posttoday
จับแก๊งเงินกู้รายใหญ่ คิดดอกร้อยละ 15

จับแก๊งเงินกู้รายใหญ่ คิดดอกร้อยละ 15

11 สิงหาคม 2553

ตำรวจ รุดจับแก๊งเงินกู้รายใหญ่คิดดอกเบี้ยสุดโหด ร้อยละ 15  พบมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท  ชี้ ทำเป็นขบวนการ

ตำรวจ รุดจับแก๊งเงินกู้รายใหญ่คิดดอกเบี้ยสุดโหด ร้อยละ 15  พบมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท  ชี้ ทำเป็นขบวนการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) วันที่ 11 สิงหาคม พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. พล.ต.ต.จตุรงค์ ภุมรินทร์ ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.ถาวร ดุลยวิทย์ ผกก.2 บก.ปคบ.แถลงข่าวจับกุม นายพิภพ วรรณาคา อายุ 45 ปี นายสมฤกษ์ นิพนธ์สุขโชติ อายุ 46 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ จ 437 และ 438/2553 ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2553 ข้อหาร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน นายอุดม นิพนธ์สุขโชติ อายุ 45 ปี นายคำรณร์ คงมีทรัพย์ อายุ 27 ปี นายพิษณุ ศรีเดช อายุ 21 ปี และนายมานิต กัลลวัน อายุ 36 ปี ในข้อหาร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด พร้อมของกลาง สัญญากู้ยืมเงินและบัญชีธนาคารต่างๆ 1,652 ฉบับ บัตรเอทีเอ็ม 782 ใบ เงินสด 16,500 บาท รถจักรยานยนต์ยี่ห้อต่างๆ 26 คัน และรถกระบะ 1 คัน

พล.ต.ท.ไถง กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้เนื่องจากนางส้ม (นามสมมติ) เข้าร้องทุกข์ต่อ บก.ปคบ.ว่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้กู้เงินจำนวน 15,000 บาท จากนายทุนเงินกู้รายหนึ่งในพื้นที่ จ.ปทุมธานี โดยถูกคิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อเดือน มีการทำสัญญากู้ยืมแต่ไม่เขียนรายละเอียด พร้อมกับให้ถ่ายสำเนาบัตรประชาชนติดรูปถ่าย รวมทั้งถูกยึดสมุดบัญชีธนาคาร และบัตรเอทีเอ็มที่ตนจะได้รับการโอนเงินเดือนไปด้วย ต่อมาตนมีปัญหาหมุนเงินไม่ทันจึงถูกติดตามทวงถามก่อนจะถูกยึดรถกระบะไว้เป็นหลักประกันเพื่อบังคับให้ตนหาเงินมาใช้คืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย หลังจากรับแจ้งชุดสืบสวน กก.2 บก.ปคบ.จึงเร่งสืบสวนจนทราบข้อมูลว่าแก๊งเงินกู้นอกระบบรายนี้มีนายอุดม เป็นนายทุนปล่อยเงินกู้รายใหญ่ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีการติดใบโฆษณาหาลูกค้าในนาม “อุดม เงินด่วน” พร้อมกับระบุหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อไว้ด้วย

พล.ต.ท.ไถง กล่าวอีกว่า เมื่อชุดสืบสวนลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จึงพบว่าแก๊งเงินกู้รายนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำกันเป็นขบวนการ โดยนายพิภพ และสมฤกษ์ มีหน้าที่คอยติดตามยึดจักรยานยนต์ หรือรถยนต์ของลูกหนี้ จึงขออนุมัติศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับเอาไว้ ส่วนนายคำรณร์ นายพิษณุ และนายมานิต ทำหน้าที่เสมียนเขียนสัญญาเงินกู้ ตรวจสอบเอกสารประกอบและยึดบัญชีเงินฝากกับบัตรเอทีเอ็มของผู้เสียหายเอาไว้ใช้ถอนเงินเมื่อรายใดไม่ชำระคืนเงินกู้ตามกำหนด

ผบช.ก.กล่าวต่อว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 410/1-3 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2553 เข้าตรวจค้น 3 จุด โดยจุดแรกที่ร้านท็อปบิ๊กไบร์ท เลขที่ 58/799 เจ แอนด์ พี อพาร์ทเม้นท์ หมู่บ้านนครชัยมงคลวิลล่า 1 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งใช้เป็นจุดทำสัญญากู้ยืมเงิน จุดที่ 2 บริเวณร้านเบสต์บิ๊กไบร์ท เลขที่ 81/101 หมู่ 19 ซอยไทยธานี 49 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง พบว่าเป็นร้านประกอบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบร์ทออกจำหน่าย และจุดสุดท้ายที่บ้านเลขที่ 80/53 ซอยไทยธานี 35 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านที่ใช้เก็บเอกสารกู้เงินและบัตรเอทีเอ็มของผู้เสียหาย ก่อนจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ดำเนินคดี

“ผู้เสียหายที่กู้ยืมเงินกับนายทุนเงินกู้รายนี้ส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างโรงงานและพนักงานบริษัทในพื้นที่ย่านนวนคร มีวงเงินกู้ยืมระหว่าง 15,000-20,000 บาท โดยทั้งหมดจะถูกยึดบัตรเอทีเอ็ม ที่ได้รับการโอนเงินเดือนเอาไว้ หากไม่ใช้คืนเงินกู้ตามกำหนดผู้ ต้องหาก็จะไปกดเงินจากบัญชีผู้เสียหายออกมา บางรายก็จะถูกตามยึดรถจักรยานยนต์เอาไว้เป็นหลักประกันเพื่อบังคับให้ผู้เสียหายเร่งหาเงินมาใช้คืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย แต่หากยังหาเงินมาใช้ไม่ได้ก็จะยึดรถไปชำแหละก่อนนำออกขาย”พล.ต.ท.ไถง กล่าว

ผบช.ก.กล่าวว่า จากการตรวจสอบความเสียหายจากแก๊งเงินกู้รายนี้พบว่ามีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท และเชื่อว่ายังมีผู้ร่วมกระทำความผิดอีกด้วยจึงสั่งการให้ทาง บก.ปคบ.เร่งสืบสวนขยายผลการจับกุมแล้ว อย่างไรก็ดี ตนอยากฝากให้ผู้ที่ขัดสนต้องการกู้ยืมเงินขอให้ดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องนี้ก็เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และขอฝากไปถึงบริษัทที่ทำธุรกิจลิสซิ่งให้พิจารณาการวางเงินดาวน์การซื้อขายรถจักรยานยนต์ให้มากขึ้นเพราะปัญหาเหล่านี้ส่งผลเสียหายเป็นอย่างมาก

สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันปล่อยเงินกู้โดยเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดจริง แต่นายพิภพ และนายสมฤกษ์ ให้การปฏิเสธในข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยอ้างว่า ไม่เคยไปยึดรถจักรยานยนต์แต่อย่างใด ที่ผ่านมาผู้เสียหายเป็นฝ่ายนำรถมาให้เป็นหลักประกันเงินที่กู้ยืมไปเท่านั้น ชุดจับกุมจึงควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บก.ปคบ.ดำเนินคดีและขยายผลการจับกุมต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร