posttoday
ครม.ตีกลับ แก้กฎหมายภาษีบำรุงท้องที่

ครม.ตีกลับ แก้กฎหมายภาษีบำรุงท้องที่

28 ตุลาคม 2558

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าที่ประชุม ครม.ตีกลับร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 ที่กระทรวงมหาดไทยเสนอออกไปไม่มีกำหนด เนื่องจากเห็นว่าเป็นการแก้ไขที่ไม่เหมาะกับสถานการณ์ หากกฎหมายใหม่นี้ออกจะมีการเก็บภาษีที่ดินประชาชนเพิ่มมา ซึ่งจะเป็นภาระและสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนได้

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าที่ประชุม ครม.ตีกลับร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 ที่กระทรวงมหาดไทยเสนอออกไปไม่มีกำหนด เนื่องจากเห็นว่าเป็นการแก้ไขที่ไม่เหมาะกับสถานการณ์ หากกฎหมายใหม่นี้ออกจะมีการเก็บภาษีที่ดินประชาชนเพิ่มมา ซึ่งจะเป็นภาระและสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนได้

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชี ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหม่ที่จดทะเบียนพาณิชย์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558-31 ธ.ค. 2559 โดยมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการกลุ่มนี้ต้องประกอบธุรกิจในเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรม กลุ่มเกษตรแปรรูป และกลุ่มวิจัยและพัฒนา

ครม.ยังได้อนุมัติมาตรการภาษีและค่าธรรมเนียมเพื่อส่งเสริมการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเพื่อส่งเสริมการแปลงสภาพจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง 1) ไปเป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จะยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์

“ยังมีส่วนการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับอสังหาริมทรัพย์และห้องชุด ซึ่งประกอบด้วย การลดหย่อนค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดจาก 2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์ เหลือ 0.01% ของราคาประเมินทุนทรัพย์ แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท สำหรับธุรกรรมการโอนอสังหาริมทรัพย์จากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง 1) ไปยังกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์” โฆษกรัฐบาล กล่าว

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ได้เสนอการออกคำสั่งให้ผู้ประกอบการทำบัญชีเดียวโดยไม่เอาผิดย้อนหลังให้กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว ส่วนจะต้องใช้อำนาจมาตรา 44 หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายนโยบาย โดยเงื่อนไขของการทำบัญชีเดียวจะมีช่วงระยะรอลงอาญา หากมีการเสียภาษีไม่ถูกต้องในช่วงนี้จะโดนเก็บภาษีย้อนหลัง แต่หากพ้นจากช่วงรอลงอาญาแล้ว ถึงทำผิดอีกก็ไม่คิดภาษีย้อนหลัง

นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักวิชาการแผนภาษี กรมสรรพากร กล่าวว่า การบริหารเก็บภาษีของกรมสรรพากรจะใช้ระบบคอมพิวเตอร์สุ่มตรวจสอบผู้เสียภาษีและการคืนภาษี ว่ามีการเสียภาษีและการคืนภาษีถูกต้องหรือไม่ หากระบบพบว่ามีการเสียภาษีหรือการขอคืนภาษีปกติ ก็จะนำรายชื่อดังกล่าวให้ฝ่ายตรวจสอบภาษีดำเนินการตรวจสอบต่อไป

“กรมสรรพากรต้องการให้ผู้ประกอบการเสียภาษีให้ถูกต้องให้สอดคล้องกับผลการดำเนินการที่แท้จริง สำหรับผู้ที่ยังเสียภาษีไม่ถูกต้องกรมสรรพากรก็อยู่ระหว่างดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลให้ผู้ประกอบการทำบัญชีเดียว แต่ไม่ใช่การนิรโทษกรรมภาษี ซึ่งประเทศอยู่ได้เพราะการเสียภาษี หากไม่มีใครยอมเสียภาษีประเทศก็ต้องกู้เงิน ทำให้ลูกหลานเป็นหนี้และต้องชดใช้จำนวนมากต่อไป” แพตริเซีย กล่าว

ด้าน สมบูรณ์ วีระวุฒิวงศ์ หัวหน้าหุ้นส่วนกรรมการอาวุโส และกรรมการบริหารสายงานภาษีและกฎหมาย บริษัท ไพรซ์วอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส หรือ PWC กล่าวถึงการปฏิรูปภาษีของรัฐบาลว่า รัฐบาลควรลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ปัจจุบันเก็บอัตราสูงสุดที่ 35% ให้เหลือ 28% เพื่อให้เท่ากับการเสียภาษีนิติบุคคลที่ปัจจุบันเก็บอัตรา 20% แต่เมื่อรวมกับภาษีเงินปันผลไปแล้วผู้ประกอบการต้องเสียภาษีจริงถึง 28% เพื่อไม่ให้เกิดการโยกย้ายไปเสียภาษีในที่ต่ำกว่าเหมือนกับก่อนหน้าที่การเก็บบุคคลอัตราสูงสุด 37% การเก็บภาษีนิติบุคคลเก็บอยู่ที่ 30% แต่เมื่อรวมกับเสียภาษีเงินปันผลผู้ประกอบการเสียภาษี 37% ในส่วนของภาษีแวต ทาง PWC ประเมินว่ารัฐบาลจะคงลดอัตราการจัดเก็บออกไปอีก 1-2 ปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

สมบูรณ์ กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลที่จะให้ผู้ประกอบการทำบัญชีเดียวและจะไม่ตรวจสอบภาษีย้อนหลังแต่ไม่นิรโทษกรรมภาษี จะมีปัญหาในทางปฏิบัติ ผู้ประกอบการยังเป็นกังวลที่จะเข้าโครงการ เพราะไม่ชัดเจนว่านโยบายของการเดินไปด้วยกันไม่ตรวจสอบย้อนหลังมีกรอบกว้างขนาดไหน เช่น ผู้ประกอบการเคยทำหลายบัญชี และมาทำบัญชีเดียว จะยึดตัวเลขของบัญชีไหนและหากกรมสรรพากรตรวจว่าไม่ถูกต้องจะถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลังไปกี่ปี เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร