเรื่องการเช่ารถเมล์ของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ดูแล้วมันก็ไม่ได้ขาดพรรคเดียว มันเหมือนว่าขาดแทบทุกพรรค ถ้าขาดพรรคเดียวอาจจะมองว่าพรรคนั้นคิดอะไรอยู่ก็ได้ แต่นี่ขาดทุกพรรคมันเหมือนกับเป็นการขาดประชุมที่กระจายกันไป จึงเชื่อว่าไม่น่าที่จะไปเกี่ยวโยงกัน
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า มีกระแสข่าวการซื้อตัว ส.ส.ด้วยการทุ่มเงินสูงถึง 50 ล้านบาท มองอย่างไร นายสุวัจน์ฯตอบว่า ไม่ทราบจริง ไม่จริง แต่เป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองถ้าเป็นจริง และเป็นตัวเลขขนาดนี้ที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ไม่ทราบว่าจริงหรือไม่จริง แต่ก็ไม่อยากให้เป็นจริง เพราะไม่ดีกับระบอบประชาธิปไตย วันนี้เราต้องพยายามทำให้การเมืองให้ได้รับการยอมรับ ถ้านักการเมืองระบบการเมือง พรรคการเมือง ไม่ได้รับการยอมรับแล้วก็ถึงเลือกตั้งมาก็เหมือนเดิม หากจะแก้ไขปัญหาของประเทศจริงๆต้องนับหนึ่งจากการยอมรับในผลของการเลือก ซึ่งทุกพรรคการเมืองต้องช่วยกันให้ความร่วมมือที่จะไม่มีข่าวคราวหรือไม่มีอะไรที่เป็นตำหนิต่อระบอบประชาธิปไตย
แกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีเสียงของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาจะไปอยู่พรรคอื่น 5 คนนั้น ไม่ทราบ ใครจะย้ายไปพรรคไหนคงต้องรอหลังยุบสภาถึงจะรู้กัน ตอนนี้อาจจะจีบๆกันทางการเมืองมากกว่า เพราะบรรยากาศทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่า ยังไงปีหน้าก็เลือกตั้ง และยังคงไม่มีใครที่จะไปตัดสินใจอะไรขนาดนั้น
“ผมว่า เรื่องดูด ส.ส.เป็นเรื่องของการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะว่ายังไงวันนี้ ส.ส.ก็ย้ายพรรคไม่ได้ แต่ว่าเรื่องสภาฯล่ม นี่สิ ผมว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่ามันหมายถึง เสถียรภาพที่ไม่เพียงพอ มันจะกระทบต่อประสิทธิภาพของการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลจะขับเคลื่อนอะไรที่ดีๆกับประชาชนก็จะทำได้ยากลำบาก อันนี้เป็นเรื่องสำคัญมากกว่า ดังนั้น ผมคิดว่าต้องมีการปรึกษาหารือกันในหมู่พรรคร่วมรัฐบาลต่างๆ เพื่อให้เกิดเอกภาพ เกิดการประชุมสภาฯที่ครบถ้วน ส่วนที่มีเสียงหลายเสียงออกมาว่า นายเนวิน ชิดชอบ อาจจะถึงขั้นได้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ผมว่าการเมืองมันไม่แน่ เป็นเรื่องของอนาคต คนเล่นการเมืองทุกคนเขาก็มีความคิดว่า สักวันหนึ่งจะต้องเติบโตกันไปแค่ไหน ทุกคนมีสิทธิจะคิดก็เป็นเรื่องของอนาคต เป็นเรื่องของประชาชน”
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า หลังจากหมดอายุความบ้านเลขที่ 111 คนที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง นายสุวัจน์ฯ เองเป็นหนึ่งในคาติเดทที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี มีความคิดอย่างไร นายสุวัจน์ฯยิ้ม ตอบว่า ยังไม่ได้คิดอะไร เอาไว้ครบ 5 ปีก่อนแล้วค่อยคิด
ส่วนที่มีข่าวอดีตนายกทักษิณวางตัวเป็นหัวหน้าพรรคคนหนึ่งนั้น นายสุวัจน์ฯกล่าวว่า ไม่มีครับ







