
ยึดมั่นความเป็นธรรม
กานต์ ตระกูลฮุน เป็นลูกคนเดียว พ่อแม่เป็นคนจีน มาจากเกาะไหหลำ เข้ามาตั้งรกรากทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
กานต์ ตระกูลฮุน เป็นลูกคนเดียว พ่อแม่เป็นคนจีน มาจากเกาะไหหลำ เข้ามาตั้งรกรากทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์อยู่ที่เทเวศร์ เขาเรียนหนังสือที่โรงเรียนสตรีวรนาถ เทเวศร์ พร้อมๆ กับช่วยงานบ้านไปด้วย และด้วยความที่เป็นเด็กหัวดี เพียงแค่อยู่ชั้น ป.5 เขาก็เริ่มอ่านแบบงานโยธาได้แล้ว เมื่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของครอบครัวเกิดปัญหาเพราะเงินงวดสุดท้ายมักจะเก็บไม่ได้ สุดท้ายต้องปิดกิจการ ต้องขายทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วย้ายมาเช่าห้องอยู่หน้าสลัมย่านบางโพ
“ชีวิตต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตอนไปเรียนสมัยธุรกิจดีเคยมีคนขับรถไปส่งไปรับ เมื่อธุรกิจแย่ก็ต้องขายทุกอย่าง และก็ต้องย้ายมาเช่าบ้านอยู่บางโพ อยู่ตรงหน้าสลัมเลย ได้เห็นชีวิตเด็กๆ สมัย 50 ปีที่แล้ว ซึ่งน่าเห็นใจมาก เฮโรอีน ผงขาวมา ก็จะแพร่ระบาดกันทั้งกลุ่ม แต่การได้เจอสภาพที่แย่มากทำให้เข้าใจชีวิตได้เร็ว ทำให้เราขึ้นรถเมล์ก็ได้ กินอาหารง่ายๆ ในสถานการณ์นั้นก็ได้เผชิญชีวิต ได้ไปสอนหนังสือให้กับคนในชุมชน ให้เด็กๆ ในชุมชน แม้ว่าจะมีปัญหาฟันกัน แทงกันในชุมชน แต่ก็ไม่มีใครมาทำร้ายเรา” กานต์ กล่าว
พอจบ ม.ศ.3 ก็มาสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จากนั้นก็สอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนหนึ่งมาจากแรงผลักดันสมัยเด็กที่ได้คลุกคลีกับงานก่อสร้าง ซึ่งตอนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยก็เลือกคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แห่งเดียว แม้ว่าเขาเลือกได้ 6 คณะ ที่เลือกคณะเดียวเลย เพราะหากได้มหาวิทยาลัยแห่งอื่นก็ไม่มีโอกาสได้ไปเรียน แม้แต่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในเวลานั้นก็อยู่ไกล ต้องขึ้นรถเมล์หลายต่อ ยิ่งไปต่างจังหวัด ขอนแก่น เชียงใหม่ หรือสงขลา ยิ่งไม่มีทาง มีที่จุฬาฯ ก็เลือกสอบเข้าที่เดียวก็สอบได้ พอมาสมัครงานก็สมัครที่ปูนซิเมนต์ไทยแห่งเดียวอีกเหมือนกัน
ตอนเรียนที่จุฬาฯ ก็ได้เข้ามาฝึกงานที่ปูนซิเมนต์ไทย ตั้งแต่เรียนอยู่ปี 2 เหตุผลของการฝึกงานคือต้องการรายได้ด้วย ตอนนั้นได้ 30 บาท/วัน จริงๆ เขารับปี 3 แต่เป็นคนเดียวที่ปี 2 เขาก็รับ ก็ได้มาฝึกงาน 2 เดือน เวลานั้นบริษัทกำลังทำเรื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องดูเรื่องชิ้นส่วนของทุกโรงงาน พอเรียนปี 4 ทางปูนซิเมนต์ไทยมาสัมภาษณ์งานที่มหาวิทยาลัยก็สอบสัมภาษณ์ผ่าน รอเรียกเข้าทำงาน
“ในช่วงที่รอเรียกเข้าทำงานก็ได้ไปเป็นเพื่อนสมัครงานตลอด แต่ก็ไม่ได้ไปเขียนใบสมัครที่ไหนเลย แม้ตอนนั้นก็ไม่มั่นใจนักว่าจะได้เรียกเมื่อไหร่ เพราะว่ารุ่นก่อนหน้านี้ทางปูนซิเมนต์ไทยรับพนักงานเข้าไปเยอะแล้ว ส่วนรุ่นเดียวกันที่จบทางปูนฯ รับวิศวกรไฟฟ้า 2 คน จากคณะวิศวกรรมจุฬาฯ จบกัน 130 คน ซึ่งชื่อเสียงของปูนซิเมนต์ไทยนั้นถือว่าสูงมาก ต้องเรียนได้ที่ 1 ถึงจะมาเข้าที่นี่ได้”
สุดท้ายได้ถูกเรียกให้ทำงานตำแหน่งวิศวกรผู้ช่วยไปอยู่ที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช จนถึงวันนี้ กานต์อยู่กับปูนซิเมนต์ไทยมา 38 ปี 6 เดือน จากตำแหน่งวิศวกรผู้ช่วยจนก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดขององค์กร เขามีบุคคลที่เขายึดเป็นแบบอย่างมาตลอด คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากการที่ได้เห็นพระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อประชาชนของพระองค์ เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จฯ มาประทับที่เรือนรับรองของปูนซิเมนต์ที่ทุ่งสงในช่วงที่ยังไม่ได้สร้างพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์
“นอกจากนี้ พี่ๆ ทุกคนที่ปูนซิเมนต์ไทยก็ถือเป็นแบบอย่างให้เราได้ เพราะทุกคนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งเราสามารถเลือกเอาข้อดีของทุกคนมาใช้ในการทำงานได้ พี่ๆ ทุกคนจึงเหมือนเป็นต้นแบบ”
สิ่งที่กานต์ยึดเป็นหลักในการทำงานเสมอมา คือ ความเป็นธรรม เพราะหากลำเอียงไปนิดเดียวจะเสียการปกครองทันที เราจึงต้องเป็นธรรมและมีเหตุมีผลกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน







