
แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ไปเช็กอินก่อนใครสงกรานต์นี้
เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ ต้องรีบไปตื่นตาตื่นใจกับแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ๆ เช็กอิน โพสต์ลงโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งหลายก่อนใครๆ
เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ ต้องรีบไปตื่นตาตื่นใจกับแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ๆ เช็กอิน โพสต์ลงโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งหลายก่อนใครๆ
บึงน้ำสีฟ้า แกรนด์แคนยอน อุบลฯ
ฮือฮากันใหญ่โตกับ “แกรนด์แคนยอนเมืองไทย” แห่งใหม่ล่าสุดที่ บึงแสนโคตร บ้านหนองไหล ต.หนองขอน อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี แท้จริงเป็นหนองน้ำสาธารณะประจำตำบล ขนาดกว้างประมาณ 700 ไร่ ที่มีการขุดดินเพื่อทำบ่อกักเก็บน้ำในการอุปโภคบริโภคของชาวบ้าน ทำให้เกิดเป็นคันดินและบ่อน้ำจำนวนมาก ส่วนน้ำสีฟ้าเป็นเรื่องธรรมชาติอันเกิดจากน้ำบาดาลที่ซึมขึ้นมาตลอดปี ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินถ่ายภาพบนคันดิน แต่ไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำ เนื่องจากระดับน้ำลึกและจะทำให้น้ำขุ่นไม่สวยงาม
จากกระแสในโลกออนไลน์ทำให้มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมอย่างรวดเร็ว ทำให้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลหนองขอนเร่งพัฒนาพื้นที่บริเวณทางเข้าให้เป็นที่จอดรถเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ จากปกติที่มีมากถึงวันละประมาณ 3,000-4,000 คน โดยช่วง 4 โมงเย็นเป็นต้นไปจะมีนักท่องเที่ยวมาก เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและบรรยากาศช่วงพระอาทิตย์กำลังตกดินสวยที่สุด ในประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับสมญานามว่าแกรนด์แคนยอนอีกที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ และระนองแคนยอน อ.เมือง จ.ระนอง
6 สันหลังมังกร เมืองตรัง
ปรากฏการณ์ธรรมชาติน้ำขึ้น-น้ำลงสรรค์สร้างสันทรายกลางทะเลที่มนุษย์เรียกว่า สันหลังมังกร ล่าสุด จ.ตรัง ได้ประกาศเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวอันซีนแห่งใหม่เป็นสันหลังมังกร 6 ตัว 6 สี ได้แก่ สันหลังมังกรเหลือง หมู่ 2 บ้านหยงสตาร์ ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน สันหลังมังกรเกล็ดทองคำ หมู่ 4 บ้านทุ่งรวงทอง ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน สันหลังมังกรนิล หมู่ 4 บ้านตะเสะ ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ สันหลังมังกรหยก หมู่ 1 บ้านเสียมไหม ต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน สันหลังมังกรทับทิมสยาม หมู่ 4 บ้านหาดทรายทอง ต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน และตัวสุดท้าย สันหลังมังกรเผือก หมู่ 3 บ้านมดตะนอย ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ทั้งนี้สีที่แตกต่างกันเป็นสีสันของหาดทราย เศษปะการัง เปลือกหอยที่ทับถมกันตามธรรมชาติทำให้แต่ละตัวมีเอกลักษณ์ต่างกัน
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะขนานนามว่าสันหลังมังกร สันทรายนั้นต้องมีความยาวไม่ต่ำกว่า 1 กม. เป็นสันทรายกลางทะเลที่ถูกคลื่นซัดเข้าทั้งสองฝั่ง และต้องมีเกาะอยู่ด้านในด้านหนึ่งเปรียบเป็นหัวมังกรเพื่อประกอบเป็นมังกรทั้งตัว ซึ่งจะแตกต่างกับทะเลแหวกที่มีความยาวสั้นกว่าและไม่มีส่วนหัว นักท่องเที่ยวสามารถโดยสารเรือไปเก็บภาพได้ในช่วงพระจันทร์เต็มดวง ก่อนและหลัง 3 วันทั้งข้างขึ้นและข้างแรม
ย้อนอดีตสมัย ร.5 เมืองมัลลิกา รศ. 124
กาญจนบุรีเตรียมเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เมืองมัลลิกา โครงการใหญ่ยักษ์บนพื้นที่ 60 ไร่ที่ได้สร้างเมืองจำลองสมัย ร.ศ. 124 สมัยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเลิกทาสได้สำเร็จ ทั้งด้านสถาปัตยกรรม อาหาร ศิลปะ วัฒนธรรม การละเล่น โดยเรือนไทยทุกหลังออกแบบโดยอาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร และทีมงานทั้งหมดกว่า 400 คน จะแต่งกายแบบโบราณและดำรงชีวิตเสมือนจริงในยุคที่ผู้คนเริ่มมีความสุข และเริ่มมีวัฒนธรรมของชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามา เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้เห็นภาพในอดีตโดยไม่ต้องจินตนาการอีกต่อไป
เมืองมัลลิกาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจะเปิดให้บริการวันที่ 15 มิ.ย. 2559 ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ปีละ 2 ล้านคน ตั้งอยู่บริเวณริมทางหลวงหมายเลข 323 (แสงชูโต) ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 32-33 ห่างจากตัวเมือง 33 กม. ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ติดต่อ 09-4992-1115
บุรีรัมย์ คาสเซิล แลนด์มาร์คใหม่อีสานล่าง
คอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ของคนบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ คาสเซิล ตั้งอยู่ระหว่างสนามฟุตบอลไอ-โมบาย สเตเดี้ยม และสนามแข่งรถ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นโครงการที่ออกแบบโดยอิงรูปแบบจากชุมชนรอบปราสาทหินในอดีต ประกอบด้วย ปราสาทสายฟ้า ที่ได้ก่อสร้างตามรูปแบบของปราสาทขอมในอดีต โดยช่างฝีมือแกะสลักหินทุกก้อนและจัดเรียงตามหลักการสร้างปราสาทโบราณ อีกทั้งยังได้คำนวณวันที่พระอาทิตย์ตกผ่านช่องประตูเช่นเดียวกับปราสาทหินพนมรุ้ง
คอมมูนิตี้มอลล์ บุรีรัมย์ คาสเซิล ศูนย์รวมร้านอาหาร ร้านขายสินค้า ร้านขายของที่ระลึกบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมกาสโตร์ บนพื้นที่รวมกว่า 3.5 หมื่นตารางเมตร (ตร.ม.) และสวนศิวะ 12 สวนสาธารณะขนาดใหญ่พร้อมเส้นทางวิ่งออกกำลังกาย รายรอบด้วยแผ่นศิลาหินทรายกามาสูตรซึ่งเปรียบเป็นจุดกำเนิดแห่งจักรวาล อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาศิวลึงค์ทำจากหินทราย สูงกว่า 9 ม. ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก บุรีรัมย์ คาสเซิล จึงกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของบุรีรัมย์และยังเป็นเหล่งแฮงเอาต์ของแฟนฟุตบอลทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด GU12 โดยทุกร้านจะให้ส่วนลดพิเศษแค่ใส่เสื้อที่มีโลโก้สโมสร
โลมาเริงร่า ดอลฟินส์ เบย์ ภูเก็ต
สุดยอดโชว์โลมาในอาเซียนอยู่ที่ ดอลฟินส์ เบย์ ภูเก็ต (Dolphins Bay Phuket) ด้วยการแสดงที่มีความแตกต่าง ไม่ซ้ำกันในทุกวัน การแสดงแบบโชว์ผาดโผนของโลมากับครูฝึก และลูกเล่นในแต่ละรอบที่ทำให้ผู้ชมได้ยิ้มตามตลอดเวลา ประกอบด้วยโลมา 5 ตัว แมวน้ำ 2 ตัว ครูฝึกโลมา 3 คน ซึ่งทั้งโลมาและคณะมาจากยูเครนทั้งหมด แต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 45 นาที โดยระหว่างการแสดงจะมีการอธิบายเรื่องราวของโลมาเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้คนร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล
เปิดการแสดงวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 11.00 น. 14.00 น. และ 17.00 น. ราคาบัตรเข้าชม 1,200 บาท สำหรับผู้ใหญ่ และ 700 บาท สำหรับเด็กอายุ 4-12 ปี นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมว่ายน้ำกับโลมา และในช่วงสงกรานต์นี้จะมีกิจกรรมประเพณีไทยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประเพณีที่ดีงามร่วมกับการแสดงโลมาด้วย ทั้งนี้ ดอลฟินส์ เบย์ ภูเก็ต ได้ทำการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถูกต้องตามกฎหมาย และมีการดูแลโลมาตามมาตรฐานของกรมประมง ตั้งอยู่ที่ซอยป่าหล่าย ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต โทร. 076-374-300 เว็บไซต์ : www.dolphinsbay-phuket.com
สกายวอล์กชมเกล็ดพญานาค หนองคาย
ไม่น่าเชื่อว่าอำเภอเล็กๆ อย่าง อ.สังคม จ.หนองคาย จะมีแหล่งท่องเที่ยวสุดเจ๋งอย่างสกายวอล์กหรือทางเดินกระจกใสแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่วัดผาตากเสื้อ อ.สังคม จ.หนองคาย บริเวณดังกล่าวเป็นจุดชมทิวทัศน์แม่น้ำโขงมาก่อนแล้ว สามารถมองเห็นบ้านเมืองสองฝั่งไทย-ลาว เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก และช่วงหน้าแล้งจะเห็นรอยทรายที่มีลวดลายคล้ายเกล็ดพญานาคซึ่งถือเป็นอันซีนของหนองคาย
รูปแบบของสกายวอล์กเป็นลักษณะเกือกม้า ระยะทางเดิน 16 ม. ยื่นออกจากหน้าผา 6 ม. พื้นและราวกั้นเป็นกระจกแทมเปอร์ลามิเนตไรท์โหลด หนา 4 ซม. รองรับน้ำหนัก 500 กก./1 ตร.ม. โดยจะจัดระบบให้เข้าชมครั้งละ 2 คน ทั้งนี้ทางเดินดังกล่าวเป็นโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของ จ.หนองคาย ใช้งบประมาณกลุ่มพัฒนาจังหวัด 17 ล้านบาท หวังสร้างเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของหนองคาย







