
หอสมุดแห่งชาติ พัฒนามาแต่รัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชาติ
วีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
โดย..ส.สต
วีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติให้มีชีวิต ทำหอสมุดให้เป็นแหล่งเรียนรู้โดยใช้ระบบไอที ให้บริการ On line ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมนำความขึ้นกราบบังคมทูลเป็นระยะๆ
จากการสนองพระราชดำริและวางแผนพัฒนาพิพิธภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง มีรายงานว่า ประชาชนทั่วไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอุทยานประวัติศาสตร์มากขึ้น ตัวเลขล่าสุดมียอดผู้เข้าชมมากถึง 4 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 จากระยะเดียวกันของปีที่แล้ว คาดว่าเมื่อสิ้นปีจะมีผู้เข้าชมไม่ต่ำกว่า 8 ล้านคน เป็นเครื่องชี้ชัดว่า สิ่งที่เราพัฒนาได้ผลในทางบวกเป็นอย่างไร
สำหรับสำนักหอสมุดแห่งชาตินั้น กระทรวงวัฒนธรรมทำแผนแม่บทการอ่านและการเรียนรู้ระดับชาติ ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลที่เป็นตัวอย่างดีๆ จากห้องสมุดนานาชาติเพื่อนำมาพัฒนาและปรับใช้ นอกเหนือจากที่ทำไปแล้ว คือ E books ที่เป็นลิขสิทธิ์ของกรมศิลปากรและที่หน่วยงานอื่นมอบให้ ซึ่งมีถึง 2,000 เล่ม นอกจากนั้นการให้บริการทางอินเทอร์เน็ต เช่น ภาพเก่าหายาก จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ 2
หมื่นกว่าภาพ สามารถสืบค้นได้ทาง Internet ในขณะนี้
ทั้งนี้ สำนักหอสมุดแห่งชาติและสำนักจดหมายเหตุแห่งชาติ เป็นส่วนราชการของกระทรวงวัฒนธรรม
ภูมิหลังหอสมุดแห่งชาติหอสมุดแห่งชาติ เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม มีหน้าที่จัดเก็บ รวบรวม สงวนรักษา และอนุรักษ์มรดกทรัพย์สินทางปัญญา วิทยาการ ศิลปกรรม และวัฒนธรรมของชาติ ในรูปของหนังสือตัวพิมพ์เอกสารโบราณ ได้แก่ ศิลาจารึก คัมภีร์ใบลาน หนังสือสมุดไทย รวมทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนั้นยังทำหน้าที่ให้บริการความรู้และข่าวสารแก่คนในชาติ
ประวัติความเป็นมา
หอสมุดแห่งชาติ ก่อตั้งขึ้นโดยพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมหอพระสมุด 3 แห่งเข้าด้วยกัน คือ หอพุทธสาสนะสังคหะ หอพระมณเฑียรธรรม และหอพระสมุดวชิรญาณ แล้วพระราชทานนามว่า หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2448 ตั้งอยู่ ณ หอคองคอเดียในพระบรมมหาราชวัง (ปัจจุบันคือ ศาลาสหทัยสมาคม)
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายพื้นที่ตั้งแห่งใหม่มาอยู่ตึกถาวรวัตถุ ริมถนนหน้าพระธาตุ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2459
ในรัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายพื้นที่การให้บริการเป็น 2 แห่ง คือ หนังสือตัวพิมพ์ทั้งหมดและหนังสือส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้บริการ ณ ตึกถาวรวัตถุ พระราชทานนามว่า หอพระสมุดวชิราวุธ ส่วนศิลาจารึก คัมภีร์ใบลาน หนังสือสมุดไทย ตู้ลายรดน้ำ ย้ายไปให้บริการที่พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระราชทานนามว่า หอพระสมุด
วชิรญาณ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดหอพระสมุดวชิรญาณและหอพระสมุดวชิราวุธ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2469
ครั้นภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐบาลมีพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการสำนักงานและกรมในกระทรวงธรรมการ พ.ศ. 2476 กำหนดให้หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนครเป็นกองหอสมุด ขึ้นอยู่ในกรมศิลปากร ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น หอสมุดแห่งชาติ
หอสมุดแห่งชาติ ได้พัฒนามาเป็นลำดับ สถานที่ให้บริการที่ตึกถาวรวัตถุจึงไม่เพียงพอ กรมศิลปากรจึงดำเนินการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ที่ท่าวาสุกรี แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2509 และเริ่มให้บริการ ณ สถานที่แห่งใหม่มาจนถึงปัจจุบัน
พ.ศ. 2518 : ย้ายศิลาจารึก ตู้ลายรดน้ำ จากตึกถาวรวัตถุมายังอาคารหอพระสมุดวชิรญาณ
พ.ศ. 2522 : ตั้งศูนย์นราธิปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ ในบริเวณตึกถาวรวัตถุ ถนนหน้าพระธาตุ
พ.ศ. 2524 : ตั้งหอวชิราวุธานุสรณ์ บริเวณทิศเหนือของหอสมุดแห่งชาติ
พ.ศ. 2528 : เปิดให้บริการที่อาคารหลังใหม่ (อาคาร 3) ด้านหลังอาคารหอสมุดแห่งชาติ เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2528
พ.ศ. 2533 : เปิดอาคารหอเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
พ.ศ. 2537 : เปิดบริการห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร
พ.ศ. 2540 : เปิดบริการหอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
พ.ศ. 2542 : เปิดบริการ “หอสมุดแห่งชาติเขตลาดกระบัง เฉลิมพระเกียรติ”
พ.ศ. 2551 : จัดตั้งอาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ตึกถาวรวัตถุ ถนนหน้าพระธาตุ
พ.ศ. 2554 : เปิดอาคารหอสมุดแห่งชาติ อาคาร 2
พ.ศ. 2514 : ปัจจุบันจัดตั้งหอสมุดแห่งชาติในส่วนภูมิภาค 11 แห่ง
การพัฒนาไม่หยุดยั้ง เพื่อให้หอสมุดแห่งชาติเป็นแหล่งเรียนรู้ของชาติตลอดไป







