posttoday
หยุดค่าโง่ซ้ำซาก

หยุดค่าโง่ซ้ำซาก

23 พฤษภาคม 2559

เป็นการสมควรแล้วที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ชะลอการจ่ายเงินในงวดที่สองและสามให้แก่กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี ซึ่งประกอบด้วย บริษัท นอร์ธเวส วอเตอร์อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง บริษัท ประยูรวิศว์การช่าง บริษัท สี่แสงการโยธา (1979) บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ และบริษัท เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์

เป็นการสมควรแล้วที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ชะลอการจ่ายเงินในงวดที่สองและสามให้แก่กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี ซึ่งประกอบด้วย บริษัท นอร์ธเวส วอเตอร์อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง บริษัท ประยูรวิศว์การช่าง บริษัท สี่แสงการโยธา (1979) บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ และบริษัท เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปยื่นร้องต่อศาลปกครองให้พิจารณาคดีทุจริตโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ ใหม่ หลังพบข้อมูลใหม่ว่ากลุ่มบริษัทดังกล่าวได้ร่วมกันบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการช่วยเหลือกันของเจ้าหน้าที่ที่ก่อให้เกิดการทุจริตขึ้นในโครงการ โดยก่อนหน้านี้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้มีคำสั่งอายัดเงินจ่ายค่าโง่คลองด่านสองงวด วงเงินกว่า 4,700 ล้านบาท ซึ่งมีกำหนดจ่ายในวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับโครงการนี้เกิดการทุจริตครั้งมโหฬารโดยมีนักการเมืองคนดังเกี่ยวข้องหลายราย แต่ขณะที่โครงการสะดุดลงกลุ่มผู้รับเหมาได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก คพ. ซึ่งต่อมาศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษายืนตามอนุญาโตตุลาการให้ คพ.จ่ายค่าชดเชยค่าก่อสร้างให้กับเอกชน 9,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แทนที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะยับยั้งหรือสั่งการให้ชะลอการจ่ายเงินก้อนดังกล่าว แต่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีกลับเห็นชอบให้จ่ายเงินค่าโง่ให้กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยืนยันในขณะนั้นว่าไม่สามารถเบี้ยวการจ่ายเงินดังกล่าวได้ เพราะเป็นไปตามคำพิพากษาของศาล จึงยอมจ่ายเงินงวดแรกให้่กลุ่มเอกชนไปเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2558 จำนวน 3,934,706,491 บาท

ฉะนั้น การที่ ครม.ได้มีมติให้ชะลอการจ่ายเงินในสองงวดที่เหลือ แม้จะเป็นการตัดสินใจล่าช้าและเสียค่าโง่ไปแล้วถึงร่วม 4,000 ล้านบาท แต่เอกชนควรจะต้องร่วมรับผิดชอบต่อการทุจริตที่เกิดขึ้นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้

ทั้งนี้ เนื่องจากคำพิพากษาของศาลอาญาที่สั่งจำคุกนายปกิต กิระวานิช อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์ อดีตรองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และนางยุวรี อินนา อดีตนักวิชาการสิ่งแวดล้อม คนละ 20 ปี ระบุชัดเจนว่า จำเลยมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับกลุ่มกิจการร่วมค้าฯ มีพฤติการณ์แสดงให้เห็นถึงการวางแผนและดำเนินการตามแผน เอื้อประโยชน์ในหลายขั้นตอน

ขณะเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษก็กำลังฟ้องกลุ่มเอกชนที่นำที่ดินมาหลอกขายให้แก่รัฐ ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ในชั้นศาลฎีกาแล้ว หากผลการตัดสินออกมาว่าฝ่ายรัฐชนะคดี รัฐบาลชุดปัจจุบันแม้ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการก็จำเป็นต้องรับผิดชอบ โดยการฟ้องร้องเพื่อเรียกเงินค่าโง่จำนวนดังกล่าวกลับคืนมาด้วย หรือดำเนินการฟ้องแพ่งให้เอกชนซึ่งมีส่วนร่วมในการกระทำผิดร่วมจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน

ดังนั้น ไม่ว่าผลการพิจารณาคดีของศาลปกครองรอบใหม่จะออกมาอย่างไร แต่รัฐบาลต้องนำกรณีนี้เป็นบทเรียนเพื่อไม่ให้มีการอนุมัติเงินภาษีของประชาชนไปจ่ายในทางมิชอบ จนกลายเป็นมรดกบาปซ้ำซากในหลายกรณี

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร