posttoday
‘ตี ลับ ลวง ลุย’ ยุทธการปราบค้ามนุษย์

‘ตี ลับ ลวง ลุย’ ยุทธการปราบค้ามนุษย์

11 มกราคม 2559

รายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ที่ไทยยังอยู่ในระดับต่ำสุด หรือเทียร์ 3 อันสืบเนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบว่าด้วยการทำประมงผิดกฎหมาย หรือไอยูยู

โดย...ปริญญา ชูเลขา

รายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ที่ไทยยังอยู่ในระดับต่ำสุด หรือเทียร์ 3 อันสืบเนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบว่าด้วยการทำประมงผิดกฎหมาย หรือไอยูยู  ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44 ออกคำสั่ง แต่งตั้ง พล.ร.ท.จุมพล ลุมพิกานนท์ รองเสนาธิการทหารเรือ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.)

พล.ร.ท.จุมพล เปิดใจกับโพสต์ทูเดย์ ว่า รัฐบาลที่ผ่านมาปล่อยปละละเลยจนเกิดขบวนการค้ามนุษย์ แรงงานต่างด้าว และการทำลายทรัพยากรทางทะเลด้วยการใช้อุปกรณ์ประมงผิดกฎหมายจนกระทั่งวันที่ 21 เม.ย. 2558 คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปให้ใบเหลืองกับประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการตั้งศูนย์บัญชาการ ศปมผ. ทำให้เกิดการบูรณาการในการแก้ไขปัญหา โดยมีความคืบหน้าร้อยเปอร์เซ็นต์พร้อมให้อียูเข้ามาตรวจสอบ ที่สำคัญตลอดระยะการปฏิบัติงานจริงตามกฎเหล็กไอยูยู ส่งผลให้ทรัพยากรสัตว์น้ำในท้องทะเลไทยได้ฟื้นตัวกลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

นายพลมือปราบค้ามนุษย์ เล่าว่า นับตั้งแต่อียูให้ใบเหลืองไทย ศปมผ.จึงเริ่มเดินหน้าปฏิบัติการกวาดล้างการใช้แรงงานทาส หรือแรงงานผิดกฎหมายทางทะเลอย่างจริงจัง โดยในวันที่ 9 พ.ย. 2558 จึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนลงพื้นที่ปฏิบัติการตามกลยุทธ์ ตี ลับ ลวง ลุยไปทุกโรงงานที่มีสายข่าวแจ้งว่ามีการใช้แรงงานผิดกฎหมาย

“ตั้งแต่ไทยโดนใบเหลือง ได้ตั้งชุดเฉพาะกิจ 25 ชุด ครอบคลุม 22 จังหวัดติดชายทะเล เร่งหาข้อมูลต่อเนื่อง โดยดีเดย์บูรณาการทุกกระทรวงจู่โจมทุกพื้นที่ที่มีข้อร้องเรียน ตามเป้าหมาย 125 โรงงานแปรรูปอาหารสัตว์ที่อยู่ตามจังหวัดชายทะเล โดยไม่แจ้งล่วงหน้า  ซึ่งทีมเฉพาะกิจตรวจตราอย่างละเอียดและต่อเนื่องโดยทำงานกันวันละ 16 ชั่วโมง ระดมสรรพกำลังจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าใดๆ” พล.ร.ท.จุมพล เล่าถึงปฏิบัติการ “ตี  ลับ ลวง ลุย” ที่ผ่านมา

“ขณะนี้ยืนยันได้ว่าไม่มีการค้ามนุษย์ เพราะไม่มีผู้ประกอบการใดกล้า หรือแม้จะหลบเลี่ยงก็ไม่มีให้เห็น ซึ่งที่ผ่านมาทางกองทัพเรือได้จับผู้ประกอบการไปแล้ว 14 คดี ที่ใช้แรงงานต่ำกว่า 18 ปี มีขบวนการค้ามนุษย์ 3 คดี ลงโทษในส่วนที่เป็นเจ้าหน้าที่ภาครัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง 16 คดี และเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา ยังสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งโรงพักใน จ.ชุมพร เพราะตรวจสอบพบว่ามีการรับสินบน แค่ถูกกล่าวหา ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ก็สั่งย้ายออกจากพื้นที่ทันที พร้อมกับเร่งสอบสวนในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพราะการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ”

พล.ร.ท.จุมพล บอกว่า  มาตรการต่างๆ ที่ออกมาเป็นไปตามที่อียูได้ให้ข้อคิดเห็นไว้ โดยเฉพาะเรื่องแรงงานประมงในทะเล การใช้เครื่องมือประมง และการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งไทยได้ทำให้เกิดความชัดเจนว่าการแก้ปัญหาอยู่ในขั้นตอนใดและจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

นอกจากนี้ ศปมผ.ได้วางระบบและจัดระเบียบในการบูรณาการและความเชื่อมโยงกับระบบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น กรมประมง กรมเจ้าท่า เจ้าของเรือ กระทรวงแรงงาน และกรมศุลกากร เป็นต้น รวมถึงการพัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าตั้งแต่กลางทะเลไปจนถึงบนชั้นวางในห้างสรรพสินค้าว่าอาหารทะเลไทยไม่มีการใช้แรงงานทาสและไม่ได้ใช้อุปกรณ์ประมงผิดกฎหมาย

“วันนี้ไอยูยูจะให้ใบเหลืองหรือแดงไม่ใช่สาระสำคัญ แต่เราจะทำอย่างไรให้การทำประมงไทยไปสู่มาตรฐานสากล คือ เป้าหมายสูงสุด ที่ไทยต้องได้รับการยอมรับในระดับสากลในเรื่องการทำประมงและการใช้แรงงานประมงต้องไม่มีการใช้แรงงานทาส ดังนั้นวันนี้อะไรที่ทำผิดกันก็ต้องทำให้ถูกต้องกฎหมายต้องเป็นกฎหมาย”

 “เรายืนยันประเด็นมาตรฐานต้องเป็นมาตรฐาน หรือกฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมาย ผู้ประกอบการเรือประมง ต้องมีมนุษยธรรม เช่น เมื่อแรงงานที่สามารถจับสัตว์น้ำได้มากก็จะได้ส่วนแบ่งมากในการออกเรือจับปลา และผู้ประกอบการโรงงานแปรรูปอาหารทะเลก็ต้องมีจรรยาบรรณ เพราะต้องส่งออกสินค้าไปต่างประเทศจะต้องมีความตกลงร่วมกันเรื่องมาตรฐานดูแลแรงงานอย่างเป็นระบบและมีจรรยาบรรณ และถ้าพบเจอการละเมิดสิทธิมนุษยชน แรงงานเหล่านี้จะได้รับการคุ้มครอง เพราะเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะไทยถูกจับจ้องมองทั้งเรื่องไอยูยูและเทียร์ 3 ดังนั้นทุกอย่างต้องเข้าสู่ความเป็นมาตรฐานสากล” ผอ.ศปมผ. กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่