
เทกระจาดภาษี
สมคิด อัดภาษีรอบสอง เท 1.6 หมื่นล้าน กระตุ้นอสังหาฯ ลดนิติบุคคลถาวร 20%
สมคิด อัดภาษีรอบสอง เท 1.6 หมื่นล้าน กระตุ้นอสังหาฯ ลดนิติบุคคลถาวร 20%
นับตั้งแต่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เข้ามารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2558 ได้ใช้มาตรการภาษีครั้งแรกในการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอีล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 13 ต.ค. อนุมัติ 3 มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ เช่น การลดค่าโอนและจดจำนอง และให้ผู้ที่ซื้อที่อยู่อาศัยมูลค่าไม่เกิน 3 ล้านบาท และนำ 20% ของราคาบ้านไปหักลดหย่อนภาษีได้เป็นเวลา 5 ปี
นอกจากนี้ยังมีมติลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 20% ถาวร และยกเว้นภาษีให้ 10 ธุรกิจเป้าหมาย
นายสมคิด เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ว่า รัฐบาลต้องการออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มมีโมเมนตั้ม และตอนนี้เศรษฐกิจเริ่มมีเสถียรภาพแล้ว จึงเป็นช่วงที่เหมาะสมที่จะออกมาช่วยให้เกิดแรงเหวี่ยงเพื่อทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน และยังเป็นการช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยมีบ้านเป็นของตัวเอง
นอกจากนี้ รัฐบาลจะหารือกับธนาคารออมสินให้เป็นแกนกลางไปคุยกับผู้ประกอบการเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยในราคาเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยด้วย
สำหรับการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% เป็นการถาวร เพื่อสร้างความมั่นใจและคลายความกังวลให้กับภาคธุรกิจ ที่เกรงว่าการลดภาษีจะสิ้นสุดในสิ้นปี 2558 และจะกลับไปใช้อัตรา 30% ซึ่งทำให้ภาครัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 1.79 แสนล้านบาท แต่จะกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุน
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ จะกระทบต่อการจัดเก็บภาษีประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท แต่จะมีรายได้จากภาษีส่วนอื่นๆ เข้ามาทดแทน
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย และกรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนจากนี้จะเห็นผู้ประกอบการเร่งขายและเร่งโอน กระตุ้นยอดซื้อบ้านในไตรมาส 4 ได้ 20-30% รวมทั้งปีหน้าจะเติบโต 10-13% จากเดิมที่จะโต 10% โดยไตรมาสแรกปี 2559 จะโตได้ถึง 5-10% จากเดิมที่จะโตเพียง 0.5%
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่พร้อมโอนบ้านและคอนโดมิเนียม เช่น พฤกษาฯ มีสินค้าพร้อมโอนในไตรมาส 4 ถึง 1.5 หมื่นล้านบาท บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์มียอดรอโอน 1,400 ยูนิต บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ มีสต๊อกพร้อมโอนเฉพาะที่มีราคาไม่เกิน 3ล้านบาท 7,000 ล้านบาท และบริษัท แสนสิริ มีสต๊อกพร้อมอยู่ประมาณ 9,000 ล้านบาท เป็นต้น







