
ชทพ.ชี้ปทีปปล่อยข่าวลอบสังหารกระทบภาพลักษณ์ปท.
ชทพ. ติง “ปทีป”ปล่อยข่าวลอบสังหารบุคคลสำคัญกระทบภาพลักษณ์ชาติ เตือนรัฐบาลอย่าหลงระเริงสภาสหรัฐหนุนแผนปรองดอง เร่งเดินหน้าแจงนานาชาติ
ชทพ. ติง “ปทีป”ปล่อยข่าวลอบสังหารบุคคลสำคัญกระทบภาพลักษณ์ชาติ เตือนรัฐบาลอย่าหลงระเริงสภาสหรัฐหนุนแผนปรองดอง เร่งเดินหน้าแจงนานาชาติ
นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่มีการปล่อยข่าวว่าจะมีการลอบสังหารบุคคลสำคัญอย่างนายกฯ หรือประธานคณะตุลาการ รวมถึงจะมีการก่อวินาศกรรม 68 จุด โดยพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. เป็นผู้ให้ข่าวนั้น ทางพรรคอยากเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐและผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่าเพิกเฉยต่อข่าวดังกล่าว การออกมาให้ข่าวในลักษณะนี้ไม่เป็นผลดีต่อสถานการณ์โดยรวมของประเทศ โดยเฉพาะต่างชาติที่มองเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งความรู้สึกของนักลงทุนและนักท่องเที่ยวมีความอ่อนไหวที่สุด เขาคงไม่สบายใจที่จะเข้ามาลงทุน หรือท่องเที่ยวในสถานการณ์แบบนี้
“ผมขอตั้งข้อสังเกตว่ารรท.ผบ.ตร.ไม่น่าผลีผลามพูดให้ข่าวในทำนองนี้ โดยที่ไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นจริงหรือไม่ เพราะหากไม่เป็นความจริง จะส่งผลกระทบต่อประเทศมา แต่ถ้าเป็นความจริงฝ่ายความมั่นคงก็ต้องดำเนินการป้องกันในทางลับ แต่เรามั่นใจว่ามีผลเสียมากกว่าผลดี”นายวัชระ กล่าว
ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้ยกเลิกพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่า การจะยืดหรือยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินทางศอฉ.และหน่วยงานด้านความมั่นคงต้องพิจารณาให้รอบคอบถึงผลได้ ผลเสีย ที่สำคัญทั้งศอฉ.และผู้มีอำนาจต้องตอบสังคมให้ได้ว่า การจะยืดหรือยกเลิก หรือคงไว้เพียงบางส่วนมีเหตุผลอะไร ซึ่งบางคนมองว่าสถานการณ์ที่สงบเป็นเพราะมาตรการทางกฎหมายนั้นทางพรรคยังไม่มั่นใจว่ามาตรการทางกฎหมายจะทำให้เกิดความสงบได้จริงหรือไม่ แต่คิดว่ามาตรการทางการเมืองน่าจะเยียวยาได้ดีกว่า
ทั้งนี้ นายวัชระ ยังกล่าวถึงกรณีที่สภาสหรัฐอเมริกามีมติเสียงส่วนใหญ่สนับสนุนแนวทางปรองดองของรัฐบาลไทยว่า เป็นการสะท้อนที่ชัดเจนว่าวันนี้ภาระและศึกของรัฐบาลมี 2 สมรภูมิใหญ่ที่จะต้องแก้ไขและเอาชนะให้ได้ เพื่อความสงบสุขของประเทศ ด้านหนึ่งคือสมรภูมิในประเทศ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลเริ่มเดินตามแผนปรองดองแล้ว แต่อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้สมรภูมิในประเทศคือศึกในเวทีโลก ซึ่งยกแรกรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ สามารถคุมสถานการณ์ได้อยู่ แต่เชื่อยังคงมีความพยายามเคลื่อนไหวในเวทีนานาชาติต่อเนื่องจากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลที่พยายามปลุกนานาชาติอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอยากให้รัฐบาลเร่งชี้แจงต่อเวทีโลก อย่ามัวพึงพอใจ หรือลุ่มหลงอยู่กับมติของรัฐสภาสหรัฐ
นอกจากนี้ นายวัชระ กล่าวอีกว่า สำหรับการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขต 6 แม้ทางพรรคจะไม่ได้ส่งผู้สมัคร แต่เท่าที่ติดตามรู้สึกพอใจในบรรยากาศโหมโรงหาเสียงในช่วงแรกที่ยังอยู่ในกติกากันดี แต่ไม่แน่ใจว่าในช่วงกลางสถานการณ์จะนิ่งอย่างนี้ต่อไปหรือไม่ จึงขอเรียกร้องไปยังสองกลุ่มคือ ต้นสังกัดของผู้สมัครแต่ละคน ขอให้คงบรรยากาศดี ๆอย่างนี้ไว้ ขณะที่อีกกลุ่มได้มีการโยงไปถึงการข่าวขอให้หน่วยงานที่ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ให้ดูแลอย่างเข้มข้น เพราะเกรงว่าจะมีมือที่ 3 ก่อเหตุร้าย สร้างสถานการณ์ อย่างการวางระเบิดใกล้จุดหาเสียง เพื่อก่อกวนหรือโยนความผิดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง โดยเฉพาะในจุดปราศรัยใหญ่ของแต่ละพรรค ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก ดังนั้นขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ และทีมหาเสียงของแต่ละพรรคมีความระมัดระวัง
เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์นโยบายประชานิยมของรัฐบาลเพื่อหวังผลในการเลือกตั้งที่ใกล้จะมีขึ้น นายวัชระ กล่าวว่า วันนี้ทุกพรรคการเมืองเห็นว่าสูตรสำเร็จทางการเมืองที่จะเอาชนะใจประชาชนได้ก็ด้วยนโยบายประชานิยม ซึ่งมีประโยชน์คือการให้ประชาชน แต่มีคำถามว่ามีความถูกต้องเหมาะสมเพียงใด จะทำให้ฐานะการเงิน การคลังของประเทศเปลี่ยนแปลงไปเพียงใด เพราะนโยบายในลักษณะนี้หากรัฐบาลหารายได้เพียงพอก็ไม่ถือว่าผิดปกติอะไร







