
พายุถล่มกรุงเก่าต้นมะขามอายุ 200 ปีล้มทับโบสถ์
พายุพัดกระหน่ำอยุธยา จนต้นมะขามอายุกว่า 200 ปี ล้มทับโบสถ์เก่าแก่ได้รับความเสียหาย
พายุพัดกระหน่ำอยุธยา จนต้นมะขามอายุกว่า 200 ปี ล้มทับโบสถ์เก่าแก่ได้รับความเสียหาย
พระพยุง จิตตปาโล อายุ 64 ปี พระลูกวัดโบสถ์ ม.2 ต.เจ้าปลุก อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งติดแม่น้ำลพบุรี กล่าวว่า เกิดพายุพัดกระหน่าอย่างรุนแรงเมื่อกลางดึงคืนที่ผ่านมา ทำให้ต้นมะขามขยาาดใหญ่อายุกว่า 200 ปีหักโค่นล้มจนทับพระอุโบสถเก่าแก่ของวัดที่มีการบุรณะใหญ่ครั้งสุดท้ายเมื่อกว่า 100 ปีที่ผ่านมา ได้รับความเสียหาย คิดเป็นมูลค่ากว่า 2ล้านบาท
พระพยุง กล่าวอีกว่า วัดเก่าแก่นี้สร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาติดแม่น้ำลพบุรี โดยพระอุโบสถหลังนี้มีการบุรณะใหญ่ครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ100กว่าปีที่ผ่านมา โดยรูปแบบพระอุโบสถสวยงามคล้ายกับที่วัดสุวรรณดารารามจ.พระนครศรีอยุธยา และต้นมะขามขนาดใหญ่ดังกล่าวก็เก่าแก่คู่กับวัดมานานคาดว่าจะมีอายุประมาณ 200 ปี เมื่อล้มลงมาแล้วพบว่าโคนต้นเป็นโพรงเชื่อว่าเมื่อโคนต้นไม่แข็งแรงประกอบกับเมื่อคืนมีลมพายุพัดแรงทำให้ต้นมะขามไม่สามารถทนแรงลมพายุจึงหักโค่นลงมาทับพระอุโบสถ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลโรงช้างที่รับผิดชอบในพื้นที่ให้ข้อมูลว่านอกจากความเสียหายของพระอุโบสถแล้ว ยังมีบ้านเรือนประชาชนเสียหายอีกหลายหลังและต้นไม้ข้างทางถนนในเขตเทศบาลก็หักโค่นตลอดเส้นทาง โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการเก็บแก้ไขให้พ้นจากผิวถนนแล้ว ส่วนแนวทางแก้ไขต้นไม้ล้มทับพระอุโบสถจะต้องมีการเข้าไปตัดกิ่งมะขามขนาดใหญ่ออกและระดมทุนด้วยการทอดผ้าป่าหรือจองกฐินเพื่อหาเงินบริจาคมาช่วยบูรณะวัดโดยด่วนเพราะวัดแห่งนี้ก็เป็นเพียงวัดในถิ่นชนบทเท่านั้น







