
พท.นำญาติผู้เสียชีวิต19พ.ค.แจ้งกองปราบฯหาคนร้าย
โฆษกพรรคเพื่อไทย นำญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุจลาจลที่วัดปทุม แจ้งความกองปราบจับนายก-สุเทพ-ผบ.ทบ.
โฆษกพรรคเพื่อไทย นำญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุจลาจลที่วัดปทุม แจ้งความกองปราบจับนายก-สุเทพ-ผบ.ทบ.
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 3 มิถุนายน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พาญาติผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บซึ่งถูกยิงที่บริเวณวัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ประกอบด้วย นางพะเยาว์ อัคฮาด อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145/226 หมู่บ้านพูนสิน 1 ถนนราษฎร์พัฒนา แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม.นายณรงค์ศักดิ์ สิงห์แม อายุ 49 ปี และนายศักดิ์นรินทร์ สิงห์แม อายุ 20 ปี สองพ่อลูก อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 2 ถนนสุขุมวิท ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป.เพื่อขอให้ช่วยสืบสวนติดตามดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด โดยนำภาพถ่ายผู้เสียชีวิตประกอบหนังสือร้องทุกข์ และวัตถุพยานต่างๆ อาทิ เสื้อและชุดอาสาพยาบาลของผู้เสียชีวิต กระเป๋าที่มีร่องรอยถูกกระสุนปืน มามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ทางญาติของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไว้วางใจให้ตนช่วยพามาแจ้งความที่ บก.ป.เพื่อขอให้ตำรวจช่วยสืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดและดำเนินคดีจนถึงที่สุด ซึ่งในส่วนของผู้บาดเจ็บก็พร้อมจะให้ปากคำในฐานะพยานอีกด้วย สำหรับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม สืบเนื่องจากกำลังทหารได้ใช้อาวุธสงครามเข้าสลายการชุมนุม กระทั่งช่วงบ่ายวันเดียวกัน แกนนำ นปช.จึงประกาศยุติการชุมนุมเพื่อลดความสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บของผู้ร่วมชุมนุม จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมนับพันคนซึ่งมีทั้งเด็ก สตรี และคนชรา ได้หลบเข้าไปอาศัยอยู่ที่วัดปทุมวนาราม ซึ่งบริเวณดังกล่าวยังเป็นจุดปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยกู้ชีพและแพทย์อาสา อีกด้วย ก็ไม่คิดว่าจะมีกำลังทหารส่วนหนึ่งขึ้นไปบนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส แล้วใช้อาวุธสงครามยิงใส่เต๊นท์ของเจ้าหน้าที่แพทย์อาสา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 6 ราย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า การกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุทั้งที่บริเวณวัดเป็นเขตอภัยทานและเป็นเขตที่มีข้อตกลงในเรื่องความปลอดภัย ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง รวมถึงขัดต่อหลักศาสนาที่มีการฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์เหมือนเป็นการกระทำที่ไม่ใช่คนที่นับถือพุทธศาสนา ตนจึงได้พาญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษให้ บก.ป.เพื่อขอให้สอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด รวมทั้งดำเนินการกับผู้สั่งการ คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และ พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ที่สั่งการ หรือเป็นตัวการในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 , 289 มาตรา 83 และ 84 ส่วนเหตุผลที่ญาติเหยื่อไม่ต้องการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการเพราะต้องการให้เป็นคดีที่มีการไต่สวนตามกระบวนการยุติธรรม และทาง บก.ป.มีอำนาจครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศน่าจะให้ความเป็นธรรมได้มากกว่าที่ ดีเอสไอ
ขณะที่ นางพะเยาว์ มารดาของ น.ส.กมลเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี อาสาพยาบาล ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดเผยว่า บุตรสาวตนได้ขออนุญาตไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่เข้าร่วมการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ตั้งแต่ช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งตนเห็นว่าบุตรสาวก็ทำหน้าที่อาสาพยาบาลมานานตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนมัธยม และคิดว่าคงไม่มีอันตรายใดๆ จึงอนุญาตให้ไป ที่ผ่านมาตนก็จะโทรศัพท์คุยกับบุตรสาวอยู่ตลอด กระทั่งช่วงที่เริ่มมีการตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ทำให้ตนก็รู้สึกเป็นห่วง แต่ช่วงที่ยังติดต่อกันได้นั้นทราบว่าบุตรสาวปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณวัดปทุมวนาราม ซึ่งตนก็ตักเตือนให้บุตรสาวระมัดระวังอันตราย และขอให้พยายามหลบไปในวัด ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองด้วย
พอถึงวันที่ 19 พฤษภาคม ซึ่งรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวแล้ว ตนก็ไม่สามารถติดต่อบุตรสาวได้อีก แต่ด้วยความเป็นห่วงตนก็พยายามจะเดินทางไปหาแต่ก็เข้าไปไม่ได้ ก่อนจะมาทราบข่าวว่าบุตรสาวเสียชีวิตในช่วงเวลาประมาณ 3 ทุ่มวันเดียวกัน โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาที่อยู่ด้วยกันโทรศัพท์ติดต่อมาบอกซึ่งทันทีที่ทราบข่าวก็รู้สึกตกใจจนเกือบหมดสติ
“ฉันได้ไปรอรับศพบุตรสาวในตอนเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากพ้นเคอร์ฟิวไปแล้ว ตอนนั้นจิตใจแย่มากรู้สึกไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น ช่วงก่อนที่จะเข้าไปรับศพได้ หลวงพ่อที่วัดยังบอกว่าโยมอย่าเข้ามาเลยมันอันตรายยังมีเสียงปืนยิงกันอยู่เลย และว่าสำหรับศพคนตายนั้นทางตำรวจ รวมทั้ง ส.ส.และ ส.ว.กำลังจะเข้ามาตรวจสอบแล้ว ฉันเสียใจมากกับการสูญเสียครั้งนี้เพราะบุตรสาวไปช่วยเหลือคนอื่นด้วยจิตอาสาจริงๆ แต่กลับมาถูกกระทำเช่นนี้” นางพะเยาว์ กล่าวและว่า ตามที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่าบุตรสาวถูกกระสุนปืนเพียง 2 นัด ก็ผิดจากข้อเท็จจริงภายหลังแพทย์ได้ชันสูตรศพบุตรสาวตนก็พบว่าถูกยิงนับสิบนัด ตนจึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับบุตรสาวด้วยเพราะเรื่องนี้เหมือนเป็นการซ้ำเติมความรู้สึกสูญเสียเป็นอย่างมาก”
ด้าน นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ตนเคยรับราชการทหารอยู่ที่ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาก่อนที่จะลาออกมาประกอบอาชีพค้าขาย ช่วงที่เริ่มมีการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา ตนก็เดินทางมาร่วมตั้งแต่แรก แต่จะเดินทางกลับบ้านที่ จ.ชลบุรี อยู่บ้าง ส่วนในช่วงที่เกิดเหตุการณ์เมื่อช่วงประมาณ 6 โมงเย็นของวันที่ 19 พฤษภาคม ตนได้อาศัยอยู่ที่บริเวณวัดปทุมวนาราม โดยมีหน้าที่จัดเตรียมเสบียงอาหารและน้ำดื่มให้กับผู้ร่วมชุมนุม และระหว่างที่นั่งพักตรงฟุตปาธภายในวัด ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ก่อนจะพบว่าตนถูกยิงเข้าที่ขาซ้าย หน้าท้อง และหน้าอก รวม 4 นัด ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งบาดแผลที่หน้าอกนั้นหากไม่ถูกเหรียญที่ตนคล้องคอพาดกับกระเป๋าสะพายไว้ตนอาจจะเสียชีวิตไปแล้วก็ได้
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังถูกยิงตนจึงใช้ผ้าที่พกไว้รัดบาดแผลเพื่อห้ามเลือด และหมอบลงพร้อมกับคลานเข้าไปหลบที่บริเวณท้ายรถสิบล้อซึ่งจอดอยู่ในบริเวณวัด ต่อมาจึงมีคนช่วยเหลือพาเข้าไปหลบที่สวนป่าของวัด โดยระหว่างนั้นตนยังเห็นว่ายังมีผู้ถูกยิงอีกหลายราย รวมทั้งสื่อมวลชนชาวต่างชาติที่ทราบภายหลังว่าเป็นผู้สื่อข่าวชาวเบลเยี่ยม และช่วงที่มีคนช่วยเหลือตนก็ไม่เห็นเหตุการณ์ด้านนอกอีก กระทั่งประมาณเที่ยงคืนวันเดียวกัน จึงมีเจ้าหน้าที่พยาบาลมาช่วยนำตัวส่งไปรักษาที่ รพ.รามาธิบดี
ส่วนนายศักดิ์นรินทร์ กล่าวว่า ตนมาเข้าร่วมชุมนุมพร้อมกับบิดา และตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม ก็ปักหลักอยู่ภายในวัดปทุมวนาราม ช่วยทำกับข้าวอยู่ที่โรงทานเพื่อแจกผู้ชุมนุม กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 19 พฤษภาคม ระหว่างที่จะเดินออกมาขนน้ำดื่มเข้ามาไว้ในวัดก็เห็นเจ้าหน้าที่ทหารใส่ชุดลายพราง 5 นาย ยืนอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส ทั้งหมดจะยืนห่างกันประมาณ 2 เมตร ส่วนที่หมวกเหล็กมีสติกเกอร์สีชมพูติดอยู่ โดยทั้งหมดยืนประทับปืนก่อนจะยิงเข้ามาภายในวัด ตนจึงรีบวิ่งไปหลบที่ใต้ท้องรถกระบะที่จอดอยู่ทันที ช่วงนั้นก็เห็นชายสูงอายุถูกยิง พอสิ้นเสียงปืนก็มีเสียงคล้ายเจ้าหน้าที่ตะโกนบอกให้ผู้ชุมนุมถอดเสื้อออกแล้วเอามือไขว้ไว้ที่ศีรษะและให้เดินออกมาจากวัด แล้วจะไม่ทำอันตราย ซึ่งตนก็เห็นว่ามีชาย 2 คนเท่านั้นที่ยอมทำตาม แต่หลังจากนั้นก็ยังได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก เมื่อสิ้นเสียงปืนจึงวิ่งหลบหนีเข้าไปบริเวณสวนป่าของวัด จนกระทั่งเช้าจึงออกมาดูเหตุการณ์ด้านนอกและพบว่ามีคนมุงดูศพผู้เสียชีวิต 6 ราย
ทั้งนี้ พ.ต.อ.พรศักดิ์ ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.สมโภชน์ เข็มเพ็ชร พงส.(สบ 1) กก.1 บก.ป.รับเรื่องและสอบปากคำผู้เสียหายไว้แล้ว ก่อนจะเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป







