posttoday
นปช.-เพื่อไทยโต้ท่อน้ำเลี้ยง

นปช.-เพื่อไทยโต้ท่อน้ำเลี้ยง

18 มิถุนายน 2553

หลังศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้ตรวจสอบธุรกรรมการเงิน 83 ราย ซึ่งต้องสงสัยว่ามีส่วนสนับสนุนการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ปรากฏว่าตลอดวันที่ 17 มิ.ย. บุคคลผู้มีชื่ออยู่ในข่ายต้องสงสัยต่างได้ออกมาชี้แจงดังนี้

นายปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย เป็น 1 ใน 83 คน ที่ถูก ศอฉ.สั่งระงับการทำธุรกรรมการเงิน กล่าวปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเบิกเงินสดหรือถอนเงินแม้แต่บาทเดียว และไม่เคยกดเอทีเอ็มเลยในชีวิต ช่วง 45 ปี ก็ไม่เคยเขียนเช็ค ในส่วนของพรรคก็ไม่เคยเซ็นเช็คตั้งแต่เป็นผู้อำนวยการพรรคมา การที่ ศอฉ.สั่งระงับธุรกรรมทางการเงินของตนเอง และนายสาโรจน์ หงษ์ชูเวช รองผู้อำนวยการพรรคนั้น ทำให้พรรคไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆ ได้ไม่ว่าการเช่ารถ หรือพิมพ์กระดาษ

“ถ้าครั้งนี้ยังมาล็อกผมอยู่ใน 83 รายชื่อห้ามทำธุรกรรมการเงินนั้นถือว่าชุ่ยสุดๆ เพราะยืนยันว่าไม่เคยเบิกเงินแม้แต่บาทเดียวในช่วงที่ผ่านมา ถ้ามีชื่อผมเมื่อไรก็ต้องด่าแม่กันแน่ ส่วนคนอื่นใครจะเบิกเงินอย่างไรนั้น เป็นเรื่องของคนนั้นๆ ไม่ขอรับประกัน” นายปลอดประสพ กล่าว

อย่างไรก็ตาม กรณีนี้เป็นการกลั่นแกล้งอย่างเห็นได้ชัดเพื่อโยงไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทย ซึ่งพรรคไม่ได้ผิดอะไร

นางศรีวิไล มุสิกพงศ์ ภรรยานายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ได้พูดคุยกับนายวีระเรื่องจำนวนเงิน 10 ล้านบาท ที่ ศอฉ.ตรวจพบนั้น นายวีระรู้สึกแปลกใจว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกโอนเข้าบัญชีมาได้อย่างไร จึงสั่งให้ตนเองไปตรวจสอบบัญชีว่าเป็นบัญชีใด ของธนาคารใด พร้อมกันนี้นายวีระยังได้พูดติดตลกว่าหากในบัญชีมีเงินจำนวนดังกล่าวจริง จะให้ตนเองไปเบิกออกมาใช้ทันที

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีเงินไหลเวียนเป็นยอดเงินประมาณ 165 ล้านบาท กล่าวว่าศอฉ.อยากตรวจสอบก็ตรวจสอบไป เพราะสามารถชี้แจงที่มาที่ไปได้อยู่แล้วว่าการหมุนเวียนกระแสเงินและเส้นทางการเงินต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องการทำธุรกิจ และได้แสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.แล้ว

“เงินหมุนเวียนหลายสิบล้านบาทเป็นเรื่องการเบิกจ่ายตามปกติของคนที่ทำธุรกิจ มีบริษัท มีครอบครัว ลูกน้องที่ต้องดูแล ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคนเสื้อแดง เพราะก่อนเลือกตั้งปี 2544 ตอนยังไม่ได้เป็น สส. มีการเบิกเงิน ใช้เงินมากกว่านี้อีกหลายเท่า และตอนนั้นเสื้อแดงก็ยังไม่มี แล้วจะมาเหมารวมว่าเอาเงินไปให้คนเสื้อแดงได้อย่างไร” นายวิชาญ กล่าว

พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นบุคคลที่มีข่าวว่าเป็นผู้รับผิดชอบดูแลการ์ด นปช.ทั้งหมด และมีเงินไหลเวียนประมาณ 60 ล้านบาท กล่าวว่า ขณะนี้กำลังให้คนใกล้ชิดไปตรวจสอบบัญชีเงินฝากทั้งหมดอยู่ แต่ยืนยันว่ารายรับรายจ่ายที่เข้ามาแต่ละเดือนหลักๆ มีเงินหมุนเวียนไม่มาก เช่น เงินบำนาญตำรวจเดือนละ 5 หมื่นบาท และรายได้ส่วนตัวอื่นๆ แต่ไม่ถึงกับมากเป็นหลายสิบล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ได้ร่วมกับพรรคพวกเคยร่วมหุ้นกัน โดยมีการระดมเงินตั้งเป็นกองทุนแล้วเล่นหุ้นโดยใช้ชื่อเป็นพอร์ตซื้อหุ้นเป็นจำนวนเงินหลายสิบล้านบาท เพราะเล่นหนัก เคยได้มากที่สุดเกือบ 20 ล้านบาท บางทีก็ 10 ล้านบาท แต่ช่วงหลังขาดทุนเข้าเนื้อ พรรคพวกก็เลยแยกย้ายกันทางใครทางมัน จากนั้นก็ไม่เคยมีเงินเข้าออกเป็นสิบๆ ล้าน ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ศอฉ.เอาข้อมูลส่วนไหนมา ช่วงแรกคิดว่าชื่อจะหลุดแล้ว แต่ก็ไม่หลุด

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร