
เล็ง3จ.ยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ได้จัดประชุมกระทรวงมหาดไทยผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ด้วยการย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดทุกพื้นที่ดูแลความปลอดภัยสถานที่ราชการ หลังกลุ่มคนเสื้อแดงยุติการชุมนุม
ทั้งนี้ มีข้อเสนอจาก 3 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม ชลบุรี และปทุมธานี ต้องการให้พิจารณายกเลิก พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินด้วย
นายมานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ทั้งสามจังหวัดให้เหตุผลว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ไว้ได้แล้ว ดังนั้นก็จะเสนอเรื่องให้ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) พิจารณาต่อไป
นอกจากนี้ ยังให้ทุกจังหวัดเตรียมแผนกวาดล้างอาวุธสงคราม หลังจากที่กระทรวงมหาดไทยจะผ่อนผันด้วยการออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมผู้ที่ครอบครองอาวุธปืนของทางราชการ ซึ่งสูญหายไปในช่วงชุมนุมคนเสื้อแดง
วันเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ได้เดินทางมายังศาลอาญา เพื่อร่วมฟังการสืบพยานในคดีดักฟังทางโทรศัพท์ ซึ่งการเดินทางมาของนายณัฐวุฒิครั้งนี้ ได้มีกำลังตำรวจคอมมานโดจำนวน 1 กองร้อย ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง
อย่างไรก็ตาม คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2550 นายณัฐวุฒิ นายจตุพร และนายจักรภพ เพ็ญแข ตกเป็นจำเลยคดีร่วมกันนำข้อความถ้อยคำสนทนาที่มีการติดต่อกันทางโทรศัพท์ อันเป็นการสื่อสารโทรคมนาคม
พล.ต.ต.พีรพันธุ์ เปรมภูติ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ติดต่อสนทนากับนายวิรัช ชินวินิจกุล อดีตเลขานุการศาลฎีกา นายไพโรจน์ นวานุช ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ประจำสำนักประธานศาลฎีกา ไปเปิดบนเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง
ขณะที่นายจตุพร กล่าวระหว่างเดินทางมาถึงศาลอาญา ถึงการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ว่า มีความเป็นสองมาตรฐาน
ทั้งนี้ นายจักรภพ ซึ่งหลบหนีในระหว่างการพิจารณาคดี ศาลจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะนายจักรภพออกไปก่อน







