
คณิต เดินหน้าหารือสร้างปรองดองหมอประเวศ-สนธิ
คณิต เดินหน้าหารือสร้างปรองดอง หมอประเวศ หนุนแนวทางสุนทรียสนทนา วอนสังคมไทยใช้เวลาเรียนรู้แก้ขัดแย้ง ด้านสนธิค้านหัวชนฝา เหตุมีกลไกหาข้อเท็จจริงอยู่แล้ว ชี้ปัญหาอยู่ที่ ทักษิณ แนะใช้หลักนิติรัฐแก้
คณิต เดินหน้าหารือสร้างปรองดอง หมอประเวศ หนุนแนวทางสุนทรียสนทนา วอนสังคมไทยใช้เวลาเรียนรู้แก้ขัดแย้ง ด้านสนธิค้านหัวชนฝา เหตุมีกลไกหาข้อเท็จจริงอยู่แล้ว ชี้ปัญหาอยู่ที่ ทักษิณ แนะใช้หลักนิติรัฐแก้
เมื่อเวลา08.30 นนายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริงเพื่อปรองดองแห่งชาติ (คอป.) พร้อมด้วยนายกิติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เดินทางเข้าพบ น.พ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโสในฐานะรองประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ เพื่อหารือแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง
หลังจากนั้น นพ.ประเวศ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ได้มีการหารือเรื่องงานของนายคณิต ที่ต้องหาความจริงเพื่อสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ ซึ่งเคยมีบทเรียนมาแล้วจากประเทศแอฟฟริกาใต้ โคลัมเบีย ซี่งมีปัญหายากกว่าไทยแต่ก็สามารถสร้างปัญหาได้ โดยเบื้องต้นสังคมไทยต้องเชื่อว่าเราต้องแก้ปัญหาได้ โดยประเทศต้องมีความหวัง ทั้งนี้การได้นายคณิต และ นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม มาทำหน้าที่ตรงนี้ถือว่ามีความเหมาะสมมาก ซึ่งตนเองเรียกว่าเป็น สัตตบุรุษ ที่มีปัญญา ถ้าเริ่มต้นแบบนี้ก็เชื่อว่างานจะไปได้ดี แต่คงต้องใช้เวลา เพราะสังคมไทยเข้าใจเรื่องกระบวนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งน้อยมาก และยังไม่มีทักษะแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติวิธี โดยเฉพาะปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากและมีความสลับซับซ้อน ที่ไม่สามารถทำเพียงหาว่าใครผิดใครถูกได้ เพราะเรื่องจะไม่มีทางจบ
นพ.ประเวศ ยกตัวอย่างถึงการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเชิงโครงสร้างของรัฐ ซินซินเนติ ของประเทศสหรัฐ ที่เกิดเหตุตำรวจคนขาวไปตีคนผิวดำ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไรเรื่องก็จะไม่จบและแก้ความขัดแย้งไม่ได้ ศาลจึงยังไม่ตัดสินและปแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายไปใช้กระบวนการทำความเข้าใจและถอดความขัดแย้ง ซึ่งต้องใช้กระบวนการที่ใหญ่มากในการถอดความขัดแย้ง ความยุติธรรม ตรงหมายถึง ความยุติธรรมไม่ได้มีการแต่การตัดสินลงโทษ แต่มีความยุติธรรมเชิงฟื้นฟูเพื่อลดความเกลียดชังลงให้ได้ ส่วนเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น ต้องมีการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก อย่าใช้อารมณ์ว่าใครว่าใคร อย่าใช้ความรุนแรง เพราะจะเกิดความรุนแรงได้อีก
ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น สังคมไทยต้องเข้าใจเรื่องการพูดคุยกัน โดยต้องคุยกันไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องคาดคั้นเอาความจริงทันที แต่ต้องเน้นการฟังอย่างลึกเพื่อให้ข้อมูลเดินต่อไปได้ หรือที่เรียกว่า “สุนทรียสนทนา” ซึ่งจะสามารถเชื่อมโยงเมล็ดพันธุ์แห่งความดีที่แต่ละคนมีอยู่แล้ว เวลาเป็นโอกาสที่สังคมไทยต้องทำความเข้าใจร่วมกันครั้งใหญ่ และต้องร่วมกันเดินหน้า
นายคณิต กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้สามารถเปิดตัวคณะกรรมการคอป.ได้ เพราะกำลังพิจารณาอยู่ ส่วนเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นตัวแปรในเรื่องการสร้างความปรองดองนั้น สังคมไทยไม่ควรติดยึดกับคนๆเดียว
จากนั้น เมื่อเวลา 11.00 น. นายคณิต ได้เดินทางมาพบ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยใช้เวลาหารือประมาณ 40 นาที โดยนายคณิตปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์
ขณะที่ นายสนธิ กล่าวภายหลังการหารือ ได้บอกกับ นายคณิตไปว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ตั้งแต่แรก เพราะสังคมไทยมีช่องทางให้ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถเรียกร้องได้ ไม่ว่าจะเป็น ศาลแพ่ง ศาลอาญา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) โดยในส่วนของพันธมิตรฯเองตอนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ 7 ต.ค. ทางพันธมิตรฯก็ใช้ช่องทางเหล่านี้เช่นกัน และมีผลจาก ปปช.ก็ออกมาแล้วว่าใครผิด และขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงก็ได้ใช้กระบวนการเดียวกันที่กำลังมีการร้องทุกข์กล่าวโทษ กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีอยู่ ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลเดินหน้าในการบังใช้กฎหมายตามหลักนิติรัฐมากกว่า ดังนั้น คณะกรรมการชุดนี้ไม่มีความจำเป็นตั้งแต่ต้น เพราะมีหลักนิติรัฐที่เป็นกลไกที่ทำงานอยู่แล้ว ดังนั้น การที่รัฐบาลตั้งคณะกรรมชุดนี้ขึ้นมาน่าจะเป็นการซื้อเวลามากกว่า ซึ่งนายคณิตก็รับฟัง
“ผมได้เสนอแนะใน นายคณิต ไปว่า ควรใช้คณะกรรมการชุดนี้หาเหตุที่แท้จริงของปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งหากอยากจะหาเหตุปรองดองตามชื่อคณะกรรมการชุดนี้ง่ายนิดเดียว ก็ให้คืนเงิน พ.ต.ท.ทักษิณ 4 หมื่นล้านและอนุญาตให้เขากลับเมืองไทย รับรองปรองดองแน่ๆ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงตรงนี้เท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าคยไทยจะยอมรับได้หรือไม่ และผมก็บอกว่าถ้าคนไทย 59,999,999 คนเห็นด้วยว่าจะทำแบบนี้ ผมเดียวจะประกาศไม่เห็นด้วยและเดินทางออกจากประเทศไทยทันที ” นายสนธิ กล่าว
นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรฯ ให้สัมภาษณ์ว่า จากการหารือดังกล่าวนั้น นายสนธิได้เสนอนายคณิต ให้ตั้งคณะกรรมการศึกษาปัญหารากฐาน เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาในอนาคต มากกว่าการตามหาคนผิด เพราะการหาคนผิดนั้นเป็นหน้าที่ของศาลซึ่งได้ทำอยู่แล้ว ทั้งนี้นายสนธิยังยืนยันด้วยว่า ปัญหาต่างๆต้นเหตุที่อยู่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องหาก่อการร้าย ขณะที่ถ้าจะปรองดองโดยการนิรโทษกรรมให้นั้น ประชาชนจะยอมได้อย่างไร ซึ่งโดยภาพรวมนายคณิต ได้เห็นพ้องกับข้อเสนอดังกล่าว ทั้งนี้จะต้องดำเนินการกับพ.ต.ท.ทักษิณ ควบคู่กับกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตามนายคณิต ไม่ได้ทาบทามแกนนำพันธมิตรฯเข้าร่วมคณะกรรมการ แต่หากนายคณิต ทำตามข้อเสนอ นายสนธิ และกลุ่มพันธมิตรฯ ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือสนับสนุนและให้กำลังใจ







