
ยอดผลิตรถดันดัชนีMPIกระเตื้อง
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม เม.ย.เพิ่ม 1.54% อุตสาหกรรมหลักกระเตื้อง แนะจัดเก็บภาษีป้าย หนุนเปลี่ยนรถใหม่
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม เม.ย.เพิ่ม 1.54% อุตสาหกรรมหลักกระเตื้อง แนะจัดเก็บภาษีป้าย หนุนเปลี่ยนรถใหม่
นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) ในเดือน เม.ย. 2559 มีอัตราการขยายตัว 1.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการผลิตของอุตสาหกรรมหลักสำคัญ เช่น รถยนต์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เหล็กและเหล็กกล้า น้ำมันปิโตรเลียม ปรับตัวเพิ่มขึ้น มีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ 58.43% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 57.89%
ขณะที่ภาพรวม 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย. 2559) ลดลง 0.4% การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมช่วง 4 เดือนหดตัว 3.2% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว มีเพียงตลาดยุโรปที่ขยายตัวเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ยังคงอัตราการขยายตัวจีดีพีอุตสาหกรรมอยู่ที่ 1.5-2.5% ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 2-3%
ทั้งนี้ สศอ.มองว่าในช่วงที่กำลังซื้อรถยนต์ในประเทศชะลอตัว ควรมีการจัดเก็บภาษีป้ายสำหรับรถยนต์ที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นจากอัตราที่จัดเก็บอยู่ในปัจจุบันเพื่อผลักดันให้ผู้ใช้รถยนต์เปลี่ยนรถยนต์ใหม่มากขึ้น ซึ่งจะกระตุ้นยอดขายในประเทศ เพราะปัจจุบันรถยนต์อีโคคาร์มีราคาถูกลงมาก ปล่อยมลพิษน้อยลงและประหยัดพลังงานมากขึ้น สอดคล้องกับการจัดเก็บภาษีรถยนต์ใหม่ที่คิดภาษีจากการปล่อยค่าคาร์บอนไดออกไซด์
“ภาวะอุตสาหกรรมรถยนต์ในเดือน เม.ย.ยังขยายตัว แต่เป็นการขยายตัวเพียงเล็กน้อย โดยยอดขายในประเทศอยู่ที่ 1.72% ส่วนการส่งออกที่แม้มีมูลค่ามากขึ้น แต่เมื่อเทียบกับปริมาณที่ขายได้ยังคงหดตัวอยู่ที่ 2% ดังนั้น ภาครัฐควรออกมาตรการเพื่่อกระตุ้นยอดขายในส่วนของต่างประเทศที่ลดลง” นายศิริรุจ กล่าว







