
รื้อมือถือชนตอ
กทช.ไม่มั่นใจออกไลเซนส์2จีได้หวั่นผิดกม.ดีแทคทรูมูฟหนุนเลิกสัมปทาน
กทช.ไม่มั่นใจออกไลเซนส์2จีได้หวั่นผิดกม.ดีแทคทรูมูฟหนุนเลิกสัมปทาน
กทช.ไม่มั่นใจออกใบอนุญาต 2จี ใหม่แทนสัญญาร่วมการงานเดิมได้หรือไม่ หวั่นผิดกฎหมาย ด้านดีแทคทรูมูฟ หนุนแก้สัญญาสุดตัว
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เปิดเผยว่า ไม่แน่ใจ กทช.จะมีอำนาจในการออกใบอนุญาต 2จี ใบใหม่ตามที่คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจมีมติเห็นชอบได้หรือไม่ เพราะตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2547 มาตรา 80 วรรค 3 ระบุว่า การแปรสัมปทานจะต้องเป็นไปตามขอบเขตของสัญญาและระยะเวลาสัมปทานที่เหลืออยู่เดิม ซึ่ง กทช.จึงไม่มั่นใจ หากยกเลิกสัมปทานมือถือระบบ 2จี ปัจจุบันแล้วจะออกไลเซนส์โดยให้ระยะเวลาสัญญาไปอีก 15 ปี ได้หรือไม่
รวมถึงข้อเสนอที่ให้ กทช.ปรับเงื่อนไขการประมูล 3จี โดยให้คิดอัตราค่าธรรมเนียมจาก 66.5% ไปเป็น 12.5% เท่ากับใบอนุญาต 2จี ใหม่ ก็ต้องมาคำนึงว่า ทำไม กทช.ต้องเพิ่มค่าธรรมเนียมไปเป็น 12.5% เพราะค่าธรรมเนียมเดิมนั้นเป็นการคำนวณที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบตามแนวทางที่กระทรวงการคลังและกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสารหรือไอซีที เสนอคือให้กระทรวงการคลังและไอซีทีไปเจรจายกเลิกสัญญาร่วมการงานกับเอกชนผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ราย คือ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ และให้เปลี่ยนสัญญาร่วมการงานดังกล่าวเป็นใบอนุญาต หรือไลเซนส์ แทน โดยเตรียมนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม.วันที่20 ก.ค.
นอกจากนี้ ยังมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างคลัง ไอซีที และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดข้อสรุปรายละเอียดของการยกเลิกสัญญา และรายละเอียดของไลเซนส์ใหม่ โดยมีข้อเสนอเบื้องต้นคือ ไลเซนส์มีอายุ 15 ปี และคิดค่าส่วนแบ่งรายได้ 12.5% โดยคณะกรรมการร่วมฯ นี้ต้องสรุปรายละเอียดทั้งหมดให้เสร็จใน 1 เดือนเพื่อเสนอครม.ให้ ไปหารือกับ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ในการออกใบอนุญาต 2 จีใบใหม่
“เราพร้อมที่จะพูดคุย แต่ต้องพิจารณาจากวัตถุประสงค์สุดท้ายของแต่ละฝ่ายกระบวนการออกใบอนุญาต 3 จีนั้น เราใช้ระยะเวลามาพอสมควรแล้ว และการกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ก็มีที่มาที่ไป ดังนั้นการปรับต้องอยู่บนพื้นฐานที่ชัดเจน” พ.อ.นที กล่าว
นอกจากนี้ ยังไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะดำเนินการเรื่อง 2จี และ 3จี ไปพร้อมๆ กัน เพราะจะทำให้ไม่สามารถเดินหน้าการเปิดประมูล 3จี ได้ ขณะที่การเปิดให้บริการ 3จี ของไทยล่าช้ามามากแล้ว ประชาชนเสียโอกาส ขณะที่การแปรสัญญาสัมปทานเป็นเรื่องที่พูดคุยกันมากกว่า 15 ปี ก็ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้เลย ดังนั้นควรแยก 2 เรื่องนี้ออกจากกัน
คลังไอซีที เดินหน้าเลิกสัมปทานมือถือเสร็จใน 1 เดือน มั่นใจไม่ประทบประมูล 3 จี กทช.
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ครม.เศรษฐกิจมีมติเมื่อวันที่ 19 ก.ค. เห็นชอบแนวทางการยุติสัมปทาน โทรศัพท์ มือถือแล้วเปลี่ยนเป็นการออกใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซ่นส์) 2 จีแทน โดยเตรียมนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม.วันนี้ (20 ก.ค.)
ทั้งนี้ ได้ตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าว โดยมี นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นประธาน ซึ่งจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อไม่ให้กระทบกับการประมูลไลเซ่นส์ 3 จี ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)ที่คาดว่า จะเริ่มประมูลได้ในเดือน ก.ย.นี้
สำหรับโมเดลการเปลี่ยนสัปมทานเป็นไลเซ่นส์ ที่คิดค่าธรรมเนียมไลเซ่นส์ที่ 12.5% ต่อปี อายุให้บริการ 15 ปี นั้น ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย โดยคณะกรรมการร่วมจะเป็นศึกษารายละเอียด เพื่อให้ครม.เป็นผู้ตัดสินใจอีกครั้ง โดยในเบื้องต้น ค่าไลเซ่นส์ที่เรียกเก็บ เมื่อคำนวณแล้ว รัฐต้องได้รับผลประโยชน์เท่ากับส่วนแบ่งรายได้ที่เหลือของเอกชนที่ต้องจ่ายให้กับ ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ซึ่งขึ้นอยู่กับว่า กทช. จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่เท่าไร
ปัจจุบัน อายุสัมปทานของเอกชนที่เหลืออยู่ แบ่งเป็น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น หมดปี 2556 บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส หมดอายุปี 2558 และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค หมดอายุปี 2561 ซี่งการยกเลิกสัมปทานครั้งนี้ ต้องเป็นการยินยอมร่วมกันระหว่างเจ้าของสัญญาสัมปทานกับเอกชน หาก เอกชนไม่เห็นด้วย แนวทางดังกล่าวก็ต้องยกเลิกไป อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ ทั้งบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ต่างเห็นด้วยกับแนวทางการแปรสัญญามือถือใหม่ โดยนายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทค กล่าวว่า การยุติสัญญาสัมปทานจะทำให้เกิดการแข่งขันเท่าเทียมกัน แต่ต้องการให้มีคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่าย คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และ กทช. เพื่อให้ได้ข้อสรุปไปในทิศทางเดียวกัน เพราะขณะนี้เอกชนไม่มีความชัดเจนว่าสุดท้ายแล้ว กทช.จะเห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ดีแทค ยังไม่ได้ศึกษาว่าตัวเลขค่าธรรมเนียมไลเซ่นส์ 2 จี ควรจะเป็นเท่าไรจึงไม่สามารสรุปได้ว่า 12.5% นั้นเหมาะสมแล้หรือไม่ แต่ดีแทคยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการเจรจากับภาครัฐเพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไปสู่การแข่งขันที่เป็นธรรม แม้ดีแทคจะต้องเสียค่าตอบแทนแรกเข้าสูงกว่ารายอื่น เนื่องจากอายุสัมปทานเหลือมากที่สุดก็ตาม
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการ กทช.กล่าวว่า กทช.จะทำหน้าที่ให้ไลเซ่นส์ก็ต่อเมื่อ การเจรจาระหว่างรัฐและเอกชนสิ้นสุดลงแล้ว เพราะกทช.จะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องที่เกี่ยวกับสัมปทานทั้งหมด ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ถือว่าเป็นหลักการที่ถูกต้อง และการแปรสัญญาสัมปทานในกิจการโทรคมนาคม ควรจะเกิดขึ้นนานแล้วตั้งแต่ตั้ง กทช. การริเริ่มครั้งนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีหากรัฐบาลและ กทช. จะดำเนินการให้เกิดขึ้นจริง เพราะถือเป็นการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมโทรคมนาคมโดยตรง
นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบอะไรได้ ขอดูรายละเอียดทั้งหมดก่อน







