
รัฐต้องเร่งสะสาง
เหตุการณ์จลาจลของชาวภูเก็ตหลังได้รวมตัวกันประท้วงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บริเวณหน้า สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต เนื่องจากไม่พอใจการติดตามจับกุมผู้ต้องหาของเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ถือเป็นบทเรียนที่หน่วยงานภาครัฐมิอาจเพิกเฉย เพราะอาจเป็นการใช้อำนาจกระทำการที่เกินกว่าเหตุจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
เหตุการณ์จลาจลของชาวภูเก็ตหลังได้รวมตัวกันประท้วงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บริเวณหน้า สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต เนื่องจากไม่พอใจการติดตามจับกุมผู้ต้องหาของเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ถือเป็นบทเรียนที่หน่วยงานภาครัฐมิอาจเพิกเฉย เพราะอาจเป็นการใช้อำนาจกระทำการที่เกินกว่าเหตุจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรมกับญาติผู้เสียชีวิต แต่คณะกรรมการร่วม 4 ฝ่าย ที่แต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัดมาทำหน้าที่ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะต้องกำชับการดำเนินการให้การสอบสวนตรงไปตรงมา และสามารถอำนวยความยุติธรรมขึ้นจนเป็นที่พอใจของประชาชนในพื้นที่
อย่างไรก็ดี จะต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้้งชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตให้แน่ชัดถึงสาเหตุที่แท้จริง เพราะแม้หนึ่งในผู้เสียชีวิตเคยมีประวัติถูกจับกุมในข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติด และเพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำมา ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง
ดังนั้น คณะกรรมการร่วมในการตรวจสอบในเรื่องนี้ จะต้องนำข้อเรียกร้องของญาติผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่าตำรวจใช้วิธีทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ให้ดำเนินการทางปกครองและดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นาย หากสอบสวนแล้วพบว่ากระทำผิดจริงให้เยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต และให้เร่งดำเนินการเพื่อทราบผลการชันสูตรออกมาให้เร็วที่สุด
สำหรับการทำลายทรัพย์สินทางราชการและรถยนต์ที่จอดอยู่ภายใน สภ.ถลาง ก็เป็นการสมควรที่จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่ก่อเหตุ เพราะถือเป็นการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา รวมทั้งทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่งด้วย
มีอีกหลายกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำเกินกว่าเหตุ อาทิ การตั้งด่านลอยจับกุมโดยไม่มีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรเข้าร่วม หรือไม่ได้รับอนุญาต เมื่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้นโยบายเพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์ตำรวจกลับคืนมา พฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมจะต้องได้รับการสะสางอย่างจริงจัง ไม่ลูบหน้าปะจมูก แต่จะมีการลงโทษขั้นเด็ดขาด
รวมถึงรัฐบาลก็ต้องลดความอิดหนาระอาใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มากกว่านี้ เพราะมีการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปองค์กรแห่งนี้เรื่อยมา แต่ยังไม่มีรัฐบาลชุดไหนลงมือทำจนพอจะเป็นความหวังให้ต้นธารกระบวนการยุติธรรมได้รับการแก้ไขให้เป็นที่น่าพอใจ
รัฐบาลชุดนี้มากด้วยอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จึงต้องเร่งสั่งการเชิงนโยบาย เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนอย่างแท้จริง มิเช่นนั้นแล้ววังวนความอยุติธรรมก็จะยังไม่ได้รับการถอดรื้อ ประชาชนก็จะยังถูกเลือกปฏิบัติในหลายรูปแบบต่อไป ท้ายที่สุดการรักษาความยุติธรรมของรัฐจะถูกสั่นคลอนไปเรื่อยๆ จนหมดศรัทธา







