สหภาพบินไทยแฉฝ่ายบริหารปล่อยข่าวเองนักบินแห่ลาออก
สหภาพการบินไทยฯ ระบุ ฝ่ายบริหารปล่อยข่าวเอง นักบินลาออก 200 คน หวังต่อรองผลประโยชน์พวกพ้อง ด้านไทยแอร์เอเชียโต้ทุ่มเงินซื้อตัว
สหภาพการบินไทยฯ ระบุ ฝ่ายบริหารปล่อยข่าวเอง นักบินลาออก 200 คน หวังต่อรองผลประโยชน์พวกพ้อง ด้านไทยแอร์เอเชียโต้ทุ่มเงินซื้อตัว
แหล่งข่าวจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย เปิดเผยว่า ข่าวการยื่นหนังสือลาออกของนักบินจำนวน 200 คนในครั้ง เป็นการปล่อยข่าวกันเองระหว่างฝ่ายบริหาร เพื่อใช้สถานการณ์ดังกล่าวเป็นข้อรองเรื่องผลประโยชน์ให้กับกลุ่มนักบิน รวมถึงเป็นฐานคะแนนเสียงสนับสนุนให้ตัวเองขึ้นก้าวขึ้นตำแหน่งผู้บริหาร
ทั้งนี้ที่ผ่านมาทุกครั้งที่บริษัทการบินไทยเกิดวิกฤต ข่าวนักบินสมองไหลจะเกิดขึ้นทุกครั้ง ทั้งๆที่ผ่านมากลุ่มนักบินเป็นผู้ที่ต่อรองผลประโยชน์ต่างๆได้มากกว่าพนักงานแผนกอื่น เช่น เมื่อปี 2553 นักบินสามารถปรับอัตราเงินเดือน รวมถึงค่าครองชีพสูงสุด 24% เทียบกับพนักงานทั่วไป 6% เท่านั้น สะท้อนได้ว่ากลุ่มนักบินไม่ได้เสียสละทำเพื่อประโยชน์ของบริษัท
“พนักงานการบินไทยมองว่านักบินเป็นกลุ่มมนุษย์พันธ์พิเศษ ที่สร้างกระแสต่างๆออกมา เพื่อใช้ฉวยโอกาสต่อรองผลประโยชน์ และบอร์ดได้พิจารณาเห็นชอบทุกครั้ง เพื่อยุติปัญหา”แหล่งข่าวกล่าว
อย่างไรก็ตามในครั้งนี้ หากคณะกรรมการ(บอร์ด) บริษัทการบินไทย พิจารณาเพิ่มสิทธิประโยชน์สร้างจูงใจ เพื่อให้นักบินทำงานต่อการบินไทย สหภาพฯเชื่อว่าพนักงานการบินไทยจะรวมตัวกันเรียกร้อง เพื่อให้ทุกแผนกเกิดความเท่าเทียมกัน
พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชะเยมะ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า การบินไทยยืนยันว่าข่าวการลาออกของนักบินการบินไทยปี 2557 จำนวน 200 คน ไม่เป็นความจริง โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นยอดการลาออกสะสม 5 ปี นับจากปี 2553-2557 เฉลี่ยแต่ละปีมีนักบินลาออกประมาณ 30 คน/ปี ซึ่งปีนี้มีการลาออก 30-40 คน ถือเป็นเรื่องปกติ
ทั้งนี้การบินไทยเป็นองค์กรที่มีศักยภาพด้านการผลิตนักบินที่มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับในวงการ ทำให้นักบินเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งที่ผ่านมาสายการบินในแถบตะวันออกกลาง และสายการบินต้นทุนต่ำ(โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) ได้ขยายฝูงบินจำนวนมาก โดยเฉพาะสายการบินตะวันออกกลางให้ค่าตอบแทนที่สูงกว่าบริษัท ประกอบกับการทำงานใช้เวลา เพียง 6 เดือน –1 ปี สามารถรับการส่งเสริมขึ้นเป็นกัปตัน เมื่อเทียบกับการบินไทย ต้องเป็นนักบินอย่างน้อย 4 ปี และใช้ระยะเวลาการเลื่อนขั้นอีก 4 ปี ก่อนขึ้นเป็นกัปตัน รวมถึงการเรียงอาวุโส เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
“ยอมรับว่าสายการบินตะวันออกกลางได้ทุ่มซื้อตัวนักบินการบินไทย แต่ต้องขึ้นอยู่แต่ละบุคคลที่เลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง ซึ่งการบินไทยได้รณรงค์ให้พนักงานรักในองค์กรของตัวเอง” พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ กล่าว
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ดังกล่าวไม่กระทบต่อการผลิตบุคลากรนักบิน โดยได้ผลิตนักบินประมาณ 85-100 คน/ปี เพียงพอต่อการขยายฝูงบินในอนาคต ซึ่งปัจจุบันข้อมูลล่าสุดเดือนส.ค.ปี 2557 บริษัทมีนักบิน จำนวน 1,350 คน
ร้อยโทอธิศักดิ์ พัดชื่นใจ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ เปิดเผยว่า ปัจจัยที่ทำให้นักบินตัดสินใจย้ายสายการบิน ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องค่าตอบแทนที่จูงใจ ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการในส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้น เช่น ค่าตำแหน่ง แต่แนวคิดดังกล่าวต้องสอดคล้องกับสถานะและผลประกอบการของบริษัทประกอบด้วย
นอกจากนี้มองว่ากรมการบินพลเรือนประกาศขยายอายุงานให้กับนักบิน จาก 60 ปี เป็น 65 ปี ขณะที่การบินไทยเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจมีข้อกำหนดเรื่องเกษียณอายุพนักงานที่ 60 ปี ซึ่งการบินไทยได้ใช้วิธีการจ้างงานแบบปีต่อปี โดยต้องขึ้นอยู่กับสุขภาพของนักบิน ซึ่งมีการตรวจเช็คทุกๆ 6 เดือน
นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยแอร์เอเชีย ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ(โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) ไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า บริษัทไม่มีการทุ่มเงินซื้อตัวนักบินมาจากการบินไทยแต่อย่างใด และหลักเกณฑ์การขึ้นเป็นกัปตันที่ใช้ระยะ 6 เดือน –1 ปี ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่บริษัทปฏิบัติ รวมถึงอัตราการค่าตอบแทนที่ออกมาถือเป็นอัตราที่สูงเกินจริง ซึ่งบริษัทไม่ได้มีงบประมาณต้นทุนการบริหารจัดการที่สูงในการจ้างกัปตัน และนักบินอัตราตามข่าว







