
คสช. ขันนอตขรก.
เริ่มกระบวนการ “ขันนอต” กันครั้งใหญ่หลังมรสุมรุมเร้าจนรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกอาการซวนเซหลังก้าวสู่เดือนที่ 8 หลังรัฐประหาร
เริ่มกระบวนการ “ขันนอต” กันครั้งใหญ่หลังมรสุมรุมเร้าจนรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกอาการซวนเซหลังก้าวสู่เดือนที่ 8 หลังรัฐประหาร
ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศา สตร์ของ คสช. เพื่อเร่งรัดขับเคลื่อนการดำเนินการของส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ ให้บูรณาการสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ คสช. 9 ด้าน
รอบนี้ดูจะเอาจริงเอาจังกว่าทุกครั้งถึงขั้นวางตัว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองหัวหน้า คสช. มานั่งเป็นประธานบัญชาการด้วยตัวอง
ต้องยอมรับว่าตั้งแต่ถ่างขามานั่งควบเก้าอี้นายกฯ “ผลงาน” ภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ดูจะยังไม่เข้าตาประชาชน ส่งผลให้คะแนนนิยมลดน้อยถอยลงทุกวัน
หากปล่อยให้สถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป นอกจากจะเป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแล้ว ยังจะกระทบต่อไปถึงกระบวนการปฏิรูป และการร่างรัฐธรรมนูญ
ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะมาจากเหตุผลสถานการณ์ไม่ปกติและได้รับผลพวงมาจากความขัดแย้งที่ลากยาวมานานนับปีในช่วงที่ผ่านมา เรื่อยมาจนถึงประสบการณ์การบริหารราชการ ไล่มาตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ ตลอดจน “รัฐมนตรี” ที่จำนวนไม่น้อยมาจากคนในกองทัพที่ไม่เคยผ่านงานด้านการบริหารราชการในภาพใหญ่มาก่อน การต้องมารับหน้าที่ขับเคลื่อนกลไกบริหารในกระทรวงต่างๆ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งในสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ
กลไกข้าราชการบางส่วนยังใส่ “เกียร์ว่าง” เมื่อรู้ว่ารัฐบาลชุดนี้มีระยะวลาตามโรดแมปอีกแค่ปีกว่า และไม่มีหลักประกันใดๆ ว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะเข้ามาสานงานต่อไปจนจบกระบวนการ
คณะกรรมการขันนอตชุดนี้จึงถือเป็นกุญแจสำคัญเข้าไปประสานฟันเฟืองให้กลับมาทำงานได้ตามปกติ พร้อมทั้งเพิ่มความคล่องตัวลดอุปสรรคตามกลไกปกติ
ส่องดูรายชื่อคณะกรรมการชุดนี้แต่ละคนล้วนไม่ธรรมดา อาทิ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผบ.สส. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.ถาวร มณีพฤกษ์ อำพน กิตติอำพน อาคม เติมพิทยาไพสิฐ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์
ประเมินแล้วปัญหาใหญ่ที่สุดเวลานี้หนีไม่พ้นเรื่อง “เศรษฐกิจ” ถึงขั้นวิเคราะห์กันว่าอาจเป็น “จุดสลบ” ที่ทำให้รัฐบาลต้องสะดุดขาตัวเองก่อนจะถึงเป้าหมายการปฏิรูป
จากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ลากยาวส่งผลต่อการค้า การลงทุน การส่งออก การท่องเที่ยว ความเชื่อมั่น จนก่อนหน้านี้ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ออกมาแสดงความเป็นห่วงอาจเกิดภาวะ “เศรษฐกิจชะงักงัน” แม้ก่อนหน้านี้ ครม.ได้จัดแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจมาเป็นระยะ แต่แนวโน้มกลับยังไม่ดีขึ้น
สุดท้ายนำมาสู่การเชิญภาคเอกชนเข้าร่วมหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะรัฐมนตรี เพื่อหาทางออกร่วมกัน เมื่อประเมินแล้วเศรษฐกิจท่ี่ชะลอตัวส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจโลก โดยฝากให้รัฐบาลเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและผลักดันนโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลประกาศแล้วให้ออกมาเป็นรูปธรรม
อีกเรื่องที่ถือเป็น “งานหิน” ของ คสช. คือ ภารกิจปฏิรูปและร่างรัฐธรรมนูญที่เต็มไปด้วยปมประเด็นความขัดแย้ง ซึ่งรอการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเลือกทางใดทางหนึ่งล้วนแต่ย่อมต้องมีผู้ไม่เห็นด้วยที่อาจจะบานปลายไปเป็นความขัดแย้ง การประสานงานให้กลไกต่างๆ เดินหน้าไปได้ด้วยกันจึงถือเป็นเรื่องจำเป็น
ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมประชุมแม่น้ำทั้ง 5 สาย รอบสองวันที่ 15 ม.ค.นี้ เพื่อร่วมกันหารือถึงการผลักดันภารกิจตามโรดแมป คสช.ให้เดินหน้าไปตามกรอบเวลา ซึ่งว่ากันว่านี่จะเป็นการปรับจูนการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และช่วยกันหาทางสกัดอุปสรรคที่มีอยู่
คู่ขนานไปกับการเร่งประชาสัมพันธ์ รายงานความคืบหน้าการดำเนินการต่างๆ ให้ประชาชนได้รับรู้รายละเอียดว่าแต่ละกลไกทำอะไรไปแล้วบ้าง ที่ถือเป็นอีกจุดอ่อนสำคัญในช่วงเวลาที่ผ่านมา
การขันนอตเวลานี้จึงถือเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อทำให้ทุกอย่างเดินไปสู่เป้าหมาย







