
วันนอร์หนุนแผนปรองดองแห่งชาติ
วันนอร์หนุนแผนปรองดองแห่งชาติ วอนทุกฝ่ายเลิกเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประเทศชาติ
วันนอร์หนุนแผนปรองดองแห่งชาติ วอนทุกฝ่ายเลิกเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประเทศชาติ
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวในระหว่างเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารเรียน อาคาร 16 และ ลานสร้างสรรค์ 100 ปี ที่โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง อ.เมือง จ.ยะลา เนื่องในโอกาสครบรอบ 101 ปี ว่าเห็นด้วยกับแผนปรองดองแห่งชาติ ของรัฐบาล เพราะการที่จะพัฒนาประเทศ หรือปฎิรูปอะไรก็ตาม ความสามัคคีก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาท ให้รู้รักสามัคคี ซึ่งหากคนไทยไม่นำมาปฎิบัติ จะสร้างอะไรขึ้นมาก็คงจะลำบาก
“แม้แต่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากมีความสามัคคี เกิดความปรองดอง ก็สามารถจะสร้างอะไรขึ้นมาได้ ปัญหาก็คือหากประชาชนทุกภาคส่วนขาดความปรองดองกัน ก็จะไม่เกิดการพัฒนาได้ แต่องค์ประกอบของความปรองดอง ก็มีองค์ประกอบที่สำคัญหลายประการ เช่น การให้อภัยซึ่งกันและกัน การคิดถึงประเทศชาติและสังคมมากกว่าส่วนตน และกลุ่มของตนเองก็น่าจะเป็นสิ่งสำคัญ บทเรียนที่ผ่านมาก็น่าจะให้บทเรียนกับทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาลและภาคประชาชน ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีความปรองดองสามัคคีกัน และลืมอดีตที่เลวร้ายไป กลับมาร่วมสร้างความดีงามและพัฒนาประเทศต่อไป” อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าว
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวอีกว่า ในเวลานี้ทุกภาคส่วนจะต้องมาคิดถึงเรื่องของชาติบ้านเมือง ที่จะต้องเดินหน้าให้บ้านเมืองเรามีความเข้มแข็งมั่นคงได้อย่างไร ถ้านึกเพียงเรื่องของตัวเอง กลุ่มของตัวเอง ไม่คิดถึงการสร้างความสามัคคี ที่เป็นเรื่องใหญ่กว่า ความสามัคคีก็ควรจะเริ่มมาจากความเป็นธรรม ให้อภัยซึ่งกันและกัน ที่เป็นไปตามหลักของศาสนาทุกศาสนาว่าความเป็นธรรมและการให้อภัย เป็นธรรมะของทุกศาสนา รวมทั้งในขณะนี้พี่น้องชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ถือเป็นหลักของศาสนาอิสลาม ที่ให้อยู่ร่วมกันในสังคม ให้อภัยกัน ให้ความเป็นธรรม ต้องจุนเจือซึ่งกันและกัน ไม่นำเรื่องความแตกต่างทางศาสนา สีผิว และภาษา มาเป็นปัญหา แต่อย่างไรก็ตามตนเองยังมีความเป็นห่วงในเรื่อง ถ้าทุกคนยังยึดถือประโยชน์ของตัวเองเป็นหลักมากกว่าชาติบ้านเมือง ก็จะทำเรื่องปรองดองไม่สำเร็จ







