
สองผู้ต้องหาลักพาน้องแพรวมอบตัวสู้คดี
สองผู้ต้องหาลักพาน้องแพรวดอดมอบตัวกับผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรีเพื่อสู้คดี
สองผู้ต้องหาลักพาน้องแพรวดอดมอบตัวกับผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรีเพื่อสู้คดี
นางจุฬาลักษณ์ หรือตู่ กกแก้ว อายุ 30 ปีอยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ 2 ต.เหล่าสร้างถ่อ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร และนายสุรพล หรือเก่ง รอดเจริญ อายุ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 หมุ่ 3 ต.นาคู อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ข้อหาร่วมกันพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันสมควร พร้อมด้วยทนายความ เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.เกรียงไกร วุฒิพานิช ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี พ.ต.ท.สุมนตรี กรรณเลขา รอง ผกก.สส.โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายจับศาลสุพรรณบุรี จับกุมทั้งคู่
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.เกิดเหตุคนร้ายลักพาตัว ด.ญ.อภิสรา อินชะนะ หรือน้องแพรว เพิ่งคลอดได้ 19 วันลูกสาว นายอนุชา อินชะนะ อายุ 23 ปี และ นางสุทธินี สุขประเสริฐ อายุ 20 ปี ที่บ้านพักคนงาน ไม่มีเลขที่ อยู่ที่หมู่ 2 ต.ท่าระหัด อ.เมืองสุพรรณบุรี หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งออกสืบสวนติดตามสื่อมวลชนนำเสนอข่าวกดดันจนคนร้ายต้องนำตัวน้องแพรว
จนกระทั่งคนร้ายนำตัวน้องแพรว มาทิ้งไว้ที่ศาลาที่พักผู้โดยสาร เขตติดต่อ อ.เมืองสุพรรณบุรี กับ อ.บางปลาม้า เวลา 03.20 น.วันที่ 2 ก.ค.จากการสืบสวนทราบว่าคนร้ายคือนายสุระศักดิ์ รอดเจริญ นายสุรพล รอดเจริญ น้องชาย และนางจุฬาลักษณ์ หรือตู่ กกแก้ว น้องสะใภ้ ร่วมกันก่อเหตุก่อเหตุลักพาตัวน้องแพรว กระทั่งตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวนายสระศักดิ์ ได้ พื้นที่ จ.ปทุมธานี
นายสุระศักดิ์ให้การรับสารภาพว่าร่วมกับนางจุฬาลักษณ์ หรือตู่ กกแก้ว อายุ 30 ปี และนายสุรพล หรือเก่ง รอดเจริญ อายุ อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ส่วนสาเหตุคือนางจุฬาลักษณ์ ต้องการอยากมีลูกแต่ไม่สามารถมีลูกได้ จึงใช้วิธีตระเวณหาลักเด็กมาแล้วหลายจังหวัดกระทั่งสบโอกาสเมื่อพบน้องแพรว ที่จ.สุพรรณบุรี แต่สุดท้ายจำต้องนำเด็กกลับมาคืนสู่อ้อมอกพ่อแม่เนื่องจากเกรงว่าจะถูกดำเนินคดีร้ายแรง
อย่างไรก็ตามนางจุฬาลักษณ์ และ นายสุรพล ยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่รู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด หลังเกิดเหตุและเห็นข่าวนำเสนออย่างต่อเนื่องทำให้ตนตกใจมากว่าตนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างไร และไม่ได้มีความสัมพันธ์กับนายสุรพล ตามที่เป็นข่าว ตนอยู่บ้านไม่ได้ต้องหนีออกจากบ้านและทำให้สามีที่เป็นตำรวจ ต้องอับอายไม่อยากไปทำงานทั้งๆที่ช่วงที่เกิดเหตุตนก็อยู่กับสามีตลอด
ทั้งนี้ขอให้ผู้สื่อข่าวช่วยแก้ข่าวให้ด้วยว่าตนกับนายสุรพล ไม่ได้เป็นผัวเมียกันและไม่ได้หนีตามกันไปอย่างที่เป็นข่าว เพราะนายสุรพล นั้นเป็นเพียงคนขับรถส่วนตัวและเป็นการ์ด ประจำตัวเนื่องจากตนเคยไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกคนร้ายลอบยิง จนต้องหาคนมาคุ้มกัน เรื่องนี้ทำให้ตนเสื่อมเสีย ตนจึงปรึกษากับสามี และสามีแนะนำให้เข้ามอบตัวสู้คดีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
ส่วนหลักฐานเรื่องรถเก๋งนั้นตนได้ขายไปเมื่อครึ่งเดือนที่แล้วเนื่องจากตนไปเล่นการพนันเสียจึงต้องขายรถใช้หนี้ ขณะที่ พ.ต.อ.เกรียงไกร วุฒิพานิช ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี กล่าวว่าถึงแม้ผู้ต้องหาจะปฎิเสธ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานและหลักฐานพอที่จะดำเนินคดีได้ ส่วนการประกันตัวนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเบื้องต้นยังไม่มีการยื่นของประกันตัว







