
เพราะครอบครัวขายรถทำให้จราจรติดขัด ผมจึงแก้ด้วยเครื่องจอดรถอัตโนมัติ
สำหรับคนที่มีรถยนต์ในครอบครอง ปัญหาสำคัญที่สุดคือ “ที่จอดรถ” ซึ่งทุกวันนี้สิ่งดังกล่าวในเขตใจกลางเมือง
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
สำหรับคนที่มีรถยนต์ในครอบครอง ปัญหาสำคัญที่สุดคือ “ที่จอดรถ” ซึ่งทุกวันนี้สิ่งดังกล่าวในเขตใจกลางเมืองดูเหมือนจะยิ่งหายากขึ้นทุกที ด้วยความหนาแน่นของอสังหาริมทรัพย์แนวตั้งทั้งหลายที่ขยายตัวเพิ่มปริมาณประชากรกระจุกตัว แต่ด้วยข้อกำหนดทางกฎหมายที่ระบุให้ทุก 120 ตารางเมตร จะต้องมีที่จอดรถเพียง 1 คัน ทำให้ปริมาณที่จอดรถต่อตารางเมตรไม่พอต่อปริมาณคน
ดังนั้นเองจึงเป็นที่มาของแรงบันดาลใจในการอยากแก้ไขปัญหาการจราจรที่แสนจะติดขัดในเขตชุมชนเมืองของผู้บริหารรุ่นใหม่ด้วยวัยเพียง 30 ปี อย่าง “อ๊อง” อภิราม สีตกะลิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปาร์คพลัส ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องจอดรถยนต์อัตโนมัติแบบครบวงจร
ย้อนกลับไป 3 ปีก่อนหน้านี้ที่ได้เริ่มลงทุนทำธุรกิจดังกล่าว ต่างถูกหัวเราะเยาะเย้ยจากคนที่ได้ยินว่ามีผู้ทำธุรกิจนี้ในประเทศไทย ที่ดูเหมือนจะไม่มีทิศทางความเป็นไปได้ที่ธุรกิจดังกล่าวจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคสักเท่าไรนัก
นอกจากนั้น อีกเหตุผลหนึ่งในการทำธุรกิจดังกล่าวมาจากอภิรามเกิดในครอบครัวของผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ซึ่งมีพ่อเป็นผู้บริหารงาน ทำให้ปิ๊งไอเดียเกิดแนวคิดอย่างหนึ่งที่ว่า
“ในเมื่อพ่อสร้างปัญหาการจราจรด้วยการขายรถยนต์ ดังนั้นผมจึงต้องหาพื้นที่จอดรถให้เพียงพอควบคู่กัน”
จุดเริ่มต้นจึงเกิดขึ้นมาจากการเริ่มศึกษาเทคโนโลยีเครื่องจอดรถยนต์อัตโนมัติ แล้วนำมาประยุกต์ใช้ในโชว์รูมของพ่อเป็นอันดับแรก ซึ่งสามารถเพิ่มพื้นที่ในการจอดรถ ทำให้สามารถเพิ่มความสามารถในการซ่อมรถยนต์ของผู้เข้ามาใช้บริการจากเดิมที่พื้นที่จอดรถไม่เพียงพอ
จากนั้นเป็นต้นมาจึงได้ขยายไปยังผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้ และได้ก่อตั้งบริษัท ปาร์คพลัสขึ้นมา เพื่อโฟกัสธุรกิจเครื่องจอดรถยนต์อัตโนมัติอย่างจริงจัง ซึ่งถือได้ว่าเป็นรายแรกในประเทศไทยที่มีการทำตลาดอย่างจริงจัง
อีกทั้งการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรในการรับประกันภัยความเสียหายหากเกิดขึ้นต่อทรัพย์สินและบุคคลที่ 3 จากที่จอดรถยนต์อัตโนมัตินี้ ซึ่งเป็นเพียงรายเดียวในประเทศไทยที่มีการรับประกันดังกล่าว
จนกระทั่งธุรกิจอสังหาริมทัพย์และลูกค้ากลุ่มบุคคลได้เริ่มให้ความสนใจ ด้วยอัตราการเติบโตของราคาที่ดินที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การลงทุนของที่จอดรถยนต์อัตโนมัติมีความคุ้มค่ามากกว่าการลงทุนซื้อที่ดินเพื่อทำที่จอดรถยนต์ ซึ่งความคุ้มค่าจะเห็นผลขึ้นทันตาเมื่อราคาที่ดินนั้นมีราคาเกิน 2 แสนบาท/ตารางเมตร
ทั้งนี้ เพราะเพียงแค่มีพื้นที่หน้ากว้าง5 เมตร หรือพื้นที่ที่สามารถจอดรถยนต์แนวราบได้ 2 คัน ก็สามารถเนรมิตให้กลายเป็นที่จอดรถยนต์แนวตั้งด้วยเครื่องจอดรถยนต์อัตโนมัติสูงสุดถึง 16 คัน ด้วยขนาดพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งราคาเริ่มต้นของการติดตั้งอยู่ที่ 1.4 แสนบาท เป็นต้นไป และมีเทคโนโลยีจากประเทศต่างๆ ให้เลือกหลากหลาย อาทิ อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ตามความต้องการ
จากการสำรวจพื้นที่ถนนในกรุงเทพฯ สามารถรองรับรถยนต์ได้เพียง 1.6 ล้านคัน แต่ปัจจุบันมีจำนวนรถยนต์ในกรุงเทพฯ อยู่ที่ 7 ล้านคัน ซึ่งโดยเฉพาะโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรกในช่วงปี 2555 เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้มองเห็นปัญหาที่จะเกิดมากขึ้น ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นการผลักดันให้ปริมาณรถยนต์ต่อคนเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 คัน/คน จากเดิม 0.7 คัน/คน
นั่นหมายความว่า จากเดิมที่อัตราการเติบโตของจำนวนรถยนต์ต่อประชากรก้าวกระโดดในทันที ปริมาณความต้องการที่จอดรถจึงเพิ่มขึ้น โดยการคาดการณ์ตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจมองว่าเทคโนโลยีเครื่องจอดรถยนต์อัตโนมัติจะได้รับความนิยมมากขึ้นในปี 2563 และค่อยๆ เติบโตกลายเป็นการเติบโตแบบรวดเร็วไม่คาดฝัน
อย่างไรก็ตาม หลังจากการตอบรับที่ดีจากการคาดการณ์รายได้ในปีนี้ที่อยู่ที่ 500 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 300 ล้านบาท และคาดว่าจะมีอัตราเติบโต 30% ทุกปีต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาสัดส่วนรายได้มาจาก ดีลเลอร์รถยนต์ 70% และอสังหาริมทรัพย์ 30% แต่ในปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นดีลเลอร์ รถยนต์ 30% และอสังหาริมทรัพย์ 70% สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่ตอบรับจากผู้บริโภค รวมทั้งยังได้ขยายตลาดไปยังประเทศกัมพูชาด้วยการส่งมอบเครื่องจอดรถยนต์อัตโนมัติให้กับบริษัท ชิปมงค์ กรุ๊ป ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ในประเทศดังกล่าว
ล่าสุดเพื่อให้การแก้ปัญหาไปสู่วงกว้าง จึงเปิดให้ผู้ต้องการลงทุนทำเป็นธุรกิจเปิดให้เช่าที่จอดรถยนต์อัตโนมัติโมเดลใหม่ พร้อมก่อตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาบริหาร ชื่อ บริษัท ปาร์ค ทู โก เปิดโอกาสให้เจ้าของที่ดินหรือผู้สนใจลงทุนเป็นเจ้าของธุรกิจที่จอดรถ ซึ่งสามารถทำให้พื้นที่เปล่ามีรายได้ขึ้นมาอย่างเป็นระบบ โดยบริษัทเป็นผู้ช่วยติดต่อดำเนินการขออนุมัติสินเชื่อ เพื่อการลงทุนจากธนาคารโดยไม่ต้องใช้หลักประกันในการทำธุรกิจดังกล่าว
ขณะที่ได้เสริมความมั่นใจให้ผู้บริโภคด้วยการใช้เงินลงทุนมูลค่า 50 ล้านบาท ในการก่อตั้งโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมถึงการก่อสร้างลานจอดรถยนต์อัตโนมัติต้นแบบบนถนนสีลม ให้เป็นไอเดียในการลงทุนหรือเห็นภาพความปลอดภัยที่มั่นใจของเทคโนโลยีดังกล่าว
อภิราม ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ถึงแม้ประเทศไทยยังเป็นผู้ตามประเทศผู้นำทางด้านเทคโนโลยี อาทิ ประเทศญี่ปุ่นอยู่หลายปี แต่เชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวันเหมือนลิฟต์หรือบันไดเลื่อนที่หลายปีก่อนคนไทยก็ยังไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีนั้น
ฝันของแรงบันดาลใจในการแก้ปัญหาจราจรจะเป็นจริงได้แค่ไหนต้องให้เวลาพิสูจน์







