posttoday
เศรษฐกิจปีหน้า ส่งสัญญาณฟื้นตัว

เศรษฐกิจปีหน้า ส่งสัญญาณฟื้นตัว

11 พฤศจิกายน 2558

ในการสัมมนา “แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2559 ปีวอก จะเฮงหรือไม่” จัดโดยธนาคารกสิกรไทย ผู้เข้าร่วมสัมมนาต่างยืนยันว่า เศรษฐกิจปีหน้ามีสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นกว่าปีนี้ เพียงแต่ไม่ร้อนแรง โดยคาดว่าจะขยายตัว 2-3% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังมีปัจจัยเสี่ยง

ในการสัมมนา “แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2559 ปีวอก จะเฮงหรือไม่” จัดโดยธนาคารกสิกรไทย ผู้เข้าร่วมสัมมนาต่างยืนยันว่า เศรษฐกิจปีหน้ามีสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นกว่าปีนี้ เพียงแต่ไม่ร้อนแรง โดยคาดว่าจะขยายตัว 2-3% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังมีปัจจัยเสี่ยง

กอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจปีหน้ายังน่าเติบโตได้ดีขึ้น แต่ไม่ใช่การขยายตัวที่ร้อนแรง โดยน่าจะโตได้ 2-3% จากปีนี้ที่ธนาคารคาดว่าจะโต 2.8% ถือว่าต่ำกว่าศักยภาพจริง เนื่องจากหนี้ครัวเรือนที่สูงยังจำกัดความสามารถในการใช้จ่ายของครัวเรือน ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวช้าทำให้การลงทุนภาคเอกชนไม่สูงนัก

สำหรับเศรษฐกิจปีหน้า จะโตจากการลงทุนรัฐและภาคการท่องเที่ยวเป็นหลัก รวมถึงการส่งออกที่น่าจะปรับดีขึ้น แต่ยังไม่กลับมาเป็นบวก โดยน่าจะกลับมาโตคงที่ อยู่ที่ 0% จากปีนี้ที่ติดลบ 5% ส่วนปัจจัยเสี่ยงปีหน้ายังเป็นภาวะเศรษฐกิจโลก ขณะที่การปฏิรูปจะเป็นผลบวกหรือผลลบต่อเศรษฐกิจภาคเอกชนยังดูอยู่ เช่น การปฏิรูปภาษีจะส่งผลต่อการลงทุนอย่างไร หรือความชัดเจนของโครงการลงทุนภาครัฐจะมีผลต่อการลงทุนภาคเอกชนหรือไม่

พรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวอีกอย่างน้อย 5 ปี ก่อนจะกลับเข้าสู่การเติบโตเต็มศักยภาพที่ 4-5% โดยปีหน้าเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่คงโตได้ 3.0-3.5% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีเมื่อเทียบกับปัจจัยที่เข้ามากระทบ

สำหรับการส่งออกของไทยปีหน้าแม้จะปรับดีขึ้นแต่ยังไม่โตเป็นบวก คาดว่าจะยังขยายตัวติดลบ 2-3% จากปีนี้ที่ติดลบ 5% ถือเป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และภาคส่งออกยังมีปัญหาโครงสร้างการผลิตสินค้าที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก ทำให้หนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีหน้าได้ไม่มาก

อย่างไรก็ตาม พรายพล กล่าวว่า รัฐบาลไม่จำเป็นที่จะต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมแล้ว แต่ควรเดินหน้าลงทุนตามแผนและเดินหน้าการปฏิรูป เช่น การปฏิรูปภาษี เร่งการใช้จ่ายรัฐ ปรับปรุงกฎหมายเพื่อส่งเสริมการแข่งขันทางการค้า เสริมสร้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา ฯลฯ เน้นปรับปรุงโครงสร้างและกฎระเบียบต่างๆ มากกว่าที่จะใช้นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ

อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ธนาคารคาดว่าเงินบาทในช่วงสิ้นปีนี้น่าจะอยู่ที่ 37 บาท/เหรียญสหรัฐ ส่วนปีหน้าจะอยู่ที่ 38 บาท/เหรียญสหรัฐ หรือมีโอกาสที่จะอ่อนค่ามากกว่านี้ไปที่ 40 บาท/เหรียญสหรัฐ จากปัจจัยคือ 1.สงครามค่าเงิน และ 2.ไทยยังมีความเสี่ยงจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่ไม่ได้มาจากการส่งออกที่มากขึ้น แต่มาจากมูลค่านำเข้าน้ำมันลดลง จากน้ำมันราคาถูก หากสถานการณ์เปลี่ยน ทำให้น้ำมันราคาขึ้น ดุลบัญชีเดินสะพัดอาจเกินดุลน้อยลงหรือขาดดุล และสะท้อนให้ค่าเงินบาทอ่อนลงได้

ด้าน อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า หากเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.นี้ เงินบาทสิ้นปีจะอยู่ที่ 35 บาท/เหรียญสหรัฐ แต่หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ประเมินว่า เงินบาทสิ้นปีนี้จะทรงตัวที่ระดับ 35.60 บาท/เหรียญสหรัฐ ขณะที่ในสิ้นปี 2559 เงินบาทน่าจะแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ 34.75 บาท/เหรียญสหรัฐ เนื่องจากตลาดได้เคลื่อนไหวตอบรับดอกเบี้ยขาขึ้นของเฟดไปล่วงหน้าแล้ว จึงไม่ทำให้ทิศทางค่าเงินบาทอ่อนลงอีก

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร