
มาร์คปัดสั่งระงับโฆษณาขอโทษประเทศไทย
อภิสิทธิ์ ชี้ โฆษณาขอโทษประเทศไทย ทำได้ดี ระบุรัฐไม่ได้สั่งระงับออกอากาศ ปัดแสดงความเห็นดีเอสไอไม่สั่งฟ้องคดีTPI
อภิสิทธิ์ ชี้ โฆษณาขอโทษประเทศไทย ทำได้ดี ระบุรัฐไม่ได้สั่งระงับออกอากาศ ปัดแสดงความเห็นดีเอสไอไม่สั่งฟ้องคดีTPI
เมื่อเวลา 13.00น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการเซ็นเซอร์แบนโฆษณา “ขอโทษประเทศไทย” ว่า ส่วนตัวได้ดูแล้วโฆษณาชิ้นดังกล่าวแล้วซึ่งคิดว่ามีเนื้อหาที่ดีเพื่อกระตุ้นให้คนไทยเกิดความสามัคคี แต่สำหรับสาเหตุของการระงับการออกอากาศนั้นไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาลและราชการเป็นผู้ชี้แจงเพราะไม่มีหน้าที่ในการดูแลเรื่องนี้ขอให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการเป็นผู้ชี้แจงแทนหลังจากที่สังคมเริ่มมีการวิจารณ์ในเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวไม่คิดว่าสาเหตุของการถูกแบนด์มาจากการที่โฆษณาดังกล่าวมีเนื้อหาการเมืองเข้มข้นมากเกินไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับการที่มีหลายฝ่ายเริ่มมีการรายงานผลการวิจัยเกี่ยวกับความยากจนของประเทศไทยและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ช่วยให้การทำงานของคณะกรรมการปฎิรูปทำได้ง่ายมากขึ้น ทั้งนี้ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยเข้าไปแทรกแซงกระบวนการปฎิรูปหรือมีวาระซ่อนเร้นจึงอยากให้ทุกฝ่ายสบายใจ
“ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันรักษาบ้านเมืองให้เกิดความสงบและบรรยากาศที่ดีเพราะถ้าทำได้แบบนี้การเลือกตั้งก็จะเกิดขึ้นได้”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ปฏิเสธแสดงความเห็นดีเอสไอไม่สั่งฟ้องคดีเมซไซอะ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวปฎิเสธแสดงความคิดเห็นกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไม่สั่งฟ้องผู้ต้องหา ในคดีที่บริษัท TPI โพลีน จำกัด(มหาชน) กระทำผิดพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 2535 จากกรณีว่าจ้าง บริษัทเมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จำกัด จัดทำสื่อโฆษณาและที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ จำนวนเงิน 258 ล้านบาท ซึ่งบริษัทเมซไซอะ นำเงินไปทำสื่อประชาสัมพันธ์ ให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายกฯขอให้เป็นหน้าที่ของดีเอสไอในการดำเนินการ
แจงกมธ.เดินหน้าปรองดองทุกฝ่าย
วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ ได้เดินทางมาชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมาย และมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ที่มีพล.อ.อ.ณพฤษภ์มัณฑะจิตร ส.ว.สรรหา เป็นประธาน เกี่ยวกับแผนปรองดองและแนวทางการปฏิรูปประเทศ ตามที่ประกาศไว้ โดยเฉพาะประเด็นแนวทางการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
ทั้งนี้เมื่อเริ่มการประชุม พล.อ.อ.ณพฤษณ์ได้กล่าวให้กำลังใจนายกฯ และรัฐบาลในการทำหน้าที่ให้ประสบความสำเร็จ แต่ยังมีข้อสงสัยในแผนปรองดองหรือแผนปฏิรูประเทศ จึงได้เชิญให้นายกฯ มาอธิบายให้ทราบ
จากนั้น นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา เลขานุการกมธ. ตั้งคำถามให้นายกฯ ชี้แจงในภาพรวมว่า เข้าใจดีว่าแผนปฏิรูป 5 กรอบมีความสำคัญและเป็นที่ ติดตามของประชาชน แต่ปัญหาการละเมิด จาบจ้วง สถาบันพระมหากษัตริย์ยังไม่ลดน้อยลง ถือเป็นโจทย์ที่หนักของนายกฯ และพวกเราทุกคน นับแต่วันที่มีพระบรมราชโอกงการ โปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.51 ซึ่งนายกฯ กล่าวถึงวลีทอง 2 ประโยคคือ จะปกป้องเทิดทูนระบอบพระมหากษัตริย์ และจะแก้การเมืองที่ล้มเหลว จึงอยากทราบแนวทางการทำงานต่อไป
นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงภาพรวมของแผนปฏิรูปประเทศ 5 ข้อว่า อยากทำความเข้าใจหลักคิดคือว่า สภาพปัญหาของบ้านเมืองที่เกิดขึ้นสะท้อนออกมาในเรื่องของความขัดแย้ง และบางส่วนนำไปสู่ความรุนแรง ที่สำคัญความขัดแย้งที่นำไปสู่ปัญหาแบบนี้ในรอบ 4-5 ปี ที่ผ่านมาเกิดขึ้นหลายครั้ง ไม่ใช่เพียงครั้งใดครั้งหนึ่ง สิ่งที่ตนพยายามจะทำคือ ทำอย่างไรจะหยิบเอาตัวพื้นฐานของความขัดแย้ง และรวมพลังคนในสังคมอย่างไรให้พ้นจากวงจรนี้ไป ในข้อแรก การจะสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในความปรองดอง ความจริงบ้านเมืองมีสถาบันหลักของชาติ เป็นศูนย์รวม หล่อหลอมรวมจิตใจ แต่ 4-5 ปีที่ผ่านมาถูกบางฝ่าย นำเข้ามาเกี่ยวพันทำให้มีปัญหา แผนนี้ต้องการทำอย่างไรให้สถาบันนี้เชิดชูอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งหลาย ดังปรากฏในรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้น 4-5 ปียุติลงได้อย่างไร
นายกฯ กล่าวว่า ส่วนข้อ 2-5 อื่น การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เศรษฐกิจ ปัญหาเรื่องของสื่อสารมวลชน ถูกนำมาใช้ในการสร้างความขัดแย้ง บางครั้งถูกใช้เป็นเครื่องมือ มีเรื่องรัฐธรรมนูญ เหตุการณ์ต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง จริงๆ ไม่มีคณะกรรมการชุดไหนบอกว่าเป็นคณะกรรมการปรองดอง เพราะสิ่งที่ทำไม่ได้บอกว่าการปรองดองเป็นเรื่องระหว่างบุคคลหรือระหว่าง พรรค แต่การปรองดองไม่ใช่การประนีประนอม ยอมความ เกี้ยเซี๊ยะกัน หรือเอา 1 มา หาร 2 แต่เป็นการขจัดปัญหาความขัดแย้ง ความไม่เป็นธรรม เหตุผล ข้อเรียกร้องต่างๆ ที่ไม่เป็นธรรมจะเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาต่างๆ
“คณะกรรมการชุดนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ น.พ.ประเวศ วะสี ราษฎร อาวุโส เป็นประธาน จะเข้ามาดูแลแปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ สอบข้อเท็จจริงมีนายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด เป็นประธาน จะนำความจริงที่ได้จากการตรวจสอบออกมาใช้ในการปรองดองอย่างไร สำหรับเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ มีนายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เป็นประธาน ทั้งนี้ถ้าเดินไปตามขั้นตอนจะนำไปสู่ความสำเร็จในการปรองดอง ส่วนเรื่องของสื่อจะไม่มีคณะกรรมการ เพราะรัฐบาลไม่อยากให้ถูกมองว่าเข้าไปแทรกแซง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นาย อภิสิทธิ์กล่าวว่า รัฐบาลและตนได้ย้ำแผน 5 ข้อนี้ไป ยังกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ แต่ไม่ใช่ว่าทั้ง 5 เรื่อง หน่วยงานเหล่านี้ผูกขาด แต่ต้องนำไปทำความเข้าใจ อย่างล่าสุด กระทรวงศึกษาธิการ ก็เสนอแผนจะปกป้องสถาบัน อย่างไร โดยต้นตั้งแต่ในโรงเรียน และ.ที่ผ่านมาก็มีการประชุมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ และรูปแบบพิเศษ เช่น ท้องถิ่นเข้าไปทำงานกับมูลนิธิต่างๆ ในลักษณะปิดทองหลังพระ หรือการเชื่อมโยงกับศูนย์การเรียนรู้ตามโครงการพระราชดำริ เพื่อแก้ปัญหาความยากจน การพัฒนา และการมีส่วนร่วม ภาคเอกชนก็คุยกับหอการค้า คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ทั้งนี้ความสลับซับซ้อนของบาง เรื่องทำให้ไม่สามารถใช้รูปแบบของการตั้งคณะกรรมการเข้ามาพิจารณาแก้ไขปัญหาได้
นายกฯ กล่าวว่า การทำงานแก้ไขความปรองดอง ตนยืนอยู่บนหลักการว่า สังคมไหนไม่สามารถอยู่ด้วยความสงบสุข หากไม่บังคับใช้กฎหมาย การเดินหน้าแผนปรองดอง จำเป็นต้องบังคับกฎหมาย ส่วนกฏหมายที่ไม่เป็นธรรมก็สามารถแก้ไขได้ และ สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ โดยการปรองดองกันแล้วไม่ ต้องบังคับใช้กฎหมายคงไม่ถูกต้อง ซึ่งเรื่องนี้ ต้องแก้ด้วยระบบ ไม่ใช่ด้วยการยกเว้นการใช้กฎหมาย







