posttoday
พบไข้เลือดออกระบาดรุนแรงที่โคราชมากว่าปี57

พบไข้เลือดออกระบาดรุนแรงที่โคราชมากว่าปี57

29 กันยายน 2558

นครราชสีมา-สคร.5 เผยไข้เลือดปีนี้ระบาดรุนแรงกว่าปี 574จังหวัดอีสานตอนล่าง เสียชีวิตแล้ว8ราย

นครราชสีมา-สคร.5 เผยไข้เลือดปีนี้ระบาดรุนแรงกว่าปี 574จังหวัดอีสานตอนล่าง เสียชีวิตแล้ว8ราย

นครราชสีมา (29 ก.ย. 58) นายแพทย์ ธีรวัฒน์ วลัยเสถียร ผู้อํานวยการสํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา หรือ สคร.5 กล่าวถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกว่า ในปีนี้มีการระบาดของโรค ไข้เลือดออกทั่วประเทศประมาณ 50,000 รายแล้ว ซึ่งมากกว่าปี 2557 ถึง 2 เท่าตัว โดยในพื้นที่ 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง ประกอบไปด้วย จังหวัดนครราชสีมา, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ สคร.5 นครราชสีมา พบผู้ป่วยไข้เลือดออก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-26 กันยายน 2558 พบ ผู้ป่วยแล้ว จํานวน 8,345 ราย เสียชีวิตแล้วจํานวน 8 ราย โดยจังหวัดนครราชสีมา มีผู้ป่วยมากที่สุด จํานวน 3,923 ราย เสียชีวิตแล้ว 5 ราย รองลงมาเป็นจังหวัดสุรินทร์ มีผู้ป่วยจํานวน 1,440 ราย มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย, จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ป่วยจํานวน 1,094  ราย เสียชีวิต 1 ราย และจังหวัด ชัยภูมิ มีผู้ป่วยจํานวน 1,888 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งจากข้อมูลเดิมกลุ่มเสี่ยงจะมีอายุระหว่าง 0-5 ปีแต่ข้อมูลที่พบใหม่ปรากฏว่าพบผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอายุเพิ่มขึ้นระหว่าง 15-24 ปี ซึ่งอาจจะเป็นเพราะการดูแลสุขอนามัยเด็กเล็กดีขึ้น ขณะที่ผู้ใหญ่กลับมีพฤติกรรมดําเนินชีวิตเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการใช้ชีวิตที่ ตรงกับช่วงเวลาของการหากินของยุงลาย ซึ่งจากการสํารวจทางวิชาการ ล่าสุดพบว่า ยุงลายส่วนใหญ่มักจะออกหากินในช่วงเวลา 09.00-11.00 น. กับช่วงเวลา 15.00-16.00 น. ดังนั้นช่วงนี้จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงที่ชาวสวน ชาวไร่และชาวนา มักจะนิยมออกไปทํางาน ในพื้นที่เสี่ยง จึงควรมีการป้องกันตัวด้วยการสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด และทายากันยุงไว้ก่อน

สำหรับแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกระบาด ก็อยากขอให้ประชาชนทุกพื้นที่แจ้งให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพ่นควันไล่ยุงก่อน หลังจากนั้นก็ให้ทําลายแหล่ง เพาะพันธุ์ยุงลายสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ส่วนผู้ที่มีอาการต้องสงสัย เช่น มีจุด เลือดสีแดงขึ้นตามลําตัว แขน ขา บางรายอาจจะมีเลือดกําเดาออก และมี ไข้สูง ต้องรักษาตามอาการ คือ เช็ดตัวลดความร้อน ให้ยาลดไข้ พาราเซตามอล ห้ามซื้อยาประเภทแอสไพรินหรือไอบูโปรเฟน มากินเองอย่างเด็ดขาด ผู้ที่เคยป่วยจากโรคนี้มาแล้วอาจป่วยซ้ำได้อีก และหากพบผู้ป่วยมีอาการผิดปกติคือ ซึมลง กินหรือดื่มไม่ได้ มือเท้าเย็น เหงื่อออก ชีพจรเต้นเร็ว ปวดท้อง อาจเข้าสู่ภาวะช็อกและเสี่ยงเสียชีวิตได้ ขอให้รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที.

**ภาพประกอบเนื้อหาข่าว**

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร