
กรอ.ตามจี้รัฐแก้มาบตาพุดลดภาษีฟื้นศก.
โพสต์ทูเดย์
— กรอ. ตามติดความคืบหน้าข้อเสนอมาตรการภาษีเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ปัญหามาบตาพุด และโครงการอีโค อินดัสเตรียล ทาวน์นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันที่ 14 มิ.ย. 2553 จะติดตามความคืบหน้าข้อเสนอมาตรการภาษีที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เสนอให้ภาครัฐปรับลดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชน
นอกจากนี้ จะติดตามความคืบหน้าการฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อบังคับให้รัฐต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 รวมทั้งติดตามความคืบหน้าการกำหนดแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน (อีโค อินดัสเตรียล ทาวน์) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นผู้จัดทำรายละเอียดเพื่อมาเสนอต่อที่ประชุม
นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า ส.อ.ท.ภาคเอกชนสนับสนุนให้มีการจัดตั้งอีโค อินดัสเตรียล ทาวน์ โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งขึ้นมาใหม่สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ได้สะดวก ส่วนนิคมอุตสาหกรรมที่มีอยู่แล้วก็ต้องมาหาทางให้มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น และเห็นว่าการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรมควรร่วมกันดำเนินการทุกฝ่าย โดยตั้งคณะกรรมการร่วม 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และนักวิชาการ
แหล่งข่าวจาก กกร. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กรอ.ได้มอบหมายให้ กกร.ไปจัดลำดับความสำคัญของข้อเสนอมาตรการภาษี ซึ่งภาคเอกชนได้จัดกลุ่มความสำคัญของข้อเสนอด้านภาษีไว้ 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่มีความสำคัญมากและจำเป็นต้องมีการผลักดันอย่างต่อเนื่อง
สำหรับมาตรการระยะยาวควรปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงเหลือ 28 % ในปี 2552 และลดภาษีลงเหลือ 25 % ในปี 2553 รวมทั้งขยายช่วงเงินได้สำหรับการเสียภาษีของบุคลธรรมดาเพื่อลดภาระภาษีของผู้มีเงินได้น้อยและลูกจ้างที่มีฐานะปานกลาง และยกเว้นภาษีการให้สิทธิการซื้อหุ้นและการให้หุ้นสวัสดิการกับพนักงาน
2.กลุ่มที่ต้องติดตามและผลักดันมีมาตรการระยะสั้นที่ต้องการให้มีการลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับกำไรจากการขายสินทรัพย์เป็นทุนเหลือ 10 % สำหรับเงินได้ที่เกิดขึ้นในปี 25522553
3.กลุ่มที่ไม่ผลักดันต่อเพราะเห็นด้วยกับกระทรวงการคลังและสภาวะเศรษฐกิจได้ฟื้นตัวแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาภาคเอกชนเสนอมาตรการระยะสั้นให้ลดภาษีโรงเรือนและที่ดิน และขยายการนำผลขาดทุนสะสมทางภาษีมาใช้ประโยชน์เพื่อคำนวณภาษีของกิจการได้นานขึ้นจาก 5 ปี เป็น 10 ปี สำหรับผลการขาดทุนที่เกิดขึ้นในปี 25512553 ส่วนมาตรการระยะยาวเสนอให้ลดภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สำหรับรายได้ประเภทเงินปันผลลงเหลือ 5 % และจากและดอกเบี้ยลงเหลือ 10 %







