ห่วงโซ่ที่ขาดหาย
ขากรรไกรที่แสดงร่องรอยการถูกทำร้ายที่ค้นพบในดินแห้งผากของเอธิโอเปีย แสดงถึงฟันที่เหมือนฟันมนุษย์
ขากรรไกรที่แสดงร่องรอยการถูกทำร้ายที่ค้นพบในดินแห้งผากของเอธิโอเปีย แสดงถึงฟันที่เหมือนฟันมนุษย์และกระดูกที่เหมือนโฮมินิดหรือมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ฟอสซิลนี้จึงเป็นห่วงโซ่ที่เชื่อมโยงเราโดยตรงเข้ากับโฮมินิดที่ขาดหาย ทำให้เราค้นพบบทตอนในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่ขาดหายไป
2.8 ล้านปีก่อน มนุษย์คนแรกเป็นสัตว์กินเนื้อ
ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติได้ค้นพบฟอสซิลหนึ่ง ซึ่งมีฟันขนาดเล็กเรียงอยู่ในขากรรไกรกว้าง เป็นฟอสซิลของโฮมินิดเก่าแก่ที่ยืนตัวตรงและเดินได้มีอายุราว 3 ล้านปีก่อน ซึ่งจะกลายมาเป็นมนุษย์คนแรกๆ
มานี่เร็ว! คือเสียงร้องกึกก้องที่ดังขึ้นในพื้นที่แห้งแล้งชื่ออะฟาร์ (Afar) ของเอธิโอเปียในฤดูใบไม้ผลิปี 2013 เมื่อทีมนักบรรพชีวินวิทยาระดับนานาชาติที่นำโดย วิลเลียม เอช. คิมเบล กำลังขุดค้น บนพื้นเบื้องหน้าของนักวิทยาศาสตร์ คือขากรรไกรล่างเก่าแก่ที่มีฟันติดอยู่ห้าซี่
เมื่อนำกลับมาคำนวณหาอายุในห้องปฏิบัติการ พวกเขาพบว่าขากรรไกรนั้นมีอายุมากถึง 2.8 ล้านปี ไม่เพียงแต่ฟอสซิลนี้จะมีอายุเก่าแก่กว่าฟอสซิลมนุษย์ที่เคยค้นพบถึง 0.5 ล้านปี แต่มันยังอยู่ในช่วงเวลา 1 ล้านปี ที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เคยมีตัวอย่างฟอสซิลอีกด้วย โดยช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่เริ่มเกิดมนุษย์ขึ้นและโฮมินิดเริ่มหายไป
ฟันที่ค้นพบใหม่นี้มีขนาดเล็กเหมือนกับฟันของมนุษย์ แต่ขากรรไกรหนาและงุ้มเหมือนของโฮมินิด เจ้าของขากรรไกรอาจถือว่าเป็นมนุษย์คนแรกของโลกก็ได้ เมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับชิ้นส่วนเก่าแก่อีกสองชิ้น การศึกษาก็บ่งชี้ว่าเราอาจระบุตัวมนุษย์คนแรกได้จากฟัน
การค้นพบที่ทำให้รู้ว่าอู่แห่งมนุษย์อยู่ในแอฟริกา
เรื่องของขากรรไกรเริ่มมาตั้งแต่ปี 1960 เมื่อนักบรรพชีวินวิทยาสองสามีภรรยาคือ แมรีและหลุยส์ ลีกกี ค้นพบกะโหลกมนุษย์อายุ 1.8 ล้านปี ในแทนซาเนีย ในตอนนั้นนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่ามนุษย์คนแรกน่าจะเกิดขึ้นราว 1 ล้านปีก่อน
ในเอเชีย ซึ่งก็คือโฮโมอีเร็กตัส นักวิทยาศาสตร์บอกว่า มนุษย์คนแรกกระจายเข้าสู่ยุโรป แล้ววิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลต่อมาจึงกลายมาเป็นเราคือ โฮโมเซเปียนส์
แต่หลุยส์ ลีกกี ไม่คิดอย่างนั้นในทศวรรษ 1930 เขาค้นพบเครื่องมือหินอายุ 2 ล้านปี ในโตรกผาโอลดูไวในแทนซาเนีย เขาเชื่อว่ามนุษย์คนแรกเกิดที่นั่น เขาตั้งต้นค้นหาหลักฐานเพิ่มขึ้นในพื้นที่แอฟริกาตะวันออกที่เข้าถึงได้ยากมาก
ต่อมาในเดือน เม.ย. 1964 ครอบครัวลีกกีก็สามารถตีพิมพ์การค้นพบที่พวกเขาใฝ่ฝันได้ในที่สุด ได้แก่ ฟอสซิล ซึ่งมีชื่อว่า OH7 ประกอบด้วย กะโหลกและกระดูกมือบางส่วน กะโหลกแสดงให้เห็นถึงฟันมนุษย์และสมองขนาดเล็ก ซึ่งใหญ่กว่าของลิงชิมแปนซีเพียงเล็กน้อย แต่หมัดเด็ดของครอบครัวลีกกีคือ มือที่มีนิ้วสั้นที่สามารถหยิบจับและสร้างเครื่องมือได้
มนุษย์ที่พบนั้นได้ชื่อว่า โฮโมฮาบิลิส เป็นการค้นพบที่ลงตัวกับทฤษฎีของครอบครัวลีกกี ที่ว่าเครื่องมือหินที่สร้างขึ้นโดยมนุษย์ยุคแรกๆ นั้น ทำให้มนุษย์แตกต่างจากโฮมินิดโบราณอย่างจริงจังเป็นขั้นตอนที่แยกระหว่างมนุษย์กับลิง
เครื่องมือเหล่านี้ทำให้พวกเขามีโอกาสได้กินเนื้อและไขมันที่มีพลังงานสูง สมองจึงได้รับสารอาหารอุดมสมบูรณ์จนเติบโตได้ ฟันเล็กแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในอาหารมาเป็นเนื้อมากขึ้น ส่วนสมองก็เริ่มใหญ่ขึ้นเล็กน้อย
การค้นพบของลีกกีย้ายอู่แห่งมนุษย์มาอยู่ในแอฟริกา แต่ก็ยังไม่ได้ตอบคำถามว่าใครคือบรรพบุรุษของมนุษย์ยุคแรกๆ
การสแกนเผยให้เห็น สองสปีชีส์
ทุกวันนี้มีฟอสซิลเพียงไม่กี่ชิ้นที่มีอายุ 2-3 ล้านปี อันเป็นยุคที่โฮมินิดเริ่มหายไปและสายพันธุ์มนุษย์ยุคใหม่เริ่มต้นขึ้น
หลักฐานเก่าแก่ที่สุดเท่าที่มีอยู่ของมนุษย์ในจีนัสโฮโมคือ ขากรรไกรบนอายุ 2.3 ล้านปี จากเอธิโอเปียมีชื่อเรียกว่า AL 666-1 ซึ่งเหมือนกับ OH7 ของลีกกี ขากรรไกรนี้ได้รับการพิจารณาว่าเป็นของโฮโมฮาบิลิส เมื่อนำสองหลักฐานนี้มาประกอบกันก็กลายเป็นมนุษย์สปีชีส์แรกนับแต่นั้นมาจนกระทั่งมีการค้นพบหลักฐานชิ้นใหม่
ฟอสซิล OH7 อยู่ในสภาพที่แย่มากตอนค้นพบ กะโหลกถูกทุบจนเปลี่ยนรูปไปจากเดิมในกระบวนการเกิดฟอสซิล ดังนั้นส่วนต่างๆ จึงสามารถนำมาเรียงต่อกันได้หลายวิธี จนไม่แน่ใจว่าวิธีการเรียงแบบไหนคือวิธีที่ถูกต้องด้วย ถ้าหากไม่มีภาพที่ชัดเจนของมนุษย์ยุคแรกๆ ก็เป็นเรื่องยากที่จะค้นหาบรรพบุรุษตัวจริงได้ แต่ตอนนี้เทคโนโลยีใหม่แก้ปัญหานี้ให้ศาสตราจารย์เฟร็ด สปัวร์ จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอนแห่งอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการสร้างภาพ 3 มิติ ได้รับอนุญาตให้เข้าถึง OH7 และทำภาพดิจิทัลของชิ้นส่วนต่างๆ ด้วยเครื่องซีทีสแกน
หลังผ่านไปหลายสัปดาห์มีการหยิบจับชิ้นส่วนแต่ละชิ้นมาพลิกมุมไป-มาจนต่อเข้าได้กับชิ้นอื่น สปัวร์ก็ประกอบฟอสซิลออกมาได้ตามรูปแบบเดิม เขาพบว่าขากรรไกรนั้นเก่าแก่กว่าของสายพันธุ์โฮโม ส่วนกะโหลกมีขนาด 0.8 ลิตร นั่นคือใหญ่กว่าของโฮโมฮาบิลิส และเหมือนกับสมองของโฮโมอีเร็กตัสที่เล็กที่สุด
สปัวร์จึงพิจารณาขากรรไกรบน AL 666-1 อีกครั้ง และเขาต้องประหลาดใจ เพราะฟันนั้นเหมือนกับฟันของโฮโมอีเร็กตัส ดังนั้นขากรรไกรจึงไม่สามารถเป็นของโฮโมฮาบิลิสยุคแรกๆ ได้
ด้วยเหตุนี้ ฟอสซิล OH7 จึงแตกต่างจาก AL 666-1 มาก จนไม่สามารถจะเป็นของสิ่งมีชีวิตสปีชีส์เดียวกันได้ นั่นแปลว่าทั้งสองชิ้นจะต้องมีบรรพบุรุษร่วมกันที่มีชีวิตอยู่ราว 2.3 ล้านปี ก่อน ซึ่งเรายังไม่รู้จักฟอสซิลทั้งคู่ไม่น่าจะใช่ฟอสซิลของมนุษย์คนแรก การสร้างภาพแบบดิจิทัลแสดงให้เห็นว่า แอฟริกาตะวันออกคือบ้านของมนุษย์หลายสายพันธุ์เมื่อ 2-3 ล้านปีก่อน ซึ่งไม่เพียงแต่มีขนาดสมองที่แตกต่างกันเท่านั้น แต่ยังมีรูปแบบฟันที่แตกต่างกัน ซึ่งปรับให้เหมาะกับอาหารด้วย เฟร็ด สปัวร์ บอกว่า AL 666-1 นั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นบรรพบุรุษของโฮโมอีเร็กตัสที่ซับซ้อนกว่าและเป็นบรรพบุรุษของเราด้วย ในขณะที่ OH7 ของลีกกี เป็นทางตันที่น่าจะสูญพันธุ์ไปแล้ว
มนุษย์พิชิตโลก
กุญแจสู่ความสำเร็จของมนุษย์ยุคใหม่อยู่ที่หน้าผากทรงสูง ขมับแนวตั้ง และกะโหลกทรงโค้งของเรานั่นคือ สมองที่ซับซ้อนมันคือ พื้นฐานของวิธีจัดระเบียบสังคมแบบใหม่ การประดิษฐ์เครื่องมือและการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของศิลปะ
เครื่องมือเฉพาะ
เป็นครั้งแรกที่มนุษย์สร้างเครื่องมือเพื่อใช้สร้างเครื่องมืออื่น เครื่องมือใหม่ๆ ซึ่งซับซ้อน และผลิตขึ้นจากวัสดุใหม่ๆ อย่างเช่น กระดูก ทำให้เราใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การค้า
มนุษย์ยุคใหม่เป็นพวกแรกที่แลกเปลี่ยนสินค้าจากระยะทางไกลๆ การค้าเป็นวิธีใหม่ในการสื่อสารและเข้าสังคมกับคนอื่น แสดงให้เห็นว่าเราสามารถจัดการกับบริบททางสังคมอันซับซ้อนได้
การเกษตรและเลี้ยงสัตว์
มนุษย์สมัยใหม่ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ชาวนายุคแรกปักหลักอยู่ในตะวันออกกลาง แต่การเกษตรก็เกิดขึ้นเองในเอเชีย อเมริกา และแอฟริกา เพื่อแทนที่การล่าหาของป่าด้วย


