
จัดฉาก "ยัดยา" ขอแต่งงาน...ต้องถูกสอบวินัย?
การ “จัดฉากยัดยา”เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่รัฐสามารถกระทำได้โดยง่ายใช่หรือไม่
โดย....วีรทัศน์ อิงคภัทรางกูร
ข่าวการขอแต่งงานของ “เจ้าหน้าที่รัฐ” ที่ต้องการเซอร์ไพรส์คนรักด้วยการนำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษด้านปราบปรามยาเสพติด บุกเจ้าควบคุมตัวเจ้าสาวฐาน “พัวพันยาเสพติด” หากมองผิวเผินอาจเป็นเรื่องตลกโปกฮา สนุกสนานเร้าใจ
แต่เอาเข้าจริงแล้ว พฤติกรรมแผลงๆ เช่นนี้ สะท้อนความเป็นจริงในสังคมไทยได้อย่างดีเยี่ยม
มีคำถามเกิดขึ้นมากมายภายหลังข่าวนี้ถูกเผยแพร่ผ่านสังคมออนไลน์ แต่ที่ถามซ้ำๆ ย้ำๆ กันมากที่สุดคือ การ “จัดฉากยัดยา”เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่รัฐสามารถกระทำได้โดยง่ายใช่หรือไม่
หรือแม้แต่หากมีเหตุให้ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงมีอันต้องยุติลง วิธีเดียวกันนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อให้อีกฝ่ายออกไปจากชีวิตหรือไม่
รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ผู้ติดตามการทำงานของแวดวงตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง บอกว่า แม้สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์เล่นสนุก แต่ทั้งหมดนั่นคือการประพฤติโดยมิชอบ แสดงถึงการใช้อำนาจเพื่อการอวดเบ่ง และสมควรถูกลงโทษทางวินัย
“เขามีอาชีพเป็นข้าราชการ ถือเป็นบุคคลสาธารณะที่ดำรงชีพจากภาษี การใช้อำนาจจากกฎหมายที่มีอยู่ไปทำให้ผู้คนหวาดกลัวตกใจ เป็นเรื่องที่ผิดจริยธรรมและคุณธรรมของข้าราชการ การใช้รถหลวง การนำเอาอำนาจหลวงมาเล่น แสดงให้เห็นถึงการขาดความสำนึกรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง”อาจารย์สังศิต กล่าวชัด
นักวิชาการรายนี้ บอกว่า จำเป็นที่จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างจริงจัง เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานของข้าราชการที่ชอบใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกไม่ควร เพราะหากไม่มีการลงโทษใดๆ เป็นกรณีตัวอย่าง แล้วก็จะเกิดการทำอะไรที่พิเรนทร์กับประชาชนเช่นนี้อีก
“เหตุการณ์ที่ตำรวจวิสามัญคนร้าย ยัดเยียดยาเสพติดก็มีให้เห็นจำนวนมาก แต่ยังกลับเอาเรื่องคอขาดบาดตายเช่นนี้มาเล่นตลก ถ้าคิดจะเล่นแบบนี้ก็สมควรออกจากข้าราชการไปเป็นตลกซะ”สปช.ด้านสังคม ระบุ
อย่างไรก็ดี ในทางกลับกัน พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ให้ความเห็นว่าเรื่องทั้งหมดขึ้นอยู่กับเจตนา ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องของความรักและการขอแต่งงานนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ส่วนประเด็นเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐ หากไม่ได้อยู่ในชุดเครื่องแบบก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดกฎระเบียบอะไร
“เชื่อว่าหากเป็นเจตนาในเรื่องของการแสดงความรัก และไม่ได้เป็นไปเพื่อสร้างความเดือดร้อนให้ใคร หลายๆ คนน่าจะมองเป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน”พล.ต.ต.สมพงษ์ ยืนยัน
นายตำรวจรายนี้ อธิบายว่า การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปขอตรวจค้นใครนั้นถือว่าอยู่ในอำนาจ แต่ก็ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าไปค้นใครก็ได้ จะต้องมีการสืบสวนมาก่อน ซึ่งหากเรียกตรวจก็จะต้องมีการแสดงตนอย่างชัดเจนเพื่อให้รับรู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ หากไม่ได้อยู่ในเครื่องแบบก็จะต้องแสดงบัตรประจำตัว ประกอบกับต้องมีเหตุผลในการเรียกตรวจด้วย
“เรื่องนี้ก็ไม่น่ามีปัญหาเพราะเป็นการขอแต่งงาน และไม่มีใครเกิดความเสียหาย”พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวย้ำ
ในมุมมองของ จะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เห็นว่า การเซอร์ไพรส์แบบที่ไม่ทำให้เกิดการตกใจก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือวิธีการเซอร์ไพรส์ในแบบที่ทำให้เกิดการตกใจ หรืออยู่ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ เพราะแทนที่จะเป็นเรื่องน่ายินดีอาจกลับกลายเป็นตรงกันข้าม ถ้าหากฝ่ายหญิงเข้าใจผิดว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย หากเขามากับเพื่อน หากเขามีอาวุธอยู่ด้วย อาจจะเกิดการตอบโต้ และกลายเป็นเหตุการณ์รุนแรงขึ้นมาในท้ายที่สุด
“บางครั้งการแสดงความรักอาจจะไม่ต้องใช้วิธีการแบบนี้ก็ได้ การขอแต่งงานมันไม่ได้พิสูจน์กันที่การเซอร์ไพรส์ว่าจะต้องแปลกเพื่อให้เขาประทับใจ คู่ที่จะอยู่กันอย่างยั่งยืนมันพิสูจน์กันที่ความเข้าใจความเห็นอกเห็นใจกัน การฝ่าฟันปัญหา การเผชิญหน้ากับความยากลำบากมาด้วยกัน สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่จะทำให้ความรักนั้นยืนยาว”จะเด็จ ระบุ







