
ประวิตรรื้อใหญ่41สายการบิน
“บิ๊กป้อม” นั่งหัวโต๊ะหาทางรับมือปัญหาการบิน-ไอยูยูก่อนอียูตรวจใหญ่เดือนนี้
“บิ๊กป้อม” นั่งหัวโต๊ะหาทางรับมือปัญหาการบิน-ไอยูยูก่อนอียูตรวจใหญ่เดือนนี้
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กลุ่มที่ 5 งานด้านความมั่นคง ว่า ได้มีการหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการบินของไทย ซึ่งองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ระบุว่า มีข้อบกพร่องทางการบินและไม่ได้มาตรฐาน ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน ไร้การควบคุม(ไอยูยู) และการค้ามนุษย์ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการต้อนรับคณะเจรจาจากสหภาพยุโรปที่จะเดินทางมาตรวจสอบการแก้ปัญหาประมงและการค้ามนุษย์ ระหว่างวันที่ 21-22 ม.ค.นี้ ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าในทุกเรื่อง
“ในส่วนของการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน ได้มีการหารือกันใน 2 แนวทาง คือ การเร่งรัดให้สายการบินทั้ง 41 สายการบินที่ได้รับใบอนุญาตไปก่อนหน้า ให้เข้าสู่กระบวนการขอใบรับรองการเดินอากาศใหม่ และการสรรหาบุคลากรตามโครงสร้างใหม่ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จำนวน 514 อัตรา โดยจะหาจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เดิมอยู่แล้ว” พล.อ.ประวิตร กล่าว
รองนายกฯ กล่าวว่า ขณะเดียวกันจะดึงจากภาคเอกชนที่ทำธุรกิจสายการบิน รวมถึงจะมีการเปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาเข้าสู่องค์กรอีกด้วย
สำหรับการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนนั้น ขณะนี้กำลังหารือกับทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งสหภาพยุโรป (อีเอเอสเอ) เพื่อขอความร่วมมือให้มาเป็นพี่เลี้ยงในการบริหารจัดการและด้านเทคนิค
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ได้สั่งให้มีการจัดทำนิทรรศการถึงการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ทั้งเรื่องของ กพท. และเรื่องของการทำประมงผิดกฎหมาย เพื่อมาจัดแสดงให้สาธารณะได้รับรู้ว่าดำเนินการแก้ไขไปถึงไหน อย่างไร
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการแก้ไขการทำประมงที่ผิดกฎหมายได้สรุปมาตรการแก้ไขปัญหา เพื่อนำไปรายงานต่อนายกรัฐมนตรีในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 12 ม.ค.นี้ ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขของไทยที่จะแจ้งให้คณะเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรป (อียู) รับทราบในการมาตรวจสอบในวันที่ 18 ม.ค.นี้ หลังจากที่ให้ใบเหลืองกับไทย โดยหวังว่าอียูจะเห็นความตั้งใจของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะกองทัพเรือและกรมประมงที่ทำงานกันไม่ได้นอน เพื่อให้อียูปรับสถานะของไทยในทางที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ ไทยได้ออกพระราชกำหนด การประมง พ.ศ. 2558 พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับซึ่งคืบหน้า 80% ติดตั้งระบบการติดตามเรือขนาด 60 ตันกรอสขึ้นไป แก้ปัญหาแรงงานประมงและห่วงโซ่ประมง







