posttoday
Soft Power

Soft Power

28 พฤษภาคม 2558

การก้าวขึ้นสู่ความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกของจีนนั้น คงต้องเรียกว่า “ทะยาน” มาเกือบเต็มสามทศวรรษ เพิ่งจะถูกผู้นำจีนสั่งชะลอความเร็วในการทะยาน เหลือแค่ “วิ่งเหยาะๆ” 2 ปีมานี้ ที่เรียก “วิ่งเหยาะๆ” เพราะถ้าเทียบกับยุโรป ญี่ปุ่น แล้วก็ถือว่าจีนยังวิ่งไปเร็วมากๆ แต่ถ้าเทียบกับจีนใน 10 ปีที่ผ่านมา ก็ถือว่าเบาเครื่องลงกว่าครึ่ง

การก้าวขึ้นสู่ความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกของจีนนั้น คงต้องเรียกว่า “ทะยาน” มาเกือบเต็มสามทศวรรษ เพิ่งจะถูกผู้นำจีนสั่งชะลอความเร็วในการทะยาน เหลือแค่ “วิ่งเหยาะๆ” 2 ปีมานี้ ที่เรียก “วิ่งเหยาะๆ” เพราะถ้าเทียบกับยุโรป ญี่ปุ่น แล้วก็ถือว่าจีนยังวิ่งไปเร็วมากๆ แต่ถ้าเทียบกับจีนใน 10 ปีที่ผ่านมา ก็ถือว่าเบาเครื่องลงกว่าครึ่ง

รายงานจากสำนักงานสถิติของจีน ระบุว่า การใช้จ่ายของรัฐบาลจีนในโครงสร้างพื้นฐานโตเพียง 12% ซึ่งจีนถือว่าช้าแล้ว และช้าที่สุดนับแต่เคยมีการบันทึกตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา ส่วนยอดค้าปลีกจีนก็บ่นว่าเติบโตเพียง 10% ซึ่งโตน้อยที่สุดในรอบ 9 ปี กล่าวโดยรวม คือ ปีนี้จีนบอกว่าเศรษฐกิจจีนโตต่ำสุดในรอบ 25 ปีที่ผ่านมา แต่กระนั้น “เงินหยวน” ก็ได้รับการยอมรับนับถือในตลาดเงินของโลกสากลมากขนาดนี้

ใครจะกล้าคิด บัดนี้นักท่องเที่ยวจีนที่ออกมาเที่ยวนอกแผ่นดินใหญ่จะมีปริมาณสูงเกินปีละ 100 ล้านคน และบัดนี้ไม่ใช่นักท่องเที่ยวไร้สตางค์ใช้จ่ายอีกต่อไป

ใครจะไปนึกว่า เมื่อคราวที่กูเกิลตัดสินใจปฏิเสธที่จะให้บริการในจีน เพราะเห็นว่าเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดและข่าวสารในจีนนั้นมีข้อจำกัด วันนั้นหลายคนนึกด้วยซ้ำว่า ถ้าไม่มีกูเกิลในจีน...จีนคงกลายเป็นเต่าโบราณในยุคดิจิทัลในไม่ช้า แต่วันนี้กลายเป็นว่า จีนมีประชากรท่องเน็ตที่มีขนาดใหญ่เพียงพอ จนแม้ไม่มี
กูเกิล แต่จีนก็สำเร็จในการมีเครื่องมือค้นหาทางออนไลน์ของตัวเองที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันจนได้

สมัยก่อนขนาดประชากรคือภาระของชาติ วันนี้ขนาดของประชากรช่วยทำให้ชาติอยู่และโตได้ การขยายตัวของงบประมาณด้านการทหารของจีนเติบโตสูงกว่า 15% มาหลายๆ ปีแล้ว แม้ว่าเมื่อดูปริมาณเงินที่ใช้ในด้านการทหารของจีนจะยังน้อยกว่าปริมาณเงินงบประมาณที่สหรัฐใช้ในการทหารถึง 10 เท่าตัว คือ จีนใช้งบราวๆ 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/ปี เพื่องานการทหาร ในขณะที่สหรัฐใช้จ่ายอยู่ที่ 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ/ปี

ข้อสังเกตที่น่าสนใจ คือ สหรัฐคงฐานทัพและมีระบบการบินส่งกำลังบำรุง และการเดินเรือรบลาดตระเวนอยู่ทั่วโลกสม่ำเสมอ ขณะที่จีนจะโฟกัสกิจกรรมทางทหารของตัวเองอยู่รอบในของชายแดนและพรมแดนของจีนเป็นหลัก อย่างมากก็ขึ้นไปบนอวกาศเพิ่มอีกอย่าง

ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง เคยอธิบายให้แขกต่างชาติที่เข้าเยี่ยมคารวะฟังว่า ผ้าปักเป็นรูปกำแพงเมืองจีนขนาดยักษ์หลังจุดถ่ายภาพจับมือนั้น คือการบอกใบ้ว่าจีนจะจำกัดตนเองอยู่แต่ในรั้ว! ดังนั้นการใช้จ่ายของจีนในการทหารแม้คิดเป็นจำนวนเม็ดเงินต่ำกว่า แต่ก็ไม่ต้องกระจายออกเท่ากับที่สหรัฐทำ ความเข้มข้นของงบต่อพื้นที่จึงอาจไม่ถูกทิ้งห่างเท่าไหร่

อีกประการหนึ่ง มีแนวโน้มว่างบการทหารของจีนจะเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนงบการทหารของสหรัฐ แม้ยังไม่ลด แต่จะคงสภาพแบบนี้ได้ไม่นาน ต่อให้เศรษฐกิจสหรัฐปีนี้กลับฟื้นขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ก็ตาม เพราะภาระงบประมาณที่สูงขนาดนี้หนักมาก งบการทหารของจีน และปฏิบัติการทางทหารของจีนในพื้นที่ยุทธศาสตร์นั้น จึงมีแต่จะเข้มข้น แข็งแกร่งขึ้น (ซึ่งไม่รู้ว่าดีหรือเปล่า!)

สิ่งที่จีนยังอยู่ล้าหลังกว่าสหรัฐแบบไม่ค่อยติดฝุ่น...เห็นทีจะเป็นเรื่อง “Soft Power” หรืออำนาจทางวัฒนธรรมครับ

เรื่องนี้ต้องจับตาดูต่อไปยาวๆ ว่าจีนจะวิ่งไล่และมีสิทธิแซงขึ้นมาได้หรือไม่ และเมื่อไหร่ รวมทั้งต้องแซงใครมาอีกบ้าง เพราะวันนี้จีนบริโภควัฒนธรรมตะวันตกอย่างมาก จอหนัง จอทีวี จอมือถือ เพิ่มขึ้นกระจายไปถึงทุกที่ แต่สื่อทางวัฒนธรรมของจีนยังมีพลังเฉพาะในแผ่นดินจีน ไม่ค่อยสามารถส่งออกได้ นอกจากคณะกายกรรมกับศิลปะการแสดงเวทีนิดหน่อย

อำนาจทางวัฒนธรรมนั้น มีพลังข้ามพรมแดน ข้ามอำนาจอธิปไตย สามารถทะลุทะลวง สำนึกและความใฝ่ฝันในชีวิตของประชากรโลกได้อย่างที่ยุทโธปกรณ์ใดๆ ก็ทำไม่ได้ สหรัฐมีสินค้าและพลังทางวัฒนธรรมผ่านเพลง แฟชั่น หนัง รายการโทรทัศน์ แฟรนไชส์ อาหาร ความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับระบบการศึกษา การวิจัย การบริหารธุรกิจและรายการข่าว

Soft Culture ของสหรัฐ ทำโดยภาคเอกชนโดยแท้ ทำมานาน อยู่ตัวและสามารถโอบล้อมกรอบความคิดของคนในโลก ทั้งที่เป็นคู่ค้าและคู่กัดด้วยหัวกะทิทางวิชาการของชาติต่างๆ รวมทั้งจีน ล้วนมีสหรัฐเป็นหนึ่งในที่หมายที่จะเพื่อไปเรียน ทำวิจัย ทำงาน หรือไปอยู่ปะปนเป็นพลเมืองแห่งโลกเสรีในสหรัฐ แปลว่า การจะสร้างแฟนคลับได้ สหรัฐไม่ได้อาศัยอาวุธ หรือเงินตราอย่างเดียว แต่มีศิลปิน นักคิด นักออกแบบ ที่ทำกันมาหลายรุ่นต่อเนื่อง ช่วงที่จีนปฏิวัติทางวัฒนธรรมได้ทำลายศิลปะและฝีมือชั้นครูในจีนไปอย่างน่าเสียดายมากมาย

จีนเคยประกาศศักดาผ่านพิธีเปิด-ปิด การจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ที่ปักกิ่ง 2008 ให้โลกตะลึงมาแล้ว แต่หลังจากนั้นราวกับสื่อสากลจะแกล้งหันหลังไม่ยอมรายงานความลึกซึ้งของวัฒนธรรมจีน แต่เน้นรายงานเรื่องน่าหัวร่อกับเรื่องน่าหัวเสียมากกว่า

ผู้นำทางความคิดของจีน จึงย่อมต้องครุ่นคิดให้ตกว่า อู่อารยธรรมเก่าแก่กว่า 5,000 ปีอย่างจีนมีอะไรที่สู้สหรัฐที่อายุไม่ถึง 250 ปี ไม่ได้...แล้วทำไมแม้จีนมีเงิน มียุทโธปกรณ์ขนาดนี้ คนก็ยังเลือกจะใช้ชีวิตตามวัฒนธรรมจีนไม่มากนักอยู่อย่างนี้

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร