posttoday
มหาเถรสมาคมต้องทำ PR ให้เป็น

มหาเถรสมาคมต้องทำ PR ให้เป็น

06 กันยายน 2558

ผมติดตามอ่านรายงานการประชุมกรรมการมหาเถรสมาคมเสมอถ้ามีโอกาส ล่าสุดมีเรื่องที่ สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ

โดย...สมาน สุดโต

ผมติดตามอ่านรายงานการประชุมกรรมการมหาเถรสมาคมเสมอถ้ามีโอกาส ล่าสุดมีเรื่องที่ สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เสนอต่อมหาเถรสมาคม เรื่องมอบนโยบายแก่ผู้บริหารคณะสงฆ์

ทั้งนี้ จากการที่ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.พิษณุโลก ระหว่างวันที่ 1-2 พ.ค. 2558 เพื่อตรวจติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานตามภารกิจสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่เพิ่งรายงานมหาเถรสมาคมเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2558 แต่ประเด็นนี้ไม่ใช่ประเด็นที่จะเอามาพูดคุยกัน เพราะเป็นระบบราชการ

แต่ที่น่าสนใจ จนต้องหยิบยกมาเป็นหัวข้อในการปุจฉาและวิสัชนาวันนี้ คือ ข้อที่ 5 เรื่องการประชาสัมพันธ์ พระเถระปรารภว่าไม่ใช่เรื่องที่คณะสงฆ์ต้องเป็นผู้ชี้แจงประชาสัมพันธ์เรื่องต่างๆ ขอให้รัฐมนตรีหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติช่วยประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น

ในการนี้ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ) ได้บันทึกเทปเกี่ยวกับงานพระพุทธศาสนา รายการ “อนาคตเมืองไทย” ออกอากาศทางช่อง NBT ในวันที่ 4 พ.ค. 2558 เวลาประมาณ 21.00 น. ซึ่งจะเป็นการประชาสัมพันธ์อีกทางหนึ่ง

ผมขอเรียนว่า ความจริงเรื่องการประชาสัมพันธ์ เป็นหัวใจของการขับเคลื่อน หรือเผยแพร่พระพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี เพราะหลักการประชาสัมพันธ์คือการปลูกฝังความนิยมให้แก่องค์กร ถ้าประชาสัมพันธ์ดี ตรงสื่อที่เป็นเป้าหมาย ย่อมได้ผลเกินคาด การบอกหรือแถลงความจริงออกไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย (ลับสุดยอด) ย่อมมีแต่ผลบวก บอกประชาชนไปเถิด อย่าปล่อยให้สังคมมโนไปเลย

ผมขอยกตัวอย่างที่มหาเถรสมาคมควรแถลงเป็นอย่างยิ่งในเรื่องต่างๆ ดังนี้

1.จุดยืนของมหาเถรสมาคม กรณีความขัดแย้งระหว่างวัดกัลยาณมิตรกับกรมศิลปากร ต้องชัดเจนว่ามหาเถรสมาคมมีจุดยืนอย่างไร มิใช่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมา 12 ปี จนโบราณสถานในวัดหมดไป ในที่สุดกรมศิลปากรต้องทุบศาลาราย เมื่อคดีสิ้นสุด กลายเป็นความหมองใจระหว่างวัดกับหน่วยงานของรัฐ

ส่วนอนาคตของเจ้าอาวาสที่ไม่เอื้อต่อกฎหมาย หรือกฎระเบียบต่างๆ นั้นถือว่าละเมิดจริยาพระสังฆาธิการหรือไม่ คณะสงฆ์จะลงโทษกันอย่างไร หรือใช้คาถามุโขโลกนะ

2.เมื่อมีพระรูปใดรูปหนึ่งแสดงธรรม หรือเทศน์ ไม่ตรงกับหลักธรรมวินัย หรือขัดกับลัทธิธรรมเนียม ประเพณีนิยม เช่น เรื่องที่พระรูปหนึ่งพูดถึงพระปาฏิโมกข์ว่ามีเพียง 150 ข้อ ที่เกินไป 227 ข้อ เกิดจากเติมแต่งโดยพระอรรถกถาจารย์ในชั้นหลัง แบบนี้มหาเถรสมาคมจะเอาอย่างไร ดีที่สุดต้องออกมาแถลงว่าความจริงคืออะไร

หรือใครสอนผิด สอนเพี้ยน ก็ต้องออกมาชี้แจง แก้ไข ให้ถูกหลักธรรม มิใช่ให้คิดหรือเดากันเอาเอง รวมทั้งการสร้างเทพนอกพระพุทธศาสนาให้บูชากันใหญ่โตในวัด ทำได้อย่างไร ไม่ถือว่าผิดจริยาพระสังฆาธิกาหรือจะรักษาพระศาสนาให้บริสุทธิ์ ต้องมีผู้มีอำนาจคอยสอดส่อง ช่วยเช็ดช่วยล้างสิ่งสกปรกออกไป แม้จะไม่หมดทีเดียวแต่ก็ดีกว่าปล่อยให้เละเทะ

 3.เรื่องห้ามอุปัชฌาย์ทั้งในและนอกประเทศให้การอุปสมบทแก่สตรีเป็นภิกษุณีนั้นเพราะอะไร ทำไมจึงห้าม เมื่อฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยอ้างสิทธิมนุษยชน ว่าทุกคนมีสิทธิ พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งการเคารพสิทธิมนุษยชน มิเช่นนั้นจะลบล้างวรรณะต่างๆ ในระบบอสังคมของชมพูทวีปออกไปทำไม

4.เรื่องการใช้เงินใช้ทองของพระที่สังคมแคลงใจ น่าจะบอกแก่สังคมว่า พระสังฆาธิการในพระพุทธศาสนา มีภาระหน้าที่หนัก แม้ว่าบ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ แต่รับภาระแทนญาติโยมไว้มากมาย นับแต่บริหารจัดการวัดแทนพุทธศาสนิกชน ทั้งนี้จะเห็นว่าวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้นทำงานบริการสังคมมาก รวมทั้งการศึกษาสงเคราะห์ ที่ปีหนึ่งๆ มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษา รวมทั้งประเทศมากมาย หากนับจำนวนคนก็ไม่รู้ว่ากี่พันคน ถ้านับเป็นตัวเงิน ก็มากนับเป็นร้อยล้านก็ย่อมได้ในแต่ละปี

ของอย่างนี้ พระคุณเจ้ารู้กันเอง สังคมรู้ในวงแคบ ถ้าหากมีการประชาสัมพันธ์ที่ดี ข่าวโลกวัชชะ หรือภาพลบของพระสงฆ์ก็ค่อยๆ หายไป เพราะนักข่าวก็ชาวพุทธ อยากเห็นพระพุทธศาสนามั่นคง เป็นหลักของชาติตลอดไป

จึงขอเสนอให้มหาเถรสมาคมทำประชาสัมพันธ์เอง โดยมีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นตัวช่วย

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่