posttoday
ดีเอสไอฝากขังอ้อ-อ้ายเช้านี้

ดีเอสไอฝากขังอ้อ-อ้ายเช้านี้

07 กรกฎาคม 2553

ดีเอสไอ นำตัว "อ้อ-อ้าย" ฝากขัง เช้านี้ค้านประกันตัวหวั่นหลบหนี  พร้อมฝากขัง 3 ผู้ต้องหาฝากขังผลัด 2 ผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ด้วย

ดีเอสไอ นำตัว "อ้อ-อ้าย" ฝากขัง เช้านี้ค้านประกันตัวหวั่นหลบหนี  พร้อมฝากขัง 3 ผู้ต้องหาฝากขังผลัด 2 ผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ด้วย

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กล่าวว่า ในวันนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอเตรียมควบคุมตัวนางวริศรียา บุญสม หรือ อ้อ และนายกอบชัย บุญปลอด หรือ อ้าย ผู้ต้องหาก่อเหตุร่วมกันวางระเบิดใกล้ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย มาขออำนาจศาลอาญารัชดา เพื่อทำการฝากขังผลัดแรก พร้อมกับแจ้งข้อหาร่วมกันผลิต มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์สิน โรงเรือน ที่ประชุม และน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น พกพาวัตถุระเบิดไปในหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอจะนำตัวผู้ต้องหาออกจากดีเอสไอในเวลาประมาณ 09.00 น. และยังไม่มีการประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย มีเพียงเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอเท่านั้น

ต่อมา 10.00 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ควบคุมตัวนายกอบชัย หรือ อ้าย บุญปลอด อายุ 43 ปี และนางวริศรียา บุญสม อายุ 43 ปี ผู้ต้องหา "ร่วมกันผลิต และมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์สิน และน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคนอื่น และก่อการร้าย" ตามประมาวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,134/1,221,222,33/1 พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 38 และ 74 มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 18 ก.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ต้องสอบพยานบุคคลอีก 20 ปาก รอผลการตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือ ผลสอบรายการใช้โทรศัพท์และธุรกรรมการเงิน และตรวจหาสารวัตถุระเบิดที่บ้านผู้ต้องหา

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากพฤติการณ์ผู้ต้องหา เป็นการก่อเหตุร้ายแรงให้เกิดความปั่นป่วนและความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐานในคดี นอกจากนี้ยังขออนุญาตรับตัวผู้ต้องหากลับไปควบคุมตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องสอบสวนขยายผลหาตัวผู้ร่วมขบวนการ และนำชี้สถานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นพยานหลักฐานในการสอบสวน

คำร้องฝากขังสรุปว่า เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.53 เวลา 11.00 น. ผู้ต้องหาทั้งสองได้ร่วมกับพวกรวม 7 คน ใช้ถังแก๊สประกอบเป็นระเบิดแล้วนำไปวางในซอยพหลโยธิน 43 ข้างที่ทำการพรรคภูมิใจไทย จนเกิดระเบิด เหตุเกิดแขวงและเขตลาดพร้าว ต่อเนื่องแขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ต่อมาทางการกัมพูชาจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้และส่งตัวกลับมาดำเนินคดียังประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา

ศาลอยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องฝากขัง อย่างไรก็ดี ในช่วงเช้ายังไม่ปรากฏมีญาติมายื่นประกันผู้ต้องหาทั้งสอง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นางวริศรียาให้การยอมรับเกี่ยวกับสมุดบันทึกที่ดีเอสไอค้นพบในกระเป๋าว่าเป็นสมุดบันทึกของตนเอง แต่ไม่ใช่เจ้าของลายมือที่เขียนสูตรการทำระเบิดลงในสมุดบันทึก โดยให้การซัดทอดว่าผู้ที่จดบันทึกคือนายกอบชัยซึ่งจดรายละเอียดการทำระเบิดมาจากเว็บไซต์

ผู้่สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของ นายอเนก สิงขุนทด,นายกำพล คำคง,และนายเดชพล พุทธจง แนวร่วม นปช.ผู้ต้องหาร่วมกันวางระเบิดพรรคภูมิใจที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวน ดีเอสไอ ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 2 ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ ในวันนี้เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร