posttoday
เฉลิมตั้ง 7ข้อบี้กรณ์ตอบซื้อไทยคม

เฉลิมตั้ง 7ข้อบี้กรณ์ตอบซื้อไทยคม

23 มิถุนายน 2553

ข้อที่ 1 กรณ์ จาติกวณิช และศิริโชค โสภา สส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปพบผู้บริหารของกองทุนเทมาเซก เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ประเทศสิงคโปร์ ในฐานะส่วนตัวหรือในฐานะ รมว.คลัง เนื่องจากกรณ์ให้สัมภาษณ์ว่าไปอย่างเงียบๆ หากไปในฐานะ รมว.คลัง ควรจะต้องมีเจ้าหน้าที่ หรือข้าราชการกระทรวงเดินทางไปด้วย ไม่ใช่ศิริโชค ซึ่งเป็น สส.เท่านั้น หลังจากกรณ์พบผู้บริหารกองทุนฯ แล้ว ทางกองทุนฯ แถลงว่า มาพบเป็นเรื่องไม่ปกติเป็นการมาพบเพื่อเรื่องส่วนตัว

คำถามข้อที่ 2 มีข่าวว่าระหว่างการสนทนาของกรณ์กับผู้บริหารกองทุนฯ ได้แจ้งให้กรณ์ทราบว่า หากมีการติดต่อซื้อหุ้นของกองทุนเทมาเซก ให้กรณ์ติดต่อกับบริษัท ไทยคม และบริษัท ชินคอร์ปโดยตรง แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจนถึงปัจจุบัน กรณ์ยังไม่ได้มีการติดต่อกับบริษัททั้งสอง แต่กลับให้สัมภาษณ์และประกาศว่าจะซื้อหุ้นจากบริษัท เทมาเซก หากกรณ์และรัฐบาลมีเจตนาที่จะซื้อหุ้นจากกองทุนเทมาเซก ทำไมจึงไม่มีการติดต่อกับทั้งสองบริษัท

คำถามที่ 3 โครงสร้างผู้ถือหุ้น บริษัท ไทยคม ประกอบด้วย บริษัท ชินคอร์ป ถือหุ้น 41% ผู้ถือหุ้นรายย่อยในตลาดหลักทรัพย์ 59% ปัจจุบันไทยคมเป็นของประเทศไทย ไม่ใช่ของประเทศสิงคโปร์ การที่กรณ์และรัฐบาลสร้างกระแสชาตินิยมเป็นสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่

คำถามข้อที่ 4 กรณีที่นายกฯ และ รมว.คลัง และศิริโชค ประกาศว่า รัฐบาลจะซื้อดาวเทียมไทยคม ทราบหรือไม่ว่าการกระทำดังกล่าวมีผลต่อราคาขึ้นลงของราคาหุ้นของ บริษัท ไทยคม อยากทราบว่า กรณ์ได้แจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ทราบก่อนหรือไม่ เพราะเมื่อทราบแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ต้องหยุดการซื้อขายเพื่อให้มีการชี้แจงข้อมูล หากไม่มีการแจ้งถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าเกิดขึ้นในต่างประเทศ กรณ์จะต้องลาออกทันที เพราะขณะนี้กรณ์เป็น รมว.คลัง ไม่ใช่พ่อค้าเหมือนในอดีต

คำถามข้อที่ 5 จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ในเดือน มี.ค. 2553 ปริมาณการซื้อขายหุ้นของบริษัท ไทยคม เพิ่มมากขึ้นเป็นวันละ 100 ล้านบาท 200 ล้านบาท 346 ล้านบาท 418 ล้านบาท บางวันเพิ่มสูงถึง 734 ล้านบาท นับได้ว่าเป็นการซื้อขายมากขึ้นกว่าปกติ เพราะโดยปกติมีการซื้อขายเพียงไม่กี่สิบล้านบาท ที่น่าสังเกต คือ วันที่ 8 เม.ย. 2553 ก่อนที่กรณ์จะเดินทางไปพบผู้บริหารเทมาเซก ในวันที่ 12 เม.ย. 2553 มีการซื้อขายจำนวน 255 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในวันที่ 14 มิ.ย. 2553 มีข่าวว่ารัฐบาลจะซื้อดาวเทียมไทยคมผ่าน นสพ.บางกอกโพสต์ฉบับเดียว ทำให้หุ้นบริษัท ไทยคม ในตลาดหลักทรัพย์สูงขึ้นชนเพดาน จากราคาหุ้น 5.45 บาท เพิ่มขึ้นถึง 7.05 บาท สูงขึ้น 29% มียอดซื้อขาย 124 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 825 ล้านบาท

คำถามข้อที่ 6 การที่กรณ์ อธิบายว่า จะซื้อเฉพาะดาวเทียม โดยไม่ซื้อ บริษัท ไทยคม นั้นทำได้จริงหรือ เรื่องนี้เป็นการสร้างความสับสนและเข้าใจผิดและปั่นกระแสคลั่งชาติขึ้นมา

คำถามข้อที่ 7 ถ้าจะซื้อคืนดาวเทียม ได้เตรียมการบริหารจัดการอย่างไร เพราะพบว่าไม่มีการเตรียมการเรื่องนี้

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า สรุปแล้วเรื่องนี้มีวาระซ่อนเร้น มีคนใช้สถานะล่วงรู้ หรืออินไซเดอร์ หากำไรนับพันล้านจากการซื้อมาขายไป ลักษณะอย่างนี้ใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องถือว่ามีพฤติกรรมเป็นโจร เอาเงินจากคราบน้ำตาคนจน จึงเรียกร้องให้อภิสิทธิ์และกรณ์ ตอบคำถามทั้ง 7 ข้อดังกล่าว

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร