posttoday
"วิษณุ" คาดลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 31 ก.ค.นี้

"วิษณุ" คาดลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 31 ก.ค.นี้

10 กุมภาพันธ์ 2559

"วิษณุ" เผยที่ประชุมร่วมกกต.กำหนดวันลงประชามติ 31 ก.ค.นี้ ยืนยันไม่ขวางการรณรงค์ทั้งกลุ่มต้าน-หนุน แต่ต้องไม่บิดเบือน

"วิษณุ" เผยที่ประชุมร่วมกกต.กำหนดวันลงประชามติ 31 ก.ค.นี้ ยืนยันไม่ขวางการรณรงค์ทั้งกลุ่มต้าน-หนุน แต่ต้องไม่บิดเบือน

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), สำนักงบประมาณ, กระทรวงมหาดไทย, คณะกรรมการกฤษฎีกา และตัวแทนกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เกี่ยวกับการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า ที่ประชุมกำหนดวันลงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 31 ก.ค.59 บวกลบไม่เกิน 7 วัน และในครั้งนี้จะขยายเวลาการออกมาใช้สิทธิเป็นตั้งแต่ 08.00 - 16.00 น. จากปกติที่การออกมาใช้สิทธิจะเริ่มตั้งแต่ 08.00 - 15.00 น.

นอกจากนั้น ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องการพิมพ์แบบร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งในรัฐธรรมนูญชั่วคราว57 กำหนดว่าต้องแจกจ่ายให้แก่ประชาชนได้อย่างน้อย 80% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ หรือคิดเป็นจำนวน 18.6 ล้านครัวเรือน แต่จะมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 4,200 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่เริ่มขั้นตอนการพิมพ์บัตรจนถึงการลงประชามติประมาณ 900 ล้านบาท, ค่าพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ 800-1,000 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น การจัดเวทีแสดงความเห็น, งานด้านธุรการ และงานสร้างความเข้าใจผ่านสื่อ 2,400 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าค่าใช้จ่าย 4,200 ล้านบาทนั้นสูงเกินไป จึงได้มอบหมายให้ กกต.ไปหาแนวทางในการลดค่าใช้จ่ายลง

นายวิษณุกล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือกันถึงประเด็นเรื่องการนับคะแนนเสียงประชามติ โดยเห็นว่าจะต้องปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวในประเด็นนี้ เนื่องจากในมาตรา 37 และ 37/1 มีความขัดแย้งกันว่าจะนับจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือนับจากผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งจะได้ส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาประเด็นดังกล่าวภายใน 1-2 วันนี้ ก่อนจะเสนอกลับมาให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบ และส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณาต่อไป ซึ่งคาดว่ากระบวนการนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน

นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีที่มีการรณรงค์ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญอีกว่า ที่ประชุมมองว่าหากเป็นการให้ความเห็นโดยไม่มีการบิดเบือนข้อมูล หลอกลวง หรือข่มขู่ ทั้งฝ่ายผู้ที่สนับสนุนและผู้ที่ต่อต้านสามารถทำได้ และต้องอยู่บนพื้นฐานของความสงบเรียบร้อย แต่หากพบว่ามีการบิดเบือนข้อมูล หรือเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จก็จะต้องมีโทษ ซึ่งได้มอบหมายให้ กกต.ไปกำหนดบทลงโทษในส่วนนี้แล้วกลับมาเสนอต่อที่ประชุม โดยแนวทางที่ใช้อาจจะเป็นการใช้คำสั่งตาม มาตรา 44 หรือออกเป็น พ.ร.บ. หรือเป็น พ.ร.ก.

ส่วนการจัดเวทีแสดงความคิดเห็นนั้น ที่ประชุมได้มอบหมายให้ กกต.เป็นเจ้าภาพ โดยรูปแบบอาจจะเชิญตัวแทนพรรคการเมือง หรือกลุ่มอื่นๆ มาร่วมแสดงความคิดเห็นได้

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่