posttoday
ร่าง พรบ.กสทช. ปัญหารออยู่เพียบ

ร่าง พรบ.กสทช. ปัญหารออยู่เพียบ

23 กรกฎาคม 2553

 

 

ในงานสัมมนาเรื่อง “พ.ร.บ.กสทช.กับอนาคตแห่งประเทศไทย” ซึ่งจัดขึ้นโดย สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้ต่างเห็นตรงกันว่า หากผลักดันร่าง พ.ร.บ.กสทช. ฉบับที่ผ่านวุฒิสภาออกมาบังคับใช้ จะเกิดปัญหาและความวุ่นวายตามมาอย่างมาก

13 ปี นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 ประกาศใช้ แต่องค์กรอิสระที่จะมาจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ยังไม่ครบสมบูรณ์ เนื่องจากตั้งได้แต่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. แต่ยังไม่สามารถตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ได้

ปัจจุบัน รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ได้ระบุให้รวม 2 องค์กร เป็นองค์กรเดียว และรัฐบาลชุดปัจจุบันได้ร่างพรบ.ฉบับใหม่ เรียกว่า พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.... หรือ ร่างพรบ.กสทช. ซึ่งขณะนี้ร่างดังกล่าวผ่านการพิจารณาของวุฒิสภา และจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งในเดือนส.ค.นี้ เนื่องจากมีการแก้ไขในสาระสำคัญหลายประการ

วิวัฒน์ สุทธิภาค ประธานคณะทำงาน สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ปัญหาสำคัญในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เริ่มตั้งแต่คำนิยาม ที่ไม่ชัดเจนระหว่างคำว่ากิจการวิทยุคมนาคม และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดนิยามของตารางกำหนดคลื่นความถี่ และแผนวิทยุความถี่ด้วย

นอกจากนี้ คุณสมบัติและองค์ประกอบของคณะกรรมการ จำนวน 15 คนนั้น ถือว่ามากเกินไป และการกำหนดให้คนที่จะเป็นคณะกรรมการ ต้องลาออกจากหน่วยงานเดิมอย่างน้อย 1 ปี นั้นไม่เหมาะสม

ขณะที่ อธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการ และหัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายกฎหมาย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ตั้งข้อสังเกตว่า ร่าง พ.ร.บ.กสทช.ฉบับนี้จะต้องยกเลิก พ.ร.บ.องค์กรฯ ฉบับปี 2543 แต่ไม่ได้พูดถึงกฎหมายลูก ประกาศ ระเบียบต่างๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งปัจจุบันภาคเอกชนได้ปฏิบัติตามระเบียบเหล่านี้อยู่ ต่อไปจะทำอย่างไร เพราะอาจมีปัญหาการตีความกฎหมายตามมา

นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.กสทช.ยังมีช่องว่างอีกหลายจุด เช่น ไม่ได้พูดถึง Landing Rights หรือการรับสัญญาณดาวเทียมจากต่างประเทศ การให้บริการเคเบิลใต้น้ำ ซึ่งควรจะเป็นอำนาจหน้าที่ของ กสทช.

“สิ่งสำคัญที่ภาคเอกชนต่อสู้มาโดยตลอด คือการมี กสทช.ที่อายุน้อย เคยเสนอ 3050 ปีด้วยซ้ำ แต่กฎหมายที่ออกมาหลัง อายุมากขึ้นทุกที จาก 60 เป็น 70 ปี เราไม่อยากได้ กสทช.ที่เป็นปูชนียบุคคลนอกจากนี้ จากองค์ประกอบและวิธีการสรรหา เดาได้เลยว่ากสทช.ชุดนี้จะมีนักวิชาการเป็นหลัก แล้วทำอย่างไรจะให้นักวิชาการเหล่านี้เข้าใจถึงการประกอบกิจการที่แท้จริง”

มนต์ชัย หนูสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที กล่าวว่า หากตีความตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 47 ที่พูดถึงองค์กรอิสระนี้ จะเห็นชัดเจนว่าโครงสร้างองค์การจะประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม วัฒนธรรม ความมั่นคงและการคุ้มครองผู้บริโภค ส่วนที่เหลือไม่เกี่ยวข้องเลย เช่นเดียวกับอำนาจหน้าที่ ถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

ด้าน ธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น นั้นเป็นห่วงเรื่องอำนาจของคณะกรรมการ และสำนักงาน ที่จะจัดตั้งขึ้น เพราะหากสำนักงานไม่เข้มแข็ง การดำเนินการตามนโยบายจะไม่เกิดผล

นอกจากนี้ จำนวนคณะกรรมการ 15 คน ถือว่ามากเกินไป 11 คน ยังถือว่ามาก อาจทำให้การทำงานขาดประสิทธิภาพและความคล่องตัว เชื่อว่าภายใน 2 ปี หลังตั้งคณะกรรมการชุดนี้ จะเกิดความวุ่นวายมาก เพราะทั้งกิจการโทรคมนาคม และกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ เป็นเรื่องที่ซับซ้อนทั้งทางเทคนิค สังคม และกฎหมาย กว่าจะทำงานได้ ต้องเลือกกรรมการชุดใหม่อีกแล้ว

วิโรจน์ โตเจริญวาณิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้มีหลายจุดที่เป็นเรื่องสองมาตรฐาน เช่น กรณีกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์สามารถแบ่งคลื่นความถี่ให้คนอื่นใช้ได้ แต่กิจการโทรคมนาคมไม่สามารถทำได้ ต้องประกอบกิจการเองเท่านั้น หรือกรณีการนำส่งรายได้ ในกิจการโทรคมนาคมต้องนำส่งรายได้ให้กระทรวงการคลัง แต่กิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ไม่ได้เขียนไว้ เป็นต้น

ขณะที่ วิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส บอกว่า ร่าง พ.ร.บ.กสทช.ฉบับนี้เข้าข่ายคนเขียนไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้เขียน และเขียนขึ้นด้วยความไม่ไว้วางใจ จึงเขียนแบบแทงกั๊ก เขียนป้องกัน ซึ่งจะมีผลต่ออุตสาหกรรมในอนาคต ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ และจะทำให้เกิดปัญหาหมักหมมมากขึ้นตามไปด้วย

ด้านสถาบันจัดอันดับ บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ยังคงมีความกังวลต่อความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบ และนโยบาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมไทย ถึงแม้แผนการแปลงสัญญาสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 2G เป็นใบอนุญาตที่รัฐบาลเสนอเร็ว ๆ นี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการช่วยลดทอนความกังวลในบางประเด็นก็ตาม

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร