
แฉทุนต่างถิ่นซื้อที่ดินทับเบิก
ลงทุนเช่า5-10ปีสร้างรีสอร์ทยอมเสี่ยงแม้ไม่มีเอกสารสิทธิ&O5532; ผอ.ศูนย์พัฒนาชาวเขาแฉนายทุนต่างถิ่นกว้านซื้อที่ดิน-เช่าที่ม้งสร้างรีสอร์ทภูทับเบิก
ลงทุนเช่า5-10ปีสร้างรีสอร์ทยอมเสี่ยงแม้ไม่มีเอกสารสิทธิ&O5532; ผอ.ศูนย์พัฒนาชาวเขาแฉนายทุนต่างถิ่นกว้านซื้อที่ดิน-เช่าที่ม้งสร้างรีสอร์ทภูทับเบิก
นางนิรารัตน์ ประพฤติ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาชาวเขา จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า การก่อสร้างบ้านพักบนภูทับเบิก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งขยายเพิ่มขึ้นจนทำให้ไร้ระเบียบ อีกทั้งมีปัญหาคุณภาพการก่อสร้าง และทำเลก่อสร้างบริเวณหน้าผาซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย นอกจากเป็นกลุ่มชาวม้งในพื้นที่แล้ว ยังมีนายทุนจากภายนอกเข้ามาซื้อที่ดิน หรือเช่าที่ดินทำสัญญากันเป็น 5-10 ปี เพื่อลงทุนทำธุรกิจรีสอร์ท แม้จะรู้กันดีว่าที่ดินที่ภูทับเบิกหรือที่บ้านดอยน้ำเพียงดินไม่มีเอกสารสิทธิก็ตาม แต่นายทุนเหล่านี้ต่างก็ยอมเสี่ยง
“ช่วงต้นปี 2557 การสำรวจรีสอร์ทในพื้นที่ภูทับเบิกพบว่ายังมีเพียงแค่ 30 กว่าหลังเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีการก่อสร้างเพิ่มเติมไม่หยุด โดยเฉพาะเพียงแค่ช่วงปี 2558 นี้มีบ้านพักรีสอร์ทผุดขึ้นเต็มพื้นที่” นางนิรารัตน์ กล่าว
ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาชาวเขา กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาแม้ทางศูนย์จะพยายามปรามไว้ โดยให้ผู้ที่จะก่อสร้างยื่นขออนุญาตผ่านศูนย์ก่อนก่อสร้าง ส่วนการอนุมัติจะเป็นหน้าที่ของกรมป่าไม้ แต่ก็มีชาวม้งเพียง 6 รายเท่านั้นที่มายื่นเรื่อง นอกนั้นต่างไม่สนใจหรือเกรงใจหน่วยงานไหนทั้งสิ้น พอใจจะสร้างตรงไหนก็ขนหินขนทรายขึ้นมาดำเนินการ
นางนิรารัตน์ กล่าวว่า กำลังหารือกับตัวแทนกรมป่าไม้เพื่อหาทางแก้ปัญหา ว่ามีช่องทางหรืออำนาจข้อกฎหมายใดบ้างที่จะนำมาควบคุมไม่ให้มีการขยายพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักรีสอร์ทไปมากกว่านี้ เพราะขณะนี้แม้แต่บริเวณหน้าผาสูงชันทำเลไม่เหมาะที่จะสร้างบ้านพักก็มีการจัดสร้างกัน โดยไม่คำนึงถึงเรื่องความมั่นคงแข็งแรงหรือความปลอดภัย นับเป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง
“เวลานี้ภูทับเบิกบูมเรื่องการท่องเที่ยวมาก นักท่องเที่ยวแห่มาเที่ยวพักค้างแรมตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูท่องเที่ยวที่เป็นช่วงเทศกาลวันหยุดยาวจะมีนักท่องเที่ยงแห่กันมาเป็นจำนวนมากจนเกินกว่าจะรับได้” นางนิรารัตน์ กล่าว
นางนิรารัตน์ กล่าวอีกว่า เมื่อปี 2553 ศูนย์พัฒนาชาวเขาฯ ได้แจ้งความดำเนินคดีผู้บุกรุกภูทับเบิก 3 ราย ทั้งนายทุนนอกพื้นที่และชาวม้งในพื้นที่ ศาลชั้นต้นพิพากษาสั่งปรับเงินและให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา แต่นายทุนรายนี้นอกจากจะไม่ยอมรื้อถอนแล้วยังขยายการก่อสร้างเพิ่มเติมอีกด้วย
“ส่วนชาวม้งยื่นร้องต่อศาลปกครอง ศาลตัดสินว่าศูนย์พัฒนาชาวเขาฯ มีหน้าที่ดูแลคน แต่อำนาจในการดูแลพื้นที่เป็นของกรมป่าไม้ จากนั้นก็เริ่มมีการจับกุมชาวม้งเพิ่มอีก 4 ราย กระทั่งมีกลุ่มชาวม้ง
รวมตัวกันไปร้อง ผวจ.เพชรบูรณ์ มีการต่อรองให้กลุ่มชาวม้งหยุดก่อสร้างรีสอร์ท เจ้าหน้าที่จึงจะหยุดจับกุม แต่กลุ่มชาวม้งเหล่านี้ยังดื้อรั้นและมีการก่อสร้างบ้านพักไม่หยุด” นางนิรารัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ พื้นที่ภูทับเบิกและบ้านดอยน้ำเพียงดินซึ่งอยู่ใกล้กัน อยู่ในเขตพื้นที่สงเคราะห์ชาวเขาตามมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2509 มีพื้นที่ประมาณ 1.2 หมื่นไร่เศษ







