
โปรยทานหรือกิเลส
ผ่านไปแล้วนะครับกับงานโปรยทานของวัดราชบูรณะ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก
ผ่านไปแล้วนะครับกับงานโปรยทานของวัดราชบูรณะ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยหนึ่งในวัตถุทานที่ใช้ในการโปรยครั้งนี้ก็ดั่งที่รู้กันก่อนหน้า คือ โทรศัพท์ไอโฟน 6 พลัส ประมาณ 5 เครื่อง
ซึ่งโทรศัพท์ไอโฟน 6 พลัส ถือเป็นวัตถุทานที่ยั่วต่อมตัณหา (ความอยากได้) ของชาวบ้านได้อยู่แล้ว ใครล่ะที่ไม่อยากได้ของฟรีราคาแพง แม้คนที่ใช้ไม่เป็นอย่างคนเฒ่าคนแก่บางคนยังอยากได้เลย อย่างน้อยได้มาใช้ไม่เป็นก็ให้ลูกให้หลานใช้ ผมเองก็อยากได้
ถึงงานจะผ่านไปแล้วและไม่มีประชาชนเบียดเสียดเหยียบกันได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากทางวัดและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่มาช่วยดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยภายในงานร้อยกว่านายไม่อนุญาตให้มีการโปรย
เพราะหวั่นเกรงว่าผู้คนที่มารอแน่นภายในบริเวณวัดจะเหยียบกันถึงบาดเจ็บและอาจจะถึงแก่ชีวิตได้ จึงขอให้ทางวัดเปลี่ยนจากการโปรยเป็นใช้วิธีแจกเหรียญโปรยทาน และไอโฟน 6 ที่ทางวัดได้เขียนคำว่าไอโฟนใส่สลากปนไปกับเหรียญโปรยทานที่ผู้โชคดีจะมารับไอโฟนกับทางวัดในภายหลังแทน
ถือว่าเป็นวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์อย่างยิ่ง เนื่องจากคนที่มาในงานวันนั้นแน่นวัดแทบไม่มีที่ว่างให้เดิน โดยเฉพาะตรงบริเวณที่เตรียมโปรยทาน ถ้ามีการโปรยเกิดขึ้นเป็นต้องมีใครได้รับบาดเจ็บหัวแตกหัวโน หรืออาจถึงขั้นอาการสาหัส ดีไม่ดีอาจถึงตายได้ใครจะไปรู้
ซึ่งถ้าเกิดมีคนบาดเจ็บสาหัส หรือถึงตายกลายเป็นโศกนาฏกรรมสะเทือนใจขึ้นมาละก็ ยังไงผู้คนก็ต้องรุมประณามพากันวิพากษ์วิจารณ์ทางวัดในทางเสียหาย โดยเฉพาะเจ้าอาวาสและกรรมการวัดโดนเต็มๆ
เดชะที่ไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น ซึ่งต้องยกเครดิตให้ตำรวจและทหารที่มาช่วยกันดูแลความเรียบร้อยในงานวันนั้นที่เห็นท่าไม่ดีเพราะคนมหาศาล ถ้าโปรยเป็นเรื่องแน่นอน
กระนั้น แม้จะมีคนโชคดีได้รับไอโฟน 6 พลัสกลับบ้านสมปรารถนา หลายคนได้เงินเป็นแบงก์พัน แบงก์ห้าร้อย แบงก์ร้อย แต่ก็มีบางคนได้เหรียญ 5 เหรียญ 10 ซึ่งก็เป็นเรื่องของโชคของดวง
แต่ก็มีคนหนึ่งนอกจากจะมีโชคอันแสนน้อยนิดในการโปรยทานในครั้งนี้ที่มีการใช้เงิน (ทั้งเหรียญ 5 เหรียญ 10 และธนบัตรทุกราคา) รวมแล้วมากถึง 1.5 แสนบาท (ตามข่าว) ยังโชคร้ายสุดๆ
เมื่อได้ถูกมิจฉาชีพกรีดกระเป๋า
ทั้งเงินสดพันกว่าบาท โทรศัพท์ 2 เครื่อง บัตรเอทีเอ็ม และเอกสารสำคัญถูกฉกไปโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ตนได้เงินโปรยทานมาแค่ 5 บาท...ชีช้ำจริงๆ
จริงๆ แล้วการโปรยทานในความเห็นส่วนตัว ถ้าวัดใดคิดจะทำ ต้องพิจารณาให้ดีถึงความเหมาะควรต่างๆ รวมถึงรูปวิธีการ เช่น อาจไม่ใช้การโปรย แต่เปลี่ยนแจกให้เป็นระบบระเบียบ
อีกอย่างวัดทำอะไรเกินงามก็ไม่ดี อย่างการแจกไอโฟน แจกเงินแสน ระวังจะเป็นการสร้างค่านิยมผิดๆ ผิดวิสัยที่พระจะทำเช่นนี้ เช่น ต่อไปอาจจะมีวัดอื่นเอาอย่างบ้าง ท่านทำได้ ผมจะทำให้ยิ่งกว่าท่าน
และต่อไปอาจจะไม่ใช่แค่โทรศัพท์ ไม่แน่อาจเป็นทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ รถจักรยานยนต์ หรือรถยนต์ใครจะไปรู้ เมื่อนั้นก็กลายเป็นว่า พระไปส่งเสริมวัตถุ ไปส่งเสริมกิเลสชาวบ้านให้ฟูขึ้นๆ
แทนที่จะเน้นการพัฒนาทางด้านจิตใจ พัฒนาปัญญาของชาวบ้าน หรือถ้าจะช่วยชาวบ้านที่เป็นสิ่งของก็ควรให้ของใช้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของเขา เช่น อาหาร เครื่องห่ม ยารักษาโรค จะเหมาะสมกว่า
อย่างไรก็ตาม การโปรยทานนั้นวัดส่วนใหญ่ไม่นิยมทำเพราะเกรงจะเกิดความวุ่นวายขึ้นในวัด โดยเฉพาะถ้าของที่นำมาโปรยทานนั้นเป็นสิ่งล่อตาล่อใจให้คนอยากได้มากๆ เช่น ของราคาแพง หรือจำนวนเงินที่สูง เช่น เป็นแสนเป็นล้าน
ถ้ามีวัดไหนทำส่วนใหญ่จะทำในลักษณะของการแจกทานมากกว่า เช่น วัดพระพิเรนทร์ สี่แยกวรจักร มีการแจกทานให้คนยากไร้เกือบทุกปี ของที่นำมาแจกก็เป็นข้าวสาร อาหารกระป๋อง และมีการแจกอย่างเป็นระบบระเบียบ
การโปรยทานเป็นการสอนคนให้รู้จักการเสียสละ รู้จักการแบ่งปันโดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าการโปรยทานเพื่อคืนความสุขเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ดูไม่ยั่งยืนนะผมว่า
มันเหมือนว่าพระเอาวัตถุไปล่อชาวบ้านมากกว่า ซึ่งมันไม่ใช่!







