posttoday
รื้อใหญ่องค์การมหาชน ชงตั้ง "จักรมณฑ์" นั่งประธาน

รื้อใหญ่องค์การมหาชน ชงตั้ง "จักรมณฑ์" นั่งประธาน

14 มีนาคม 2559

เสนอ ครม. ตั้งบอร์ดรื้อใหญ่ 39 องค์การมหาชน เร่งรีดไขมันองค์การไร้ประสิทธิภาพ ใช้งบฟุ่มเฟือย

เสนอ ครม. ตั้งบอร์ดรื้อใหญ่ 39 องค์การมหาชน เร่งรีดไขมันองค์การไร้ประสิทธิภาพ ใช้งบฟุ่มเฟือย

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 15 มี.ค.นี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เตรียมเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน (กพม.) จำนวน 11 คน

ทั้งนี้ เพื่อทำหน้าที่เสนอแนะนโยบาย แนวทางการดำเนินงาน และหลักเกณฑ์กลางเกี่ยวกับการจัดตั้ง การรวม การยุบเลิกองค์การมหาชน การบริหารและพัฒนา การประเมินผลองค์การมหาชน รวมทั้งหมดจำนวน 39 แห่ง โดยจะแต่งตั้งให้นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช อดีต รมว.อุตสาหกรรม ทำหน้าที่เป็นประธาน กพม.

แหล่งข่าวระบุว่า สาเหตุที่เลือกนายจักรมณฑ์ เพราะเคยเป็นประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ (อ.ก.พ.ร.) เฉพาะกิจ ที่เข้ามาทำหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาองค์การมหาชน การกำหนดหลักการจัดและพัฒนาโครงสร้างระบบราชการมา 2 วาระ หรือ 8 ปี

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาร่วมเป็นกรรมการ กพม. อาทิ นายนนทิกร กาญจนะจิตรา นายปรีชา วัชราภัย นายกอปร กฤตยากีรณ นายวรากรณ์ สามโกเศศ นายศิริพงศ์ อทัญญูตา นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา นายกฤษณพงศ์ กีรติกร นายสุรพล นิติไกรพจน์ เป็นต้น

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สำหรับกฎหมายฉบับใหม่ได้กำหนดองค์ประกอบ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามของคณะกรรมการขององค์การมหาชนให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยกำหนดจำนวนคณะกรรมการขององค์การมหาชนไม่ให้เกิน 11 คน

นอกจากนี้ กึ่งหนึ่งของคณะกรรมการต้องไม่เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่เป็นผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐได้ และห้ามมิให้กรรมการขององค์การมหาชนเป็นกรรมการเกินกว่า 3 แห่ง เป็นต้น

สำหรับภารกิจที่สำคัญของ กพม. คือ การกลั่นกรองเรื่องให้ ครม. พิจารณาเกี่ยวกับปัญหาความซ้ำซ้อน ความขัดแย้งในการดำเนินการขององค์การมหาชนกับการปฏิบัติงานของส่วนราชการ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาระบบราชการ ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการ

ขณะที่แบบฟอร์มการประเมินผลงานข้าราชการระดับสูงกับองค์การมหาชน ที่จะนำมาใช้วันที่ 1 เม.ย.นี้ มีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือ จะเน้นประเมินผลงาน 5 ด้านความสำเร็จ คือ 1.ภารกิจหลักของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ 2.นโยบายระดับชาติ 3.งานระดับพื้นที่ 4.ภารกิจพิเศษเร่งด่วนของรัฐบาล และ 5.การเบิกจ่ายงบประมาณต้องรวดเร็วและโปร่งใส

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร