
ประเด็นร้อน22 มิ.ย.
ประเด็นหลักร้อนและคงต้องถกเถียงกันอีกยาว คือ การเตรียมยืดระยะเวลาการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจะหมดอายุลงในวันที่ 7 ก.ค.นี้ออกไปอีก 2 เดือน กับข่าวการปั่นหุ้นดาวเทียมไทยคมด้วยการโหมข่าวรัฐบาลจะซื้อ
ประเด็นหลักร้อนและคงต้องถกเถียงกันอีกยาว คือ การเตรียมยืดระยะเวลาการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจะหมดอายุลงในวันที่ 7 ก.ค.นี้ออกไปอีก 2 เดือน กับข่าวการปั่นหุ้นดาวเทียมไทยคมด้วยการโหมข่าวรัฐบาลจะซื้อ
1.แรงกดดันทางการเมืองเพื่อให้ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปฏิกิริยาเร่งเร้าเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง โดยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ประกาศว่าจะเดินทางไปยื่นจดหมายเปิดผนึกให้กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึงทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 13.00 น. เพื่อขอให้ยกเลิกการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์ขณะนี้กลับสู่ภาวะปกติ การที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเพียงเพื่อประโยชน์ฝ่ายการเมืองในการปกปิดความผิดของตน และยังส่งผลกระทบถึงการลงทุนและการท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน ศอฉ.ยืนยันถึงความจำเป็นต้องมีกฎหมายฉบับนี้ในการดำเนินการเอาผิดกับผู้ต้องหาก่อการร้ายและนายทุนที่ให้การสนับสนุน
2.นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ตอบรับเข้าชี้แจงข้อมูลกรณีการซื้อหุ้นบริษัท ไทยคม จนทำให้ราคาหุ้นปรับสูงขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ก่อนหน้า ต่อคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)เข้าร่วมชี้แจงในครั้งนี้ด้วย ด้านนายพร้อมพงศ์ ประกาศว่าจะเดินทางเข้าร่วมฟังการชี้แจงของนายกรณ์ด้วยคน ปัญหาซื้อไม่ซื้อดาวเทียมไทยคมอีกเช่นกัน วันเดียวกันนี้นายกรัฐมนตรีจะเรียกนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีไอซีทีเข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาล
3.ฝ่ายความมั่นคงอยู่ไม่ติด ด้วยเกรงว่าจะมีสิ่งไม่คาดฝันในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ “เสธ.แดง” พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล เวลา 17.00 น. ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร ถึงขั้นต้องจัดเตรียมกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัยถึง 800 นาย พร้อมแจ้งเตือนการจราจรบริเวณเส้นทางโดยรอบวัด ไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงตั้งแต่ช่วงเวลา 14.00 น.
4.ไปที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ ตั้งแต่สถานการณ์ทางการเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ นายกรัฐมนตรีเร่งเข็นนโยบายทางเศรษฐกิจอย่างมากโดยเฉพาะประเด็นความเดือดร้อนของประชาชนในระดับล่างที่ถือเป็นมวลชนสำคัญที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองกับกลุ่มคนเสื้อแดง ครม.วันนี้มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ เริ่มจากปัญหาหนี้นอกระบบทางกระทรวงการคลังจะเสนอให้ ครม.อนุมัติสินเชื่อแก่ประชาชนที่เหลืออีก 23 แสนราย จากทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการมากกว่า 1 ล้านคน ล่าสุดประชาชนเข้าสู่ขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินไปแล้วกว่า 1.5 แสนราย
นอกจากนี้ สำหรับปัญหาหนี้สินของเกษตรกรนั้นทางรัฐบาลได้มีการทำข้อตกลงกับกองทุนฟื้นฟู โดยมี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน เบื้องต้นได้ข้อยุติ โดยจะเสนอแนวทางการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ซึ่งมีอยู่ 8 หมื่นล้านบาท โดยให้เกษตรกรผ่อนผันหนี้สินที่เป็นเงินต้น 50% โดยไม่คิดดอกเบี้ย ทั้งนี้จะเร่งปลดหนี้เกษตรกร 8 หมื่นคน จากเกษตรกรทั้งหมด 5.1 แสนคน เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ด้วย
5.ประเด็นที่ยังต้องติดตามในวันนี้ยังอยู่ที่การพิจารณาหาตัวผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.กทม. เขต 6 แทนนายทิวา เงินยวง ซึ่งเสียชีวิต งานนี้พรรคเพื่อไทยที่ยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้ายว่าจะส่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ที่อยู่ระหว่างการควบคุมตัวลงสมัครครั้งนี้หรือไม่
ขณะที่กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ นัดกันตอนบ่ายหารือว่าจะส่งใครดี ขณะที่เต็งจ๋าแว่วว่า มี2 คน ระหว่างนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ กับนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
6.ปิดท้ายด้วยเรื่องที่เคยร้อนแรง นมโรงเรียน วันนี้ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโคนมและผลิตภัณฑ์นม โดยจะมีการรายงานถึงผลการดำเนินโครงการนมโรงเรียนตามรูปแบบใหม่ที่ให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เป็นศูนย์กระจายนมดิบเพื่อป้องกันนมดิบล้นตลาด ซึ่งเป็นรูปแบบที่เพิ่งใช้ในปีการศึกษานี้เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมชั้น 4 สำนักตรวจราชการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.







