
รื้อใหญ่องค์การมหาชน ชงตั้ง "จักรมณฑ์" นั่งประธาน
เสนอ ครม. ตั้งบอร์ดรื้อใหญ่ 39 องค์การมหาชน เร่งรีดไขมันองค์การไร้ประสิทธิภาพ ใช้งบฟุ่มเฟือย
เสนอ ครม. ตั้งบอร์ดรื้อใหญ่ 39 องค์การมหาชน เร่งรีดไขมันองค์การไร้ประสิทธิภาพ ใช้งบฟุ่มเฟือย
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 15 มี.ค.นี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เตรียมเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน (กพม.) จำนวน 11 คน
ทั้งนี้ เพื่อทำหน้าที่เสนอแนะนโยบาย แนวทางการดำเนินงาน และหลักเกณฑ์กลางเกี่ยวกับการจัดตั้ง การรวม การยุบเลิกองค์การมหาชน การบริหารและพัฒนา การประเมินผลองค์การมหาชน รวมทั้งหมดจำนวน 39 แห่ง โดยจะแต่งตั้งให้นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช อดีต รมว.อุตสาหกรรม ทำหน้าที่เป็นประธาน กพม.
แหล่งข่าวระบุว่า สาเหตุที่เลือกนายจักรมณฑ์ เพราะเคยเป็นประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ (อ.ก.พ.ร.) เฉพาะกิจ ที่เข้ามาทำหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาองค์การมหาชน การกำหนดหลักการจัดและพัฒนาโครงสร้างระบบราชการมา 2 วาระ หรือ 8 ปี
อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาร่วมเป็นกรรมการ กพม. อาทิ นายนนทิกร กาญจนะจิตรา นายปรีชา วัชราภัย นายกอปร กฤตยากีรณ นายวรากรณ์ สามโกเศศ นายศิริพงศ์ อทัญญูตา นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา นายกฤษณพงศ์ กีรติกร นายสุรพล นิติไกรพจน์ เป็นต้น
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สำหรับกฎหมายฉบับใหม่ได้กำหนดองค์ประกอบ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามของคณะกรรมการขององค์การมหาชนให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยกำหนดจำนวนคณะกรรมการขององค์การมหาชนไม่ให้เกิน 11 คน
นอกจากนี้ กึ่งหนึ่งของคณะกรรมการต้องไม่เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่เป็นผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐได้ และห้ามมิให้กรรมการขององค์การมหาชนเป็นกรรมการเกินกว่า 3 แห่ง เป็นต้น
สำหรับภารกิจที่สำคัญของ กพม. คือ การกลั่นกรองเรื่องให้ ครม. พิจารณาเกี่ยวกับปัญหาความซ้ำซ้อน ความขัดแย้งในการดำเนินการขององค์การมหาชนกับการปฏิบัติงานของส่วนราชการ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาระบบราชการ ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการ
ขณะที่แบบฟอร์มการประเมินผลงานข้าราชการระดับสูงกับองค์การมหาชน ที่จะนำมาใช้วันที่ 1 เม.ย.นี้ มีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือ จะเน้นประเมินผลงาน 5 ด้านความสำเร็จ คือ 1.ภารกิจหลักของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ 2.นโยบายระดับชาติ 3.งานระดับพื้นที่ 4.ภารกิจพิเศษเร่งด่วนของรัฐบาล และ 5.การเบิกจ่ายงบประมาณต้องรวดเร็วและโปร่งใส







