
ยุโรปถดถอย
เป็นความวิตกกังวลรอบใหม่ ที่ไม่เล็กไปกว่าการถดถอยในสหรัฐเมื่อ 2 ปีก่อนแต่อย่างใด สำหรับวิกฤตปัญหาในยุโรป ซึ่งว่ากันตามจริงก็เป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ทำให้โลกถดถอยกันต่อเนื่อง โดยเฉพาะยุโรปที่ได้รับผลกระทบมาจากฝั่งสหรัฐอย่างรุนแรง จนทำให้รัฐบาลแต่ละประเทศต้องอัดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจกันรุนแรง จนประสบกับภาวะการขาดดุลงบประมาณ กลายเป็นวิกฤตรอบใหม่ล่าสุด
ยุโรปจะประสบกับภาวะถดถอย? คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย แต่มีความเป็นไปได้ที่สูงมากด้วย แม้ว่าหลายประเทศในยุโรปจะพยายามเร่งเครื่องแก้ปัญหาหนี้นี้อย่างเต็มสูบ
ประการแรก ดังที่รู้กันดีว่ารัฐบาลทั่วยุโรปกำลังใช้มาตรการแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณอย่างเอาเป็นเอาตาย ซึ่งจะกระทบกับการใช้จ่ายจากภาครัฐที่จะลดลงอย่างต่อเนื่องไปอีกไม่ต่ำกว่า 12 ปี
ประการที่ 2 ปัญหาหนี้ของรัฐบาลที่กำลังส่งผลกระทบต่อค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ผู้บริโภคยุโรปมีกำลังซื้อลดลง และแน่นอนว่าจากการที่รัฐบาลในหลายประเทศพยายามตัดลดค่าใช้จ่ายนโยบายเพื่อสาธารณะ ประกอบกับการขึ้นภาษีในหลายประเทศ จะเป็นการตัดทอนกำลังการใช้จ่ายของผู้บริโภคไปในตัว
ประการสุดท้าย เป็นปัญหาที่คาดว่าน่าจะใหญ่ไม่น้อย เมื่อจะเกิดการระดมทุนแข่งกันระหว่างรัฐบาลและธนาคารพาณิชย์ในตลาดอนุพันธ์ ซึ่งแน่นอนว่าจะมีการระดมทุนผ่านการขายพันธบัตรรัฐบาลของชาติยุโรปออกมาจำนวนมาก เพราะแต่ละชาติต่างก็ต้องการเงินมหาศาลเพื่อสร้างสมดุลในบัญชีงบดุล และเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งในขณะเดียวกัน การระดมทุนผ่านพันธบัตรจากภาครัฐนั้นก็จะส่งผลกระทบต่อการระดมทุนจากธนาคารพาณิชย์ในยุโรป ที่ต้องการระดมทุนผ่านการออกตราสารเช่นเดียวกัน เท่ากับว่า ภาครัฐและภาคธนาคารจะกลายมาเป็นคู่แข่งในการระดมทุนกันโดยปริยาย
ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) บอกว่า ปัญหานี้จะเห็นชัดเจนในราวปี 2555 หรืออีกราว 2 ปีข้างหน้านี้ เนื่องจากจะเป็นปีที่ตราสารธนาคารพาณิชย์ในยุโรปจะครบกำหนดชำระคืนมูลค่ารวมกันถึง 8 แสนล้านยูโร ซึ่งธนาคารพาณิชย์เหล่านี้จะต้องต่ออายุตราสารและพันธบัตรเหล่านั้นต่อไป เมื่อนั้นการแข่งขันกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในตลาดพันธบัตรก็จะรุนแรงมากขึ้นครับ
และหากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น การระดมทุนของภาคธนาคารพาณิชย์ในยุโรปกลายเป็นอัมพาต ก็จะย่อมส่งผลให้การปล่อยกู้ของธนาคารชะลอตัวเองหรือชะงักไปในทันที
เมื่อนั้นกิจกรรมความเคลื่อนไหวทางธุรกิจในยุโรปก็จะชะงักลงตามไปด้วย เศรษฐกิจยุโรปเสี่ยงที่จะประสบกับภาวะชะลอตัวลงทันที
วิกฤตนี้ยาวครับ..!







