"ประยุทธ์"ตั้งกก.ติดตามงานอาจใช้ม.44เมื่อจำเป็น
นายกฯ ตั้งกก.ติดตามงานตัวเอง อาจใช้ ม.44 เมื่อจำเป็นแก้ข้อติดขัดเพื่อให้เกิดประสิทธิผลโดยเร็ว จี้เดินหน้าเดินเรือคลองผดุงฯ
นายกฯ ตั้งกก.ติดตามงานตัวเอง อาจใช้ ม.44 เมื่อจำเป็นแก้ข้อติดขัดเพื่อให้เกิดประสิทธิผลโดยเร็ว จี้เดินหน้าเดินเรือคลองผดุงฯ
วันที่ 17 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ว่า สำหรับเรื่องการขับเคลื่อนการบริหารราชการ และการปฏิรูปปัจจุบันรัฐบาลมีกลไกคณะกรรมการขับเคลื่อนและการปฏิรูป โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาติดตามงานของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะ ซึ่งอาจจะต้องเป็นวาระสำคัญ เร่งด่วนภายใต้การควบคุมของ ตนเอง ซึ่งอาจจะพิจารณาแก้ไขปัญหา ข้อขัดข้อง ติดขัด ทั้งในด้านกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย โดยใช้มาตรการต่างๆ และหากจำเป็นก็จะใช้กฎหมายพิเศษ มาตรา 44 ทั้งนี้ก็เพื่อให้นโยบายต่างๆ เกิดประสิทธิผลโดยเร็ว โดยทุกเรื่องต้องเป็นไปตามกฎหมาย ตนมุ่งหวังแต่เพียง ลดเวลา ลดขั้นตอนทำให้เกิดความรวดเร็ว สุจริต โปร่งใสในการดำเนินการโครงการต่างๆ ของภาครัฐโดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบประมาณ ที่ทำได้ล่าช้าเพราะติดขัดกฎระเบียบต่างๆ วันนี้ต้องเร่งรัดกันเพื่อดำเนินการดังกล่าวให้ได้ในช่วงที่กำลังจะเริ่มปฎิรูประยะที่ 1 นี้ในเรื่องของขั้นตอนการทำงาน การติดขัดกฎระเบียบ ข้อบังคับ ระยะเวลา ที่ยืดเยื้อมายาวนาน
นายกฯ กล่าวว่า อีกเรื่องที่อยากให้เกิดขึ้นให้ได้คือ การใช้เรือโดยสารในเส้นทางสัญจรทางน้ำ โดยเฉพาะคลองผดุงกรุงเกษม เพื่อเป็นสัญลักษณ์ เป็นจุดเริ่มต้น เป็นแรงบันดาลใจ ไม่ได้มุ่งหวังให้ไปกระทบเรื่องอื่นๆ วันนี้ต้องทำให้ได้ จะเล็กจะใหญ่ไม่สำคัญ สำคัญให้วิ่งได้แล้วกัน ประชาชนที่สนใจสามารถใช้เรือในการสัญจรไปมาได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่การจราจรติดขัด หรือแม้กระทั่งในเรื่องของการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องของ การเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ ปัญหาของการติดสะพาน ระดับน้ำอะไรต่างๆ เหล่านี้ คิดว่าเป็นปัญหาเล็กน้อย ที่เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้วิจารณญาณ ในการทำงาน ในการปฏิบัติ ตนเองไม่ได้ต้องการไปตำหนิ หรือต่อว่าใครทั้งสิ้น วันนี้หลายอย่างเป็นงานนโยบายเราต้องทดลองปฏิบัติให้ได้ก่อน หากมีปัญหา มีข้อเสีย หรือติดขัด ก็แก้ไขถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ยกเลิกไป หากมัวแต่รอกัน รอกฎหมาย ก็เกิดไม่ได้สักอย่าง ประชาชนก็จะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้้นต้องทำ 2 อย่างไปพร้อมกัน 1.คือการปรับโครงสร้าง การวางรากฐานให้แข็งแรง ยั่งยืนด้วยกฎหมาย และการปฏิรูปซึ่งอยู่ใน สนช. 2.คือสิ่งที่ประชาชนคาดหวังก็จะไม่เห็นผลในทันที เพราะงั้นอะไรก็ตามที่รออยู่แล้วไม่มีปัญหามากนัก ก็สามารถที่จะแก้ปัญหาด้วยอำนาจที่ตนมีอยู่ ทั้งนี้ก็ไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบกับใครทั้งสิ้น







